เดือด ชาวบ้านร้องผู้ว่าฯ ปะทะคารมกลุ่มสมาชิกเทศบาล ก่อนโดน สท.แจกกล้วย ปมถูกเตือนเรื่องชาวบ้านกินเหล้าเฝ้าเครื่องสูบน้ำ ก่อนโพสต์ลงเฟซบุ๊ก

จากกรณีที่นายบุญสม อายุ 70 ปี ประธานชุมชนวัดป่าเรไร1 พร้อมด้วยนายรัตนะ อายุ 56 ปี ประธานชุมชนวัดป่าเรไร 2 และชาวชุมชนวัดป่าเรไร 1-2 ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียน ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี

หลังเกิดข้อขัดแย้งการบริการสาธารณะชุมชน จนทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากมีฝนตกหนัก การระบายน้ำในลำน้ำคูคลองเร่งระบายไม่ทัน จนทำให้เกิดน้ำท่วมในบ้านเรือนประชาชนจำนวนหลายหลังคาเรือน โดยมีสาเหตุมาจากพื้นที่ต่ำ น้ำท่วมขัง งบประมาณสนับสนุนจากเทศบาลไม่เพียงพอ ชาวบ้านในชุมชนจึงร่วมใจกันออกค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเพื่อสูบน้ำออกนอกพื้นที่ หวังลดปัญหาน้ำท่วม ซึ่งได้ปฏิบัติเช่นนี้มาโดยตลอดเมื่อมีฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง

และเมื่อวันที่ 20 ก.ย.ทีมงานฝ่ายบริหารข้าราชการและพนักงานหลายคน นำโดยนายปริญญา ศักดิ์นาวี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบางศรีเมือง เดินทางมาถึงบริเวณสถานที่เครื่องสูบน้ำ และได้ตำหนิว่ากล่าวตักเตือน ประธานและกรรมการชุมชนรวมทั้งชาวบ้านในชุมชน ว่านำคนนอกพื้นที่มานั่งเฝ้าเครื่องสูบน้ำ และมั่วสุมกันจนเสียงดังรบกวนผู้อื่น ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และเกิดความแตกแยกในชุมชม ส่งผลให้เกิดความไม่เข้าใจกันทั้ง 2 ฝ่าย โดยการใช้ถ้อยคำที่รุนแรง จึงใคร่ขอร้องเรียนมายังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนทบุรี เพื่อดำเนินการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ล่าสุดเวลา 14.30 น.วันที่ 25 ก.ย.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ชุมชนวัดป่าเรไร ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี ที่บริเวณจุดตั้งเครื่องสูบน้ำ ลำกระโดงคลองวัดป่าเรไร พบว่าโครงสร้างทำด้วยหลังคาสังกะสี ตั้งบนคานคอนกรีต ขวางลำกระโดง มีเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่อง ฝั่งซ้ายเป็นเครื่องสูบน้ำของชุมชน และเครื่องขวาเป็นของเทศบาลเมืองบางศรีเมือง ที่ทางชุมชนยืมใช้ สำหรับสูบน้ำฝนในพื้นที่ ให้ไหลลงในลำกระโดงที่มีระยะทางประมาณ 1.5 กม. กว้างประมาณ 1-1.5 เมตร

จากการสอบถาม ประธานชุมชนวัดป่าเรไร 1 กล่าวว่า วันนี้ได้รวมตัวไปยื่นหนังสือที่ศูนย์ดำรงธรรม ที่ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ถึงผู้ว่าราขการจังหวัดนนทบุรี โดยร้องเรียน 3 เรื่อง คือ 1. สท.มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ให้ของลับกับประชาชน ที่ส่วนใหญ่ที่เป็นผู้หญิง

2.นายกเทศมนตรีกล่าวหาว่าตนและพวกมีการมั่วสุมบริเวณจุดสูบน้ำ ซึ่งในวันที่มีการสูบน้ำได้มีชาวบ้านซื้อเครื่องดื่มชูกำลัง และแอลกอฮอล์มาให้ ประกอบกับ นายรัตนะ ประธานชุมชนวัดป่าเรไร 2 และ สท.บางคน เลิกงานได้เข้ามาร่วมดื่มด้วย ทางนายกเทศมนตรี จึงได้มีคำสั่งห้ามเข้ามามั่วสุมดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณตั้งเครื่องสูบน้ำ เพราะเป็นคนนอก

ทางตนอยากทราบเหตุผลว่าทำไมถึงห้ามพวกตนดื่มแอลกอฮอล์กัน ทั้งๆที่เวลามาเฝ้าเครื่องสูบน้ำก็ดื่มกันประจำ จึงอยากให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ว่ากล่าวตักเตือน สท.คนนี้ 3.เรื่องเครื่องสูบน้ำของเทศบาล อยากให้ทางเทศบาลยกเครื่องออกไป ทางชุมชนจะรวมเงินซื้อเครื่องใหม่เอง และใช้งบของชุมชนในการซื้อน้ำมันสูบน้ำเอง เพราะเครื่องสูบน้ำจะใช้เวลาฝนตกเท่านั้น

นายบุญสม กล่าวต่อว่า เรื่องทั้งหมดเกิดจากทางนายกเทศมนตรีโพสต์มาเตือนตน ว่าห้ามนำแอลกอฮอล์มาดื่มตรงจุดเครื่องสูบน้ำ ถ้าไม่เชื่อฟังเขาจะเอาเรื่อง ตนอยากถามว่าตนทำผิดอะไร ตนใข้เงินซื้อเอง ทางตัวนายกบางที อาจเห็นว่าประชาชนมาเห็นจะต่อว่า ซึ่งประขาชนที่ทราบว่าพวกตนเฝ้าเครื่องสูบน้ำก็ซื้อมาฝาก

โดยทางนายกได้ถามว่า ถ้าตนไม่กินจะสูบน้ำได้ไหม จะให้ตนดื่มแอลกอฮอล์ที่บ้านแล้วเดินมาคอยตรวจเครื่องสูบน้ำ ซึ่งบ้านตนก็เดินมาไกล สำหรับเครื่องสูบน้ำ จะสูบเฉพาะเวลาฝนตกติดต่อกัน ก็จะสูบต่อเนื่องจนกว่าน้ำจะลด และต้องคอยเดินมาตรวจสอบ ว่ามีขยะเข้าไปติดไหม เพราะจะทำให้เครื่องสูบน้ำเสีย ส่วนอีกเรื่องคือเรื่องการขุดลอกลำกระโดง ที่ตนเคยของบประมาณไป แต่ทางนายกแจ้งว่าปีนี้ไม่มีงบ แต่ตอนที่นายกคนเก่าอยู่เคยให้งบประมาณในการขุดลอกคลองมา

ทางด้านนายรัตนะ อายุ 56 ปี ประธานชุมชนวัดป่าเรไร 2 กล่าวว่า ปัญหาเกิดจากตนไปลงรูปในเฟซบุ๊กไว้ แล้วลูกบ้านได้แคปหน้าจอส่งมาให้ตนดู โดยทาง สท.กฤต มีการเขียนข้อความว่า “ไปถ่ายรูปแล้วกลับ ตนก็ทำได้”

ส่วนนายกเทศมนตรีได้คอมเม้นท์มาว่า “ท่านประธานชุมชน ฝากเรียนทางสมาชิก อย่านำแอลกอฮอล์มาดื่มตรงนี้ เป็นจิตอาสาไม่ควรทำอย่างนี้” ตนจึงได้เอารูปที่แคปให้กับ นายบุญสม ดูจึงทำให้นายบุญสมโมโห ได้โทรเรียกนายกลงพื้นที่มา จนมีคลิปที่ถ่ายไว้ว่าเกิดข้อพิพาทกัน

ตนรู้สึกว่า พวกตนเป็นคนในชุมชนเดียวดัน ตนรับไม่ได้ทำไมนายกต้องมาต่อว่ากัน เหมือนทำให้ชุมชนแตกแยกกัน ตนไม่ใช่คนนอก ช่วยงานร่วมกันตลอด ใช้ลำกระโดงร่วมกัน เวลาสูบน้ำก็ช่วยเหลือกัน การดื่มแอลกอฮอล์ก็ไม่ได้ดื่มมาก เรื่องเครื่องสูบน้ำที่ยืมเทศบาลมา ยังไม่ได้แจ้งทางนายกให้ยกกลับไป เพราะฝนตกอยู่คงต้องใช้เครื่องสูบน้ำออกตลอด

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองบางศรีเมือง เข้าพบดร.ปริญญา ศักดิ์นาวี นายกเทศมนตรีเมืองบางศรีเมือง และนายฐิติศักดิ์ สุขสมรูป สมาชิกสภาเทศบาลเมืองบางศรีเมือง สอบถามรายละเอียดข้อพิพาทที่ถูกทางประธานชุมชนวัดป่าเรไรและชาวบ้านร้องเรียน

ดร.ปริญญา ศักดิ์นาวี นายกเทศมนตรีเมืองบางศรีเมือง กล่าวว่า วันที่เกิดเหตุเป็นวันที่ 21 ก.ย.69 ตามคลิปวิดีโอ ซึ่งตนไม่ได้คิดว่าจะเกิดเรื่องมีการเรียกชาวบ้านมาโจมตีตน เรื่องเกิดจากที่ตนได้ตอบเฟซบุ๊กประธานวัดป่าเรไร 2 ไป ว่าห้ามนำแอลกอฮอล์มาดื่มบริเวณเครื่องสูบน้ำ ตนไม่ได้มีจุดประสงค์จะพูดถึงประธาน 1 เพราะตนไม่ทราบว่าเขาดื่มหรือไม่

