‘เดชรัต’ เตือนประชาชน ริม 5 ลุ่มน้ำ ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดช่วง 3 วันนี้ หลังหลายเขื่อนน้ำเต็ม-เกินความจุ จ่อเพิ่มการระบาย หวั่นกระทบพื้นที่เสี่ยงหลายจังหวัด

เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2569 นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต และประธานคณะทำงานติดตามสถานการณ์น้ำ พรรคประชาชน กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดประจำวันนี้ว่า แม้ภาคกลางและภาคตะวันตกจะเริ่มมีฝนลดลง แต่เขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างๆ ที่อยู่ตอนบนหลายแห่ง มีปริมาณน้ำกักเก็บใกล้เคียงหรือเกินกว่าความจุ

ประกอบกับมีน้ำด้านข้างไหลมาเสริม ทำให้เขื่อนต่างๆ ต้องเพิ่มการระบายน้ำ ซึ่งจะกระทบกับระดับน้ำและสถานการณ์อุทกภัยของพี่น้องประชาชนริมน้ำได้

นายเดชรัต กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนจึงขอประมวลรายงานสถานการณ์ล่าสุดของการระบายน้ำมา เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้ ติดตามสถานการณ์ ดังนี้

สำหรับแม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้นเป็น 2,564 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นเป็น 17.66 ม.รทก. ซึ่งจะกระทบกับชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา ท่าจีน และสะแกกรัง ในจ.ชัยนาทและอุทัยธานีได้

ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา ปัจจุบันระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที แต่น่าจะเพิ่มขึ้นจนถึงระดับ 2,200 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ได้ในไม่กี่วันข้างหน้า พี่น้องประชาชนริมน้ำเจ้าพระยาในจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี

ส่วนแม่น้ำป่าสัก ปัจจุบันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณเกินความจุอ่างเก็บน้ำ คือ 102.2% และปัจจุบันระบายน้ำอยู่ที่ 25 ลูกบาศก์เมตร/วินาที และประกาศเพิ่มอัตราการระบายน้ำ

  • วันที่ 30 กันยายน เพิ่มขึ้นเป็น 115 ลูกบาศก์เมตร/วินาที
  • วันที่ 1 ตุลาคม เพิ่มเป็น 230 ลูกบาศก์เมตร/วินาที
  • วันที่ 2 ตุลาคม เพิ่มขึ้นเป็น 400 ลูกบาศก์เมตร/วินาที

สำหรับพื้นที่ท้ายเขื่อนพระรามหก กรมชลประทานจะปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายให้อยู่ในเกณฑ์ 600-700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่วันที่ 28-29 กันยายน 2569 ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1.00-1.20 เมตร โดยพี่น้องประชาชนใน จ.สระบุรี อยุธยา และปทุมธานี อาจได้รับผลกระทบจากการเพิ่มอัตราการระบายน้ำของเขื่อนป่าสักฯ ในครั้งนี้ จึงต้องเตรียมพร้อมในระดับสูงสุด

แม่น้ำท่าจีน ปัจจุบันพื้นที่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา รับน้ำจากการระบายของแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ 328 ลูกบาศก์เมตร/วินาที และมีน้ำมาจากด้านข้างทั้งฝั่งตะวันออกจากแม่น้ำเจ้าพระยา และทางฝั่งตะวันตกจากแม่น้ำแม่กลอง มากกว่า 300 ลูกบาศก์เมตร/วินาที รวมกันประมาณ 600-700 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งเกินกว่าความสามารถในการระบายของแม่น้ำท่าจีน

ซึ่งวันนี้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ในลุ่มน้ำท่าจีนและหลายจุด มีระดับสูงกว่าปี 2568 เช่น อ.บางเลน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม แต่ยังต่ำกว่าระดับปี 2554

แม่น้ำแม่กลอง ปัจจุบันเขื่อนวชิราลงกรณ์ มีปริมาณน้ำกักเก็บ 94.4% ของความจุ และเขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณน้ำกักเก็บ 81.7% ของความจุ นอกจากนี้ยังมีน้ำด้านข้างไหลมาสมทบจากปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักใน 2 วันที่ผ่านมา

ล่าสุด เขื่อนแม่กลองมีอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 1,666 ลูกบาศก์เมตร/วินาที และแจ้งว่าอาจจะเพิ่มเป็น 2,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ในช่วงเวลาข้างหน้านี้ ทำให้ชุมชนที่อยู่ริมน้ำแม่กลองและริมตลิ่งที่ต่ำ ทั้งใน จ.กาญจนบุรี และราชบุรี ได้รับผลกระทบได้ แต่จะไม่เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างแต่อย่างใด ส่วนในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม จะได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนในแต่ละช่วงเวลาของวัน

แม่น้ำเพชรบุรี ปัจจุบัน เขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำกักเก็บ 98.7% ของความจุ และระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 100 ลูกบาศก์เมตร/วินาที นอกจากนี้จะมีน้ำด้านข้างไหลมาสมทบด้วย เขื่อนเพชร ระบายน้ำท้ายเขื่อนผ่านเมืองเพชรบุรี ที่ 93.3 ลูกบาศก์เมตร/วินาที และกระจายเข้าคลองชลประทานทั้งหมด 80.6 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ระดับน้ำในตัวเมืองยังต่ำกว่าตลิ่ง แต่ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิด

นายเดชรัต กล่าวต่อว่า เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์การระบายน้ำในแต่ละลุ่มมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพระยา-ป่าสัก เจ้าพระยา-ท่าจีน แม่กลอง-ท่าจีน รวมถึงบางปะกงด้วย

พรรคประชาชนจึงขอเสนอให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แถลงความคืบหน้าสถานการณ์น้ำที่มีความชัดเจนถึงพื้นที่ที่เสี่ยงภัยและประสบภัยพร้อมกันทั้ง 5 ลุ่มน้ำเป็นระยะ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อให้ท้องถิ่นและประชาชนสามารถเตรียมรับมือได้อย่างถูกต้องและทันการณ์

นอกจากนี้ ยังขอให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ริมน้ำทั้ง 5 ลุ่มน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ติดตามสถานการณ์น้ำในช่วง 3 วันนี้ อย่างใกล้ชิด และสามารถประสานความช่วยเหลือต่างๆ ได้ที่ทีมงานพรรคประชาชนในแต่ละจังหวัด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน