เสนาอ่วม ชาวบ้านดีใจเก้อ คิดว่าปีนี้น้ำไม่ท่วม สุดท้ายคืนเดียวพุ่งพรวดเป็นเมตร ต้องใช้เรือสัญจร ขณะที่สถานการณ์น้ำเจ้าพระยาเริ่มวิกฤต หลังกรมชลปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อน
วันที่ 22 ก.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังกรมชลประทานแจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนและน้ำท่าจากทางตอนบน โดยเพิ่มอัตราการระบายจาก 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยเริ่มได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง
ที่ชุมชนหมู่ที่ 2 ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรกๆ พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำน้อย ซึ่งรับบน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณเพิ่มสูงมากขึ้น อย่างต่อเนื่องตลอดหลายวันที่ผ่านมา ประกอบกับมีฝนตกชุกทุกวันในช่วงเย็น ทำให้ปริมาณน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว
จากการลงพื้นที่พบว่า ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตรจากพื้นดิน ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาจอดไว้บนที่สูงริมถนน ส่วนการเดินทางเข้าออกบ้านต้องใช้เรือพายเท่านั้น โดยในละแวกดังกล่าวมีบ้านเรือนได้รับผลกระทบแล้วประมาณ 7-8 หลังคาเรือน
นายแสวง ศรีนางแย้ม อายุ 68 ปี ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ เปิดเผยว่า น้ำเริ่มทยอยขึ้นมาได้ประมาณ 4 วันแล้ว แต่ 2 คืนที่ผ่านมาระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ประกอบกับฝนที่ตกลงมาทุกวันตอนนี้ชาวบ้านตรงนี้ต้องใช้เรือกันหมดแล้ว ยิ่งเขาประกาศเพิ่มการระบายน้ำอีกก็ยิ่งกลัว ต้องค่อยๆ เก็บของยกขึ้นที่สูงไปเรื่อยๆ
นายแสวง กล่าวอีกว่า ปีนี้น้ำมาช้ากว่าปีก่อนมาก ปีที่แล้วข้าวในนายังเกี่ยวไม่ทันเสร็จน้ำก็มาแล้ว แต่ปีนี้เกี่ยวข้าวเสร็จหมดแล้ว ตอนแรกก็ดีใจคิดว่าปีนี้น้ำคงไม่ท่วม แต่ดีใจได้ไม่กี่วัน น้ำก็ขึ้นมาท่วมอีก
“ทุกปีพอถึงหน้าน้ำก็ต้องเตรียมตัว ทั้งเก็บของ หาไม้มาหนุนบ้าน เตรียมเรือพายไว้ เพราะไม่รู้ว่าปีไหนจะมากจะน้อย ตอนแรกดีใจเก้อว่าน้ำจะไม่ท่วมแล้ว เมื่อวานยังแค่ 30 เซนติเมตรเอง มาวันนี้ขึ้นมาถึงหน้าอก พรวดเดียวเป็นเมตรเลย ตรงนี้ยังไงก็ท่วมทุกปี จะมากจะน้อยก็ต้องท่วม ที่อื่นยังขับรถได้ แต่ที่ตรงนี้ต้องพายเรือก่อนเขาทุกปี”


