แม่น้ำป่าสักจ่อล้นตลิ่ง เทศบาลตำบลท่าเรือปักธงแดงแจ้งเตือนชาวบ้านชุมชนริมแม่น้ำและพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ เร่งขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นไว้ในที่สูง พ่อค้าแม่ค้าขนของวุ่นย้ายตลาดหนีน้ำ

วันที่ 28 ก.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา ล่าสุดเริ่มมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นหลังเขื่อนพระราม 6 ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากแม่น้ำป่าสักลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทบชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำในพื้นที่ อ.ท่าเรือ อ.นครหลวง และ อ.พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำป่าสักที่ต้องเร่งเตรียมรับมือ

โดยหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลท่าเรือ ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำป่าสัก เจ้าหน้าที่ได้นำธงสีแดงมาปักไว้เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในชุมชนริมแม่น้ำและพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ ให้เร่งขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นไว้ในที่สูง หลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนเหลืออีกประมาณ 30 เซนติเมตรจะเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบริเวณลานด้านหน้าสำนักงานเทศบาล ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ทยอยเดินทางมาติดตามสถานการณ์และตรวจสอบระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง

ด้านเทศบาลตำบลท่าเรือ ได้เตรียมกระสอบทรายสำหรับเสริมแนวป้องกันน้ำ รวมถึงจัดเตรียมเรือไว้สำหรับให้ประชาชนในเขตเทศบาลที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใช้ในการเดินทางและขนย้ายสิ่งของ หากสถานการณ์น้ำเพิ่มสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน ที่ตลาดสดท่าเรือ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างเร่งขนย้ายสินค้าและอุปกรณ์การค้าจากร้านออกจากพื้นที่ หลังได้รับประกาศแจ้งเตือนเรื่องสถานการณ์น้ำ โดยเทศบาลตำบลท่าเรือได้จัดเตรียมพื้นที่ตลาดชั่วคราวไว้รองรับ เพื่อให้ผู้ค้าสามารถย้ายออกไปจำหน่ายสินค้าได้ในช่วงที่ตลาดเดิมได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

นางสาวบี อายุ 38 ปี แม่ค้าขายกับข้าว เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำเริ่มส่งผลกระทบต่อพ่อค้าแม่ค้าแล้ว โดยได้รับแจ้งเตือนเรื่องน้ำท่วมและต้องเร่งเก็บข้าวของ รวมทั้งขนย้ายสินค้าออกจากตลาดตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา เนื่องจากระดับน้ำทยอยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ตรงนี้ประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้ระดับน้ำมาเร็วกว่าปกติทำให้ต้องเร่งเตรียมตัวรับมือและย้ายสินค้าออกไปจำหน่ายยังพื้นที่อื่นเป็นการชั่วคราว เช่น ตลาดเกาะลอย ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

ส่วนนายวสันต์ อายุ 28 ปี พ่อค้าที่ขายของใกล้ตลาดท่าเรือ บอกว่า ช่วงแรกยังไม่ได้ขนย้ายข้าวของเนื่องจากคิดว่าระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงผลจากฝนตกทั่วไป แต่ปรากฏว่าภายในเวลาเพียง 2-3 วัน ระดับน้ำในคลองเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่อยู่อาศัย ทำให้ต้องรีบขนย้ายทรัพย์สินและเตรียมหาที่พักชั่วคราว

” รวมถึงติดต่อจองพื้นที่ตลาดแห่งใหม่ เช่น ตลาดสุวรรณเกลียวทองท่าเรือ เพื่อใช้เป็นจุดตั้งแผงค้าขายและประกอบอาชีพต่อไป ส่วนตนขายของอยู่หน้าบ้านติดกับตลาดจึงอยู่ในกลุ่มผู้ค้าที่ต้องรอการจัดสรรพื้นที่จากเทศบาล อาจต้องรอให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดเดิมได้รับพื้นที่ก่อน ”

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ต่างสะท้อนตรงกันว่า สถานการณ์น้ำปีนี้มีความผิดปกติจากหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่มักค่อยๆ เพิ่มขึ้น ทำให้ชาวบ้านมีเวลาเตรียมตัวและขนย้ายทรัพย์สิน แต่ครั้งนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว จนหลายครอบครัวต้องเร่งขนย้ายสิ่งของกันในช่วงกลางคืน เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน