สหรัฐ ยื่นสอบลงโทษคว่ำบาตร 28 บุคคล เอี่ยวสแกมเมอร์ มีชื่ออดีต รมต.ไทย รวมอยู่ด้วย
นายไบรอัน มาสต์ ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ และ นายจอห์น มูเลนาร์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องจีน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ยื่นหนังสือถึง นายมาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศ และนายสก็อต เบสเซนท์ รมว.คลัง เพื่อเรียกร้องให้สอบสวนและไต่สวนภายใน 180 วันว่า บุคคลและนิติบุคคลต่างชาติรวม 28 ราย ชื่อตามปรากฏในจดหมาย เข้าข่ายถูกลงโทษคว่ำบาตร (Sanctions) ตามกฎหมาย Global Magnitsky และกฎหมายอื่นๆ หรือไม่
ในหนังสือ ระบุว่า ชาวอเมริกันกำลังถูกหลอกลวงทางออนไลน์ในอัตราที่สูงมากและยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหลักมาจากเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติของจีนที่มีฐานอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้ได้สร้างนิคมขนาดใหญ่ระดับอุตสาหกรรมที่อุทิศให้กับก่ออาชญากรรมหลอกลวงทางออนไลน์ที่ซับซ้อน รวมถึงการหลอกลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลที่มักเรียกว่า “การเชือดหมู” (Pig Butchering) การปฏิบัติการเหล่านี้ฉวยโอกาสจากความปรารถนาดีและเจตนาที่ดีของชาวอเมริกัน ผ่านการหลอกลวงเชิงชู้สาว (Romance Cons) และการปั่นหัวสร้างความเสียหายทางจิตวิทยาในรูปแบบอื่นๆ
นอกจากนี้ ศูนย์สแกมเมอร์เหล่านี้สามารถบรรจุคนได้หลายพันคน ซึ่งตัวพวกเขาเองก็มักเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ที่ถูกล่อลวงเข้ามาในนิคมที่มีลักษณะเหมือนคุกด้วยการใช้กำลัง การฉ้อโกง หรือการบังคับ และถูกบังคับให้หลอกลวงชาวอเมริกันทางออนไลน์ มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับการทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง การทรมาน และบางครั้งถึงแก่ชีวิต คาดว่ามีเหยื่อประมาณ 400,000 คนจากกว่า 70 ประเทศถูกค้ามนุษย์อยู่ภายในศูนย์สแกมเมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลและระบอบปกครองที่ทุจริตในพม่า กัมพูชา และลาว ได้เมินเฉยต่อกิจกรรมอาชญากรรมนี้ในสเกลที่น่าตกใจ ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่ากำไรจากการหลอกลวงทางไซเบอร์มีมูลค่าเกือบ 40% ของ GDP รวมของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในปี 2024 ในอดีต การปราบปรามของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเพียงการแสดง (Performative) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 นิตยสาร The Economist พบว่า “พวกนักสแกมเมอร์ร่ำรวยและมีอำนาจมากพอที่จะคอรัปชันรัฐบาลได้ทั้งรัฐบาล ทำให้ทั้งประเทศกลายเป็นรัฐโจรไซเบอร์ (Cyber-scam narco-states)” และ “รายได้ทั่วโลกจากการฉ้อโกงออนไลน์น่าจะอยู่ในระดับเดียวกับการค้ายาเสพติดผิดกฎหมายซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมผิดกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในโลก”
ในพม่า กองทัพได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติการที่ประโคมข่าวอย่างมากเพื่อทำลายศูนย์สแกมเมอร์ขนาดใหญ่สองแห่ง ได้แก่ ชเวโก๊กโก๋ (Shwe Kokko) และ เคเคปาร์ค (KK Park) แต่ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กลับปล่อยให้ศูนย์สแกมเมอร์ยังคงแพร่ขยายตามชายแดนพม่า-ไทยในอัตราที่น่าตกใจ สำนักข่าวเอพี รายงานในเดือนมิถุนายน 2569 ว่า มีพื้นที่สแกมเมอร์แห่งใหม่เกิดขึ้นอย่างน้อย 25 แห่งตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว
ในหนังสือยังระบุว่า ในกัมพูชา ผลกำไรจากสแกมเมอร์อาจเท่ากับ 60% ของจีดีพี อย่างเป็นทางการของประเทศ รายงานฉบับหนึ่งในเดือนพฤษภาคม 2025 ชี้ให้เห็นแบบแผนที่ชัดเจนของเจ้าหน้ารัฐที่ได้รับผลประโยชน์จากการปฏิบัติการสแกมเมอร์ โดยพบว่า “การทุจริตที่เรื้อรัง การคุ้มครองที่ไว้วางใจได้จากรัฐบาล และการร่วมกระทำผิดโดยชนชั้นนำของพรรค เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของการเชื่อมโยงระหว่างการค้ามนุษย์และอาชญากรรมไซเบอร์ในกัมพูชา”
รายงานอีกฉบับในเดือนมิถุนายน 2568 พบว่า การสืบสวนนิคมสแกมเมอร์ของรัฐบาลกัมพูชาขาดความเหมาะสมอย่างร้ายแรง และล้มเหลวในการป้องกันหรือยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงการทาส การค้ามนุษย์ แรงงานบังคับ แรงงานเด็ก การทรมาน และการลิดรอนอิสรภาพ ที่เกิดขึ้นในระดับมวลชนทั่วประเทศมาตั้งแต่ปี 2565
ประธานกรรมาธิการทั้งสองคณะ ระบุว่า แม้ว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่หน้ารัฐบาลในภูมิภาคบางแห่งจะเพิ่มแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมสแกมเมอร์ แต่เครือข่ายทางการเงิน ผู้จัดตั้ง และโครงสร้างการคุ้มครองทางการเมืองที่สนับสนุนมันยังคงไม่ได้รับผลกระทบเป็นส่วนใหญ่ การลอยนวลพ้นผิดของผู้กระทำความผิดยังคงเป็นเรื่องปกติ ศูนย์สแกมเมอร์บางแห่งได้ย้ายที่ทำการ และแห่งใหม่กำลังถูกสร้างขึ้น เหยื่อการค้ามนุษย์ที่หลบหนีออกจากศูนย์สแกมเมอร์กลับถูกคุมขังหรือถูกเนรเทศในฐานะเข้าเมืองผิดกฎหมาย แทนที่จะได้รับการปฏิบัติในฐานะเหยื่อการค้ามนุษย์ที่สามารถให้การเป็นพยานสำคัญต่อต้านหัวหน้าอาชญากรและเครือข่ายได้ ตามที่ ดิ อิคอนอมิสต์ รายงานในเดือนกรกฎาคมว่า “การบังคับใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติได้กำจัดนิคมสแกมเมอร์ไปได้บ้าง แต่ไม่ใช่ระบบที่คุ้มครองพวกมัน”
ในหนังสือระบุว่า ขอให้สืบสวนบุคคลเหล่านี้และพิจารณาตัดสินภายใน 180 วันว่าพวกเขามีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายในการถูกลงโทษคว่ำบาตรภายใต้กฎหมายใดกฎหมาย 1 ใน 4 ฉบับที่กล่าวถึงข้างต้นหรือไม่
ประกอบด้วย Benjamin Mauerberger , Chou Bun Eng , Deng Pibing , Dy Vichea , Edward Lee , Eugene Tang
Gabriel Tan , Honn Sorachna , Hun To , Kuoch Chamrouen , Li Xiong , Long Dimanche , Ma Dongli , Michael Chiam , Mote Thun , Neth Savoeun , Sar Sokha , Su Zhongkian
Wang Liduan , Yan Borith , Yan Narong , Yan Sathya , Yim Leak (ยิม เลียก) , Yu Lingxiong , Zhong Baojia (หรือรู้จักในชื่อ Wang Qiang) , Fully Light Group of Companies, LTD และ White Sands Palace Casino
โดย 1 ใน 28 รายชื่อ ยังมีรายชื่อของอดีตรัฐมนตรี ในรัฐบาลอนุทิน 1 รวมอยู่ด้วย