กสม. ย้ำไม่ก้าวล่วง คำสั่งศาลปกครองสูงสุด ปมรื้อถอน 15 อาคาร รุกล้ำ พื้นที่สาธารณะ ชายหาดหัวหิน เน้นตรวจสอบขั้นตอนคุ้มครองสิทธิประชาชน
22 ต.ค. 69 – ที่ห้องประชุมนเรศดำริห์ สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พร้อมคณะ ประชุมรับฟังข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กรณีประชาชน 19 ราย ร้องเรียนว่า ได้รับผลกระทบจากคำสั่งรื้อถอนอาคารของ เทศบาลนครหัวหิน และการให้ย้ายออกจากที่ดิน ซึ่งอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในที่ดินมานาน พื้นที่บริเวณสะพานปลาหัวหิน ถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม ถนนนเรศดำริห์ ซึ่งเทศบาลนครหัวหิน เตรียมดำเนินการรื้อถอนอาคารรุกล้ำ พื้นที่สาธารณะจำนวน 15 หลัง ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด

oplus_8616148992
การประชุมครั้งนี้มี พันจ่าเอกพัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ฝ่ายปกครองอำเภอหัวหิน ตำรวจภูธรหัวหิน สำนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สาขาหัวหิน สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาประจวบคีรีขันธ์ ผู้ร้องและประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง
โดยก่อนเริ่มประชุม กสม.ได้ขอให้สื่อมวลชนและประชาชน บางส่วนออกจากห้องประชุม พร้อมงดถ่ายทอดสด เนื่องจากมีการสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลและรายละเอียดต่างๆ ที่อาจกระทบต่อสิทธิของผู้ร้อง
ภายหลังเสร็จสิ้น การประชุม ได้มีตัวแทนชาวหัวหิน ยื่นหนังสือแก่ กสม.ร้องขอให้มีการรื้อถอนอาคารตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด เนื่องจากเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ที่ประชาชนควรใช้ร่วมกัน พร้อมแนบรายชื่อชาวบ้านที่เห็นด้วยกับการรื้อถอนดังกล่าว จำนวนเกือบ 1,000 รายชื่อ
นางสาวศยามล เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า กสม.ให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่รับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย โดยก่อนหน้านี้คณะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง และหารือกับกลุ่มผู้ร้อง ก่อนประชุมรับฟังข้อมูลจากเทศบาลนครหัวหิน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในวันนี้
จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มีประชาชนร้องเรียน 19 ราย โดยมี 15 หลังคาเรือน อยู่ระหว่างกระบวนการพิสูจน์สิทธิในการครอบครองที่ดินในศาลอุทธรณ์ภาค 7 และมีผู้ร้อง 9 รายที่อุทธรณ์คำสั่งศาลปกครอง
นางสาวศยามล กล่าวว่า กสม.ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบ หรือวินิจฉัยซ้ำในประเด็นสิทธิการครอบครองที่ดินของรัฐ และคำสั่งรื้อถอนอาคารที่ ศาลฯมีคำวินิจฉัยแล้ว เนื่องจากต้องเป็นไปตามหลักการแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ระหว่างองค์กรอิสระกับศาล โดยผู้ร้องบางส่วนได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ตามกระบวนการทางกฎหมายแล้ว
อย่างไรก็ตาม กสม.ยังมีอำนาจตรวจสอบในมิติการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะขั้นตอนการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐภายหลังมีคำสั่งศาล เช่น การแจ้งเตือนเป็นหนังสือ การติดประกาศ และการแจ้งให้ผู้ได้รับผลกระทบทราบถึงขั้นตอนดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการดำเนินการก่อนและระหว่างการรื้อถอนว่าเป็นไปตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ทั้งนี้ กสม.จะนำข้อมูลจาก เทศบาลนครหัวหิน และสำนักงานเจ้าท่า ภูมิภาคสาขาประจวบคีรีขันธ์ ไปประกอบการตรวจสอบ พร้อมพิจารณาว่า กระบวนการดำเนินงานมีมาตรการคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างเหมาะสมหรือไม่ โดยเน้นการปรึกษาหารือระหว่างหน่วยงานรัฐ กับผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจขั้นตอนตามกฎหมาย รวมถึงแนวทางเยียวยาที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ กสม.ยังให้ความสำคัญกับแผนการพัฒนาพื้นที่ภายหลังการรื้อถอน เนื่องจากเป็นพื้นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่เป็นชายหาดทะเล ตามที่ศาลวินิจฉัยไว้ จึงควรพิจารณาแนวทางใช้ประโยชน์พื้นที่ให้เกิดประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนโดยทั่วไป ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้ได้รับผลกระทบ โดยไม่เข้าไปวินิจฉัยประเด็นสิทธิในที่ดินที่อยู่ในกระบวนการของศาล
“ในส่วนของ เทศบาลนครหัวหิน สามารถดำเนินการตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดต่อไป โดย กสม.จะไม่ก้าวล่วงคำสั่งของศาลปกครอง” นางสาวศยามลกล่าว
ด้าน พันจ่าเอกพัณณ์ภัสส์ กล่าวว่า การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้เป็นการให้ข้อมูลตามกระบวนการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงการดำเนินงานตามขั้นตอนของกฎหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งจากข้อมูลที่จังหวัดติดตามมา ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีหน่วยงานใดดำเนินการไม่ถูกต้อง หรือฝ่าฝืนระเบียบแบบแผนของทางราชการ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดระบุว่า ส่วนกรณีข้อร้องเรียนที่ระบุว่า เทศบาลไม่ได้ตั้งงบประมาณรองรับการดำเนินการไว้ตั้งแต่แรกนั้น เทศบาลสามารถโอนหรือปรับเปลี่ยนงบประมาณ เพื่อดำเนินโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนได้ โดยประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้ร้องทราบ
สำหรับการกำกับดูแล เทศบาลนครหัวหิน ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 หากปรากฏการดำเนินการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงรายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาสั่งการ
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่ปรากฏข้อมูลว่า เทศบาลนครหัวหิน ดำเนินการในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย โดยจังหวัดได้ติดตามกำกับดูแลผ่าน นายอำเภอหัวหิน อย่างต่อเนื่อง

oplus_8727298048

oplus_8731492352

oplus_8731492352

oplus_8727306240