ตร.โคราช บุกช่วยนักศึกษา ม.ดัง เหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ หลอกว่าพัวพันคดีฟอกเงิน ตุ๋นพ่อโอนเงิน 8 แสนบาท เผย นศ.อยู่ในอาการหวาดกลัว กำลังวิดีโอคอลกับมิจฉาชีพ หลังต้องติดต่อกันมาถึง 3 วัน
นครราชสีมา-วันที่ 24 ก.ย.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเบาะแสจากผู้ปกครอง หลังพบว่า นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา ตกเป็นเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ ถูกหลอกให้โอนเงิน รวมกว่า 8 แสนบาท
เบื้องต้น พบว่า กลุ่มมิจฉาชีพโทรศัพท์เข้ามาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์ของค่ายโทรศัพท์มือถือชื่อดัง ก่อนกล่าวหาว่า นักศึกษารายนี้มีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงิน จากนั้น โอนสายไปยังผู้ที่อ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เมืองระนอง พร้อมข่มขู่และสร้างความหวาดกลัว และให้แอดไลน์กับวิดีโอคอลพูดคุย โดยกำชับไม่ให้บอกเรื่องดังกล่าวกับใคร

เมื่อทราบว่า นักศึกษาไม่มีเงิน มิจฉาชีพจึงออกอุบายให้จัดทำเอกสารปลอมของมหาวิทยาลัย โดยอ้างว่า เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการนักศึกษาแลกเปลี่ยนไปประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 3 เดือน รวมค่าใช้จ่าย 856,000 บาท ทำให้นักศึกษานำเรื่องไปบอกบิดา ก่อนที่บิดาจะโอนเงินให้ครั้งแรก 500,000 บาท และครั้งที่ 2 อีกจำนวน 200,000 บาท
จากนั้น มิจฉาชีพยังสั่งให้นักศึกษาโอนเงินต่อไปยังบัญชีอื่นๆ หลายบัญชี โดยอ้างว่า เป็นการตรวจสอบบัญชี จนผู้ปกครองเริ่มสงสัย เนื่องจากมีการโอนเงินจำนวนมาก จึงรีบแจ้งเบาะแสไปยังตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง ให้เข้ามาช่วยตรวจสอบ เบื้องต้น พบการโอนไปแล้วกว่า 10 บัญชี ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าหรือไม่
ด้าน พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.สภ.โพธิ์กลาง สั่งการให้ ร.ต.อ.อ้อมใจ อินธิแสน รองสารวัตรสืบสวน พร้อมกำลังชุดสืบสวน เดินทางไปยังหอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.สุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เพื่อเข้าช่วยเหลือนักศึกษารายดังกล่าว โดยพบนักศึกษายังอยู่ในอาการหวาดกลัว และกำลังวิดีโอคอลกับ กลุ่มมิจฉาชีพอยู่ ซึ่งพบว่า มีการติดต่อกันในลักษณะดังกล่าวต่อเนื่องมานานประมาณ 3 วันแล้ว

คุยต่อเนื่อง 3 วัน บุกช่วย นักศึกษา ม.ดัง เหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ ขู่พัวพันคดีฟอกเงิน ตุ๋นพ่อโอนเงิน8แสน!
เบื้องต้นนักศึกษาระบุว่า รู้สึกกลัวว่าจะถูกดำเนินคดี จึงยอมทำตามคำสั่งของมิจฉาชีพทุกอย่าง อีกทั้งยังถูกสั่งให้ย้ายจากหอพักเดิมในตัวเมืองนครราชสีมา มายังพื้นที่ ต.สุรนารี เพื่อให้สามารถติดต่อและควบคุมได้ง่ายขึ้น
เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้เก็บรวบรวมโทรศัพท์มือถือ สลิปการโอนเงิน และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปตรวจสอบและขยายผลติดตามกลุ่มมิจฉาชีพมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ฝากเตือนไปถึงประชาชน หากได้รับโทรศัพท์ในลักษณะอ้างว่าพัวพันคดีฟอกเงิน คดีอาชญากรรม หรือถูกสั่งให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี อย่าหลงเชื่อและอย่าโอนเงินเด็ดขาด ควรตั้งสติและติดต่อคนในครอบครัว หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าตรวจสอบทันที.