ท้องถิ่นจังหวัดตรัง ตั้งโต๊ะแจง สิบเอก โอนย้ายมาเป็นนิติกร อบต.เกาะลิบง แฉปลอมลายเซ็น ผบ.มทบ.18 ความแตกชิงลาออก นายก อบต.แจ้งความแล้ว ใช้เอกสารปลอม

วันที่ 17 ก.ย.69 จากกรณีเพจ ชมรมSTRONG ต้านทุจริตประเทศไทย เผยแพร่ข้อมูล มีสิบตรีรายนึง โอนย้ายมาลงตำแหน่งนิติกรปฏิบัติการ อบต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง โดยใช้เอกสารสำคัญในการสมัครขอโอนย้าย และกล่าวอ้างว่าดำรงตำแหน่งนายทหารพระธรรมนูญ สังกัดกองพันทหารราบ ที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 โดยมีหนังสือรับรองการโอน จากกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 นำมาประกอบ จนภายหลังพบว่า เป็นเอกสารปลอมหลายรายการ ทั้งใบรับรองการรับราชการทหาร ใบแสดงยศตำแหน่งระดับสัญญาบัตรปลอม รวมทั้งปลอมลายเซ็นต้นสังกัดทางทหารในระดับนายพัน สังกัด มทบ.18 และรายการปลอมแปลงอื่นๆ อีกมากมาย

ล่าสุด วันที่ 17 ก.ย.69 นายธีรพันธ์ ศิริปักมานนท์ ท้องถิ่นจังหวัดตรัง ในฐานะเลขานุการ ก.จังหวัดตรัง พร้อม นายชัยยุทธ์ แกล้วทนงค์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดตรัง แถลงชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้น

นายธีรพันธ์ กล่าวว่า หลังทราบเรื่องได้เร่งทำหนังสือถึงสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์ และ อบต.ลาดทิพรส จ.นครสวรรค์ ซึ่ง สิบตรีรายนี้ อ้างว่าเป็นต้นสังกัดก่อนขอโอนย้าย เพื่อขอเอกสารข้อมูล ทั้งการบรรจุแต่งตั้ง และการให้พ้นจากตำแหน่ง รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องและได้รายงานการตรวจสอบข้อมูลกรณีปรากฏข่าวการปลอมแปลงเอกสารราชการ เพื่อโอนมาดำรงตำแหน่งเป็นพนักงานส่วนตำบล ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รับทราบแล้ว

นายธีรพันธ์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน ได้ทำหนังสือถึงกรมกำลังพลทหารบก เพื่อตรวจสอบข้อมูลว่าบุคคลดังกล่าวเคยรับราชการในตำแหน่งนายทหารพระธรรมนูญ ประจำศาลมณฑลทหารบกที่ 18 จังหวัดสระบุรี สังกัดกระทรวงกลาโหมหรือไม่ รวมทั้งได้มีหนังสือสั่งการถึงนายอำเภอกันตัง และนายกอบต.เกาะลิบง ให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ตรวจสอบประวัติการรับราชการต้นสังกัดเดิม รวมทั้งวุฒิการศึกษาและเอกสารประกอบอื่นๆ

หากตรวจพบว่าไม่มีคุณสมบัติหรือใช้เอกสารปลอม ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และรายงาน ก.อบต.จังหวัดตรัง ทราบภายในวันนี้ (17 ก.ย.) และ นายก อบต.เกาะลิบง ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.กันตัง เพื่อดำเนินคดีแล้ว เนื่องจากพบว่าใช้เอกสารปลอม และสั่งการให้ อบต.เกาะลิบงแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายธีรพันธ์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 18 ก.ย. จะเรียกประชุมคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดตรัง (ก.อบต.) เพื่อยกเลิกมติการรับโอนบุคคลดังกล่าวเข้ารับราชการ อบต.เกาะลิบงต่อไป ขอยืนยันว่าในการรับโอนบุคคลดังกล่าวมีการดำเนินการตามระเบียบ ตามกระบวนการ ขั้นตอน ในการรับโอนข้าราชการตามกฎหมายอื่นมาเป็นพนักงานส่วนตำบลอย่างครบถ้วน ทั้งตำแหน่งที่จะนำมาใช้ในการรับโอน ต้องเป็นตำแหน่งว่าง ซึ่งก็เป็นไปตามแผนอัตรากำลัง 3 ปีของ อบต.เกาะลิบง เอกสารที่เจ้าตัวใช้อ้างอิงก็มีถูกต้อง

ส่วนจะปลอมหรือไม่พูดยาก เพราะตรวจสอบยาก และยอมรับว่าสามารถทำปลอมกันได้ ซึ่งตนได้สั่งตรวจสอบย้อนกลับไปยังต้นทางทุกเอกสาร แต่ยืนยันจากข้อมูลที่ อบต.เกาะลิบงแจ้งมา ไม่ได้ทำเป็นขบวนการ น่าจะทำคนเดียว เพราะในการมาทำงานไม่ได้มีองคาพยพใดติดตามมาด้วย และยืนยันว่าในพื้นที่จังหวัดตรัง ไม่มีขบวนการพาวิ่งหรือเรียกรับประโยชน์ในการโอนย้าย ส่วนที่สังคมมองว่าตนและ ก.จังหวัด โดนเด็กหลอกต้ม ไม่อยากให้มองเรื่องว่าใครจะต้องรับผิด ตนมาเพื่อแก้ปัญหา เดินหน้าต่อ ทำให้ตรังมีภาพลักษณ์ที่ดี ต้องขอร้องให้ทุกคนช่วยกัน

นอกจากนี้ ยังตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามมาตรฐาน กำหนดตำแหน่งนิติกรปฏิบัติการ ได้รับวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยปทุมธานี ซึ่งพบว่าจบจริง มีการตรวจสอบกับต้นสังกัดเดิมว่าดำรงตำแหน่งนายทหารพระธรรมนูญ เป็นตำแหน่งระดับสัญญาบัตร เจ้าตัวก็มีการนำเอกสารหลักฐานจากมณฑลทหารบกที่ 18 มายืนยัน จึงได้พิจารณารับโอน/ให้รับโอน ในตำแหน่งนิติกรปฏิบัติการ

นายธีรพันธ์ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้การตรวจสอบประสานงานกับต้นสังกัดเดิมของผู้ขอโอน กำหนดวันรับโอน และวันให้โอนมีผลในวันเดียวกันก็คือวันที่ 15 ธ.ค.68 จากนั้นก็ผ่านการประเมินจากอบต.เกาะลิบง จึงได้นำเข้าสู่การพิจารณาของ ก.อบต.จังหวัดตรัง จึงมีมติเห็นชอบรับโอนในการประชุมเมื่อวันที่ 28 ต.ค.68 อบต.เกาะลิบงมีคำสั่งรับโอน และกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 ก็มีคำสั่งให้นายทหารสัญญาบัตรพ้นจากตำแหน่งและขาดจากอัตราเงินเดือน โดยมีคำสั่งให้โอนหรือรับโอนเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.68

นายธีรพันธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ได้ดำเนินการตามระเบียบข้อกฎหมายอย่างครบถ้วน ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ ในวันที่ 18 ก.ย. จะเอาเรื่องเข้าที่ประชุม ก.อบต เพื่อเพิกถอนมติรับโอนที่มีมาก่อนหน้านี้ต่อไป หลังจากนั้นก็จะต้องแจ้งความดำเนินคดี ยอมรับว่าปัญหาที่พบในครั้งนี้อาจจะมีช่องโหว่ในการตรวจสอบ เพราะยังไม่มีฐานข้อมูลกลางในการตรวจสอบบุคคลที่จะมีการรับโอน ย้าย ตำแหน่ง ในเรื่องการเช็กประวัติการกระทำผิด ความประพฤติ พฤติกรรม

นายธีรพันธ์ กล่าวว่า แต่ในส่วนของท้องถิ่นจังหวัดตรังได้สั่งการให้ทุกอปท.ในจังหวัดตรัง ตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลไปที่ต้นสังกัดเดิมให้ละเอียดทุกครั้งหากจะรับโอนตำแหน่ง ส่วนเจ้าตัวพบว่าล่าสุดได้ยื่นใบลาออกจากราชการแล้วเมื่อวานนี้ (16 ก.ย.) โดยหนังสือเพิ่งมาถึงสำนักงานท้องถิ่นจังหวัด แต่ยังไม่ได้อ่านในรายละเอียดว่าให้เหตุผลในการลาออกว่าอย่างไร แต่ไม่มีผลในการพิจารณาเอาผิด ซึ่งทาง ก.อบต.จะยึดมติเพิกถอนมติรับโอนที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ และต้องเข้าสู่กระบวนการของกฎหมาย

นายธีรพันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าตัวก็ยังอยู่ในประเทศไทย ยังไม่ได้หนีไปไหน โดยทางอบต.เกาะลิบงบอกว่า ยังสามารถติดต่อได้ และแจ้งว่าอาจจะเข้ามาพบที่สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดตรังต่อไป

ที่มา : มติชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน