พระลูกวัดดังราชบุรี สลิ้งแตก ถูกตัดกิจนิมนต์ ปรี่เข้าหาด่าหยาบ ตบบ้องหู รักษาการเจ้าอาวาส ต่อหน้าญาติโยม จนแก้วหูแตก เผยพฤติกรรม
วันที่ 22 ก.ย.2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากญาติของพระภายในวัดแห่งหนึ่ง ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ว่าพระลูกวัดไปด่าทอและต่อยรักษาการเจ้าอาวาสจนได้รับบาดเจ็บ ท่ามกลางสายตาของญาติโยมที่มาทำบุญที่วัด
สาเหตุเพราะเข้าใจผิดคิดว่ารักษาการเจ้าอาวาสสั่งตัดกิจนิมนต์ พร้อมทั้งนำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุมาเป็นหลักฐานด้วย เนื่องจากเกรงว่ารักษาการเจ้าอาวาสจะไม่ปลอดภัยแม้จะแจ้งความไปแล้ว

พระลูกวัดดังราชบุรี สลิ้งแตก ถูกตัดกิจนิมนต์ ปรี่เข้าหาด่าหยาบ ตบบ้องหู รักษาการเจ้าอาวาส ต่อหน้าญาติโยม จนแก้วหูแตก เผยพฤติกรรม
หลังได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว จึงเดินทางไปที่วัด พบ พระประสงค์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรักษาการเจ้าอาวาสที่ถูกทำร้ายอยู่ในกุฏิ พร้อมกับให้ดูใบรับรองแพทย์ที่ตรวจร่างกายและใบแจ้งความของ สภ.โพธาราม
พระประสงค์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีชาวบ้านมาจัดทำบุญครบ 100 วันให้กับญาติที่เสียชีวิตไปแล้วที่วัด โดยนิมนต์พระ 9 รูปฉันเพล แต่ทางพระที่เป็นคนจัดพระในเรื่องรับกิจนิมนต์ได้ตัดพระลูกวัดรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นพระลูกวัดที่ก่อเหตุออก
เนื่องจากที่ผ่านมาพระรูปดังกล่าวนั้นทำให้เกิดความเสียหายหลายครั้ง เพราะเบี้ยวไม่ยอมไปกิจนิมนต์ที่ชาวบ้านได้นิมนต์ไว้ ทำให้พระไปไม่ครบตามที่เจ้าภาพเขาแจ้งไว้ ซึ่งเป็นอย่างนี้หลายครั้งโดยไม่ยอมแจ้งล่วงหน้า
ซึ่งเจ้าภาพบางคนก็ไม่พอใจที่พระไปไม่ครบ เช่น นิมนต์ไว้ 9 รูปแต่พระไปแค่ 8 รูป เพราะพระรูปดังกล่าวไม่ยอมไปและไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้หาพระวัดอื่นไปแทนไม่ทัน และพระรูปนี้ก็จะไม่ร่วมกิจของสงฆ์กับพระรูปอื่น ๆ เป็นประจำ
ซึ่งเหตุเมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา ก็เลยตัดพระรูปนี้ออกไม่ให้รับกิจนิมนต์ ทำให้พระไม่พอใจเดินมาต่อว่า และด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ท่ามกลางญาติโยมที่มาร่วมทำบุญ โดยมีพระลูกวัดอีกรูปเข้ามาห้าม แต่พระผู้ก่อเหตุก็ยังไม่ยอม พุ่งเข้ามาต่อยที่บริเวณใบหน้าซีกซ้ายจนได้รับบาดเจ็บ
จากนั้นญาติโยมก็เข้ามาห้าม ซึ่งตนก็ได้ไปหาหมอเพราะรู้สึกเจ็บที่ใบหน้า แต่หมอตรวจพบว่ามีเลือดออกที่แก้วหู ทำให้หูอื้อ และก็ได้ไปแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.โพธาราม เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากพระรูปนี้ยังอยู่ที่วัดและไม่รู้ว่าอาการแบบนี้เกิดจากอะไร
ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นก็ได้แจ้งไปทางเจ้าคณะตำบล และอำเภอตามลำดับแล้ว แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ที่ผ่านมาพฤติกรรมของพระผู้ก่อเหตุก็จะเป็นแบบนี้มาตลอด ชอบลุกมาเดินตอนดึก ๆ มาตีระฆังตอนดึก ๆ
เคยแจ้งไปทางฝ่ายปกครองให้มาช่วยตรวจปัสสาวะพระทั้งวัดหากพบว่ามีพระรูปไหนฉี่ม่วงก็ให้สึกไปเพื่อให้วัดเป็นสีขาว แต่ก็ไม่เคยมีใครเข้ามาตรวจแม้จะแจ้งไปหลายครั้ง ซึ่งเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นครั้งนี้ก็อยากให้เข้ามาดำเนินการตรวจปัสสาวะพระทั้งวัด และคงจะไม่ต้องให้ตนนั้นมรณภาพก่อนที่จะเข้ามาดำเนินการ