ส่วนประธาน 2 ตนทราบว่าเขาดื่มแล้วมีพฤติกรรมที่ไม่ดี มีชาวบ้านร้องเรียนมา แต่ประธาน 2 ได้แคปรูปไปให้ประธาน 1 รู้สึกเสียหาย และมีการนำรูปไปลงในกลุ่มวัดป่าเรไร 1 ทำให้ประธาน 1 รู้สึกไม่พอใจ ทั้งที่เขาทำดีอยู่แล้ว

ดร.ปริญญา กล่าวต่อว่า วันที่มีชาวบ้านมารวมตัว เพราะเขาประกาศเสียงตามสายเรียกชาวบ้านมารวมตัวกัน มีการพูดถึงการห้ามดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งตนอธิบายว่าไม่เกี่ยวกับประธาน 1 แต่ประธาน 2 นำข้อมูลที่ไม่เกี่ยวกับประธาน 1 มาลงในกลุ่ม จนเกิดปัญหา และชาวบ้านก็เริ่มต่อว่าทำไมจะมาดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ ใหญ่มาจากไหน จนมีหลายคนเริ่มโวยวายตน

ทำให้ สท.ที่มากับตนทนไม่ได้เพราะถูกกดดัน บีบคั้น ว่าทำไมมาต่อว่านายกที่เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมาใช้คำรุนแรง จึงได้พูดคำรุนแรงหลุดออกไป ซึ่งตนได้ตำหนิ สท.ไปแล้วว่าอย่าทำพฤติกรรมแบบนี้ ซึ่งตนก็เข้าใจ สท.สำหรับตนพยายามรควบคุมอารมณ์ ไม่อยากให้มีเรื่องรุนแรง แต่ปัญหาไม่ได้เกิดจากชุมชนตรงนี้ แต่เป็นการที่ประธานชุมชนอีกคนส่งข้อมูลมาจนเกิดการแตกแยกกับประธาน 1

ดร.ปริญญา กล่าวอีกว่า บริเวณลำกระโดงและชุมชนวัดป่าเรไร เป็นพื้นที่เช่าของวัดป่าเรไรทั้งหมด จุดที่ตั้งเครื่องสูบน้ำก็เป็นพื้นที่เช่าของวัด ซึ่งในเวลาปกติทางเทศบาล ไม่สามารถสนับสนุนเรื่องของน้ำมันได้ แต่สามารถให้ยืมเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งได้ ทางประชาชนจึงได้รวบรวมเงินกันติดตั้งเครื่องสูบน้ำและช่วยซื้อน้ำมัน

ทางเทศบาลสามารถช่วยได้ในกรณีฉุกเฉิน มีอุทกภัยสามารถช่วยค่าน้ำมัน และอุปกรณ์อื่นๆได้ สิ่งที่เทศบาลทำไม่ได้คือการเข้าไปลอกลำกระโดง ถ้าเข้าไปตัดต้นไม้หรือเก็บขยะตนก็ใช้งบประมาณส่วนตัว ส่วนการขุดลอดลำกระโดงจะขุดได้ในส่วนที่เป็นพื้นที่สาธารณะ ส่วนที่อยู่ในพื้นที่เอกชนตนไม่สามารถเข้าไปขุดลอกได้ จะถูกดำเนินคดีทันที ถ้าจะทำตนต้องใช้งบส่วนตัว

สำหรับเครื่องสูบน้ำที่จะคืน ตนก็ไม่ว่าอะไร จะได้นำไปใช้ในจุดที่จำเป็น แต่ถ้าเดือดร้อนต้องการใช้ทางเทศบาลก็ยินดีช่วย ตามระเบียบที่ไม่ขัดข้อกฏหมายตนก็ยินดี ส่วนงบประมาณที่ขอขุดลอกลำกระโดงถ้าเป็นที่เอกชนเทศบาลไม่สามารถทำได้ ผิดกฏหมาย ซึ่งขณะนี้ตนอยู่ระหว่างเตรียมกระสอบทรายเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชน

เนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนรระบายและตกอย่างต่อเนื่อง ทางเทศบาลพยายามเข้าช่วยเหลือหาเครื่องสูบน้ำไปช่วย ทั้งงบประมาณส่วนตัว และการขอสปอนเซอร์ สำหรับพื้นที่เทศบาลเมืองบางศรีเมือง มีฝนตกอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังสามารถควบคุมได้ โดยทางเทศบาลได้มีการประสานกับกรมราชทัณฑ์ทำการขุดลอกท่อระบายน้ำทั้งเมืองนฝตามถนนระยะระยะทาง 67 กม. เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำรอระบาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน