ฮือฮาา! นาทีหายาก พบ ‘เสือดำ 2 ตัว เสือดาว 3 ตัว’ กลางผืนป่าแก่งกระจาน สร้างความประทับใจให้กับผู้รักธรรมชาติและนักถ่ายภาพสัตว์ป่าเป็นอย่างมาก
สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการถ่ายภาพสัตว์ป่าเมืองไทย เมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 ต.ค.2569 มงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน รายงานว่า พบเสือดำและเสือดาววัยรุ่นรวม 5 ตัว บริเวณถนนขึ้นบ้านกร่าง กิโลเมตรที่ 3 ใกล้หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.2 (เขาสามยอด) ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี นับเป็นภาพการพบเห็นสัตว์ป่าหายากที่สร้างความประทับใจให้กับผู้รักธรรมชาติและนักถ่ายภาพสัตว์ป่าเป็นอย่างมาก
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างเวลาประมาณ 09.00–10.00 น. น.ส.นัฏฐ์นลี สุรพลานันท์ หรือ “น้อง” นักถ่ายภาพสัตว์ป่าอิสระ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะอดีตผู้เข้ารอบ 8 คนสุดท้ายของรายการ The Star ค้นฟ้าคว้าดาว ปีที่ 2 เมื่อปี 2547 ได้พบเสือดำและเสือดาววัยรุ่น อายุประมาณ 2–3 ปี รวม 5 ตัว แบ่งเป็นเสือดำ 2 ตัว และเสือดาว 3 ตัว โดยคาดว่าอาจเป็นพี่น้องจากพ่อแม่เดียวกัน แต่ยังต้องอาศัยข้อมูลทางวิชาการเพื่อยืนยันความสัมพันธ์
ด้วยความตื่นเต้นและประทับใจต่อภาพที่ปรากฏตรงหน้า น.ส.นัฏฐ์นลี สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจไว้ได้บางส่วน ทั้งภาพนิ่งและคลิปวิดีโอ โดยมีภาพเสือดำเพศเมีย 1 ตัว และเสือดาวเพศผู้ 1 ตัว ส่วนเสืออีก 2 ตัวที่พบเห็นไม่สามารถบันทึกภาพไว้ได้ทัน ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้รับระบุว่ามีไฟล์บันทึกภาพรวม 2 ภาพ และ 2 คลิป
การพบเสือดำและเสือดาวในพื้นที่เดียวกันครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของผืนป่าแก่งกระจาน ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด และมีคุณค่าทั้งในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเส้นทางบ้านกร่าง ซึ่งเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวและช่างภาพที่เดินทางมาสัมผัสธรรมชาติและเฝ้าสังเกตสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดภายใต้กฎระเบียบของอุทยานฯ
อย่างไรก็ตาม บริเวณที่พบสัตว์ป่าอยู่ห่างจากพื้นที่ที่มีการกล่าวถึงโครงการเหมืองโดโลไมต์ซึ่งมีผู้คัดค้านประมาณ 5 กิโลเมตร ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ชวนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาผืนป่าและถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า ทั้งนี้ การประเมินผลกระทบของโครงการต่อระบบนิเวศจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลทางวิชาการและการศึกษาพื้นที่อย่างรอบด้าน
นอกจากนี้ น.ส.นัฏฐ์นลี ยังแสดงความประสงค์ที่จะมอบภาพถ่ายและคลิปวิดีโอทั้งหมดให้แก่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อนำไปเผยแพร่เป็นความรู้แก่สาธารณชน ตลอดจนใช้เป็นข้อมูลประกอบการศึกษาด้านพฤติกรรมสัตว์ป่าและงานอนุรักษ์ในอนาคต
การพบเห็นสัตว์ป่าหายากในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นความประทับใจของนักถ่ายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงคุณค่าของผืนป่าธรรมชาติที่ควรได้รับการดูแลรักษา เพื่อให้สัตว์ป่านานาชนิดยังคงมีพื้นที่ดำรงชีวิต และส่งต่อความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติให้คนรุ่นหลังได้สัมผัสต่อไป
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไปในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่เข้าใกล้หรือรบกวนสัตว์ป่า และไม่เปิดเผยพิกัดที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของสัตว์ เพื่อให้การท่องเที่ยวธรรมชาติดำเนินควบคู่ไปกับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
