สมุทรปราการ ฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดวัน ถนนสายหลักหลายเส้นมีน้ำท่วมขัง เร่งเดินเครื่องสูบน้ำหลายสถานี ขณะที่ช่วงเย็นเริ่มมีน้ำทะเลหนุนและระดับน้ำในคลองสูง
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 25 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมขัง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังเกิดฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า และมีฝนตกหนักในช่วงบ่ายจนถึงช่วงเย็น โดยขณะตรวจสอบยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักบริเวณ ถนนเทพารักษ์ ตั้งแต่แยกศรีเทพา มุ่งหน้าแยกเทพารักษ์ มีน้ำท่วมขังสูงหลายช่องทางส่งผลให้รถยนต์ขนาดเล็กสัญจรผ่านด้วยความยากลำบาก
ขณะที่ ถนนศรีนครินทร์ จากแยกศรีเทพา มุ่งหน้าแยกการไฟฟ้า พบว่าช่องทางซ้ายและช่องทางกลางมีน้ำท่วมขังในระดับสูงเช่นกัน ส่วน ถนนสุขุมวิท บริเวณช่วงโรงเรียนนายเรือ ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก พบว่าระดับน้ำเริ่มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ ถนนแพรกษา มีน้ำท่วมขังหลายช่วง ทำให้รถขนาดเล็กต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเดินเครื่องสูบน้ำในหลายพื้นที่ระบายน้ำออกจากถนนและพื้นที่ชุมชน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
โดยมีการเปิดเดินเครื่องสูบน้ำจากสถานีสูบน้ำหลายแห่งพร้อมกัน ประกอบด้วย สน.ชลหารพิจิตร 1 เครื่องสูบน้ำขนาด 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 12 เครื่อง, สน.ชลหารพิจิตร 2 ขนาด 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 15 เครื่อง, สน.ชลหารพิจิตร 3 ขนาด 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 2 เครื่อง, สน.ตำหรุ ขนาด 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 6 เครื่อง, สน.บางปลาร้า ขนาด 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 4 เครื่อง
สน.สุวรรณภูมิ ขนาด 25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 2 เครื่อง, สน.นางหงษ์ ขนาด 5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 3 เครื่อง, สน.พระยาวิสูตร ขนาด 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 1 เครื่อง และขนาด 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 1 เครื่อง, สน.บางปลา ขนาด 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 2 เครื่อง, สน.คลองด่าน 2 ขนาด 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 4 เครื่อง และ สน.เจริญราษฎร์ ขนาด 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 2 เครื่อง
สถานการณ์ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากในช่วงเย็นเริ่มมีระดับน้ำทะเลหนุนสูง ประกอบกับระดับน้ำในคลองหลายแห่งอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การระบายน้ำออกจากพื้นที่ทำได้ช้าลง ขณะที่ยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงเร่งเดินเครื่องสูบน้ำในจุดสำคัญลดผลกระทบต่อประชาชนและการจราจร โดยประชาชนที่ต้องใช้เส้นทางในพื้นที่เสี่ยงควรเพิ่มความระมัดระวัง และติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด