ลูกบ้าน 114 หลัง โครงการหมู่บ้านจัดสรรดัง ร้อง ซื้อบ้านหลักล้าน เสี่ยงบ้านถูกเฉือน ปมสวนส่วนกลางทับแนวถนน ทำสุขภาพจิตพัง หวั่นถนนตัดเข้าพื้นที่บ้าน

วันที่ 26 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดข้อร้องเรียนจากลูกบ้านโครงการหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม หลังผู้พักอาศัยหลายรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับพื้นที่สวนส่วนกลางและแนวถนนที่อาจส่งผลกระทบต่อที่อยู่อาศัย

โดยปัจจุบันโครงการมีบ้านรวม 114 หลังคาเรือน ลูกบ้านจึงเรียกร้องให้เจ้าของโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน

ลูกบ้าน

ลูกบ้าน 114 หลัง โครงการหมู่บ้านจัดสรรดัง ร้อง ซื้อบ้านหลักล้าน เสี่ยงบ้านถูกเฉือน ปมสวนส่วนกลางทับแนวถนน ทำสุขภาพจิตพัง หวั่นถนนตัดเข้าพื้นที่บ้าน

ขณะที่ลูกบ้านตั้งคำถามถึงการเปิดเผยข้อมูลก่อนขายและความชัดเจนจากโครงการหลังเกิดความสับสน ตั้งแต่ตัวทางเข้าโครงการที่โฆษณาไว้ไม่มีจริง ข้อมูลพื้นที่หมู่บ้านที่จะมีถนนตัดผ่านที่ถูกหมกไว้ไม่เคยเปิดเผยให้ลูกบ้านทราบ

ทำเรื่องให้โครงการชี้แจงนานนับปีแต่ยังเงียบ จนภายหลังลูกบ้านที่อยู่แนวถนนจิตตกและเสียสุขภาพนานนับปี จึงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง หวั่นอนาคตการอยู่อาศัยไม่แน่นอน

นายเอ (นามสมมติ) อายุ 38 ปี อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งและลูกบ้านรายหนึ่ง กล่าวว่า ตัดสินใจซื้อบ้านในโครงการตั้งแต่ปี 2565 หลังได้รับข้อมูลประชาสัมพันธ์และเข้าชมพื้นที่จริง ซึ่งมีการนำเสนอพื้นที่โล่งกว้างเป็นสวนและพื้นที่ส่วนกลางสำหรับพักผ่อนและทำกิจกรรม

ลูกบ้านจึงเชื่อมั่นว่าพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการอยู่อาศัยในระยะยาว และเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลในการเลือกซื้อบ้าน ซึ่งมีราคาสูงมากกว่า 4 ล้านบาท

ลูกบ้าน

ทั้งนี้ การตัดสินใจซื้อไม่ได้พิจารณาเพียงตัวบ้าน แต่ยังคำนึงถึงทำเลและพื้นที่ส่วนกลางที่ได้รับการนำเสนอ โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ติดพื้นที่สวน ซึ่งมีการอธิบายว่าเป็นทำเลพิเศษ มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าบ้านด้านในโครงการ ทำให้ยอมจ่ายเงินเพิ่มอีกหลายแสนบาทเพื่อให้ได้บ้านในตำแหน่งที่ตรงกับความต้องการ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเข้ามาอยู่อาศัย ลูกบ้านเริ่มได้รับข้อมูลเกี่ยวกับข้อสงสัยว่าพื้นที่ซึ่งเข้าใจว่าเป็นสวนส่วนกลางอาจเกี่ยวข้องกับแนวถนนตามผังเมือง รวมถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรพื้นที่ภายในโครงการและสิ่งปลูกสร้างที่อาจเกิดขึ้นในบริเวณดังกล่าว

เพราะได้มีการตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน Land Map ของกรมที่ดิน และพบว่าแนวเส้นที่ปรากฏในแผนที่นั้นดูเหมือนจะพาดเข้ามาในพื้นที่บ้านของตนเองเกือบครึ่งหลัง ไม่ใช่เพียงมีแนวถนนอยู่ติดกับบ้านเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดข้อกังวลว่าแนวเขตดังกล่าวอาจกระทบถึงตัวบ้านด้วย

ประเด็นที่ตนและภรรยาจึงถึงขั้นสุขภาพจิตย่ำแย่ เพราะกังวลว่าแนวถนนอาจพาดผ่านเข้ามาในพื้นที่บ้าน โดยลูกบ้านบางรายที่ประสบชะตากรรมเดียวกันก็ตรวจดูข้อมูลแผนที่ที่ได้รับมาแล้ว พบแนวถนนที่อาจกระทบพื้นที่อยู่อาศัยอย่างมีนัยสำคัญ จนเกรงว่าบ้านของตนอาจต้องสูญเสียพื้นที่บ้านไป หรือได้รับผลกระทบมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ตาม ขอบเขตแนวถนนและผลกระทบที่แท้จริงยังต้องรอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจและเอกสารสิทธิที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ

นายบี (นามสมมติ) ลูกบ้านในโครงการ กล่าวว่า ตัดสินใจเลือกซื้อบ้านหลังนี้ เพราะต้องการความเป็นส่วนตัว เนื่องจากบริเวณบ้านมีบ้านอยู่ใกล้เคียงเพียง 2 หลัง และพื้นที่ข้างเคียงไม่มีบ้านหลังอื่นอยู่ติดกัน จึงมองว่าเป็นทำเลที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหลังจากทำงานมาทั้งวัน

ในช่วงที่เข้ามาดูบ้าน พนักงานขายได้แนะนำว่าภายในโครงการมีสนามหญ้า พื้นที่ส่วนกลาง และพื้นที่สำหรับออกกำลังกาย ซึ่งลูกบ้านสามารถเข้ามาวิ่งเล่นและใช้ประโยชน์ได้ ทำให้ตนเองสนใจและตัดสินใจเลือกบ้านหลังนี้

โดยฝ่ายขายยังแจ้งด้วยว่าเป็นทำเลที่มีความเป็นส่วนตัว หรือ Private จึงมีราคาสูงกว่าบ้านที่อยู่ด้านในโครงการตนเองยอมจ่ายเงินเพิ่ม โดยบ้านหลังนี้มีราคาประมาณ 3.3 ล้านบาท

ภายหลังจากเข้ามาอยู่อาศัยในปี 2567 ตนเพิ่งมาทราบเรื่องข้อกังวลเกี่ยวกับพื้นที่ข้างบ้านในปี 2568 หลังจากมีเพื่อนบ้านเดินเข้ามาแจ้งว่าอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับแนวถนนและพื้นที่ของโครงการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบ้านที่อยู่อาศัยอยู่ ทำให้รู้สึกตกใจ เพราะไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น หลังจากนั้นจึงติดตามข้อมูลข่าวสารและความคืบหน้าจากเพื่อนบ้านมาโดยตลอด

จากข้อมูลที่ได้รับทราบ มีข้อกังวลว่าแนวถนนอาจพาดผ่านเข้ามาในพื้นที่บ้าน และอาจส่งผลกระทบต่อตัวบ้านอย่างมาก โดยข้อมูลจากแผนที่ที่เพื่อนบ้านนำมาให้ดูทำให้เกิดข้อสงสัยว่า พื้นที่บ้านอาจถูกตัดแบ่งออกไปเกือบครึ่งหลัง

ตนตกใจมากไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะการตัดสินใจซื้อบ้านหลังหนึ่งไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เป็นเงินก้อนใหญ่ที่ต้องผ่อนกันไปอีกหลายปี กว่าจะผ่อนหมดก็ใช้เวลาทั้งชีวิต แต่พอมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ

ชึ่งหลังจากซื้อบ้านแล้ว ในช่วงแรกยังสามารถติดต่อพนักงานขายได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป การติดต่อกลับเริ่มเงียบหาย และไม่ได้รับการตอบกลับเหมือนเดิม แม้จะมีเรื่องที่ต้องการสอบถามหรือแจ้งปัญหาต่าง ๆ ก็ตาม

ทำให้รู้สึกว่าหลังจากตัดสินใจซื้อบ้านแล้ว ลูกบ้านกลับต้องรับภาระในการติดตามเรื่องต่าง ๆ ด้วยตนเอง เหมือนเรามีหน้าที่จ่ายเงินอย่างเดียว ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นก็ต้องคอยติดตามแก้ไขกันเอง

ด้าน น.ส.ซี (นามสมมติ) ลูกบ้านหญิงรายหนึ่ง กล่าวว่า ตนเข้ามาอยู่อาศัยในหมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้เป็นปีที่ 2 และกำลังจะเข้าสู่ปีที่ 3 สาเหตุที่ตัดสินใจซื้อบ้านในโครงการดังกล่าว เนื่องจากเห็นการโฆษณาขายผ่านแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ซึ่งนำเสนอภาพบ้านและบรรยากาศโดยรอบ มีสวนสาธารณะ สนามกีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ

ประกอบกับช่วงนั้นลูกกำลังเติบโต จึงต้องการหาบ้านที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของครอบครัว โดยได้พิจารณาหลายโครงการ ก่อนจะเห็นมีผู้แชร์ข้อมูลโครงการนี้ จึงเข้าไปดูรายละเอียดจากเพจและเดินทางมาดูสถานที่จริง

ยอมรับว่าเชื่อมั่นในชื่อเสียงของโครงการ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีการพัฒนาโครงการในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อีกทั้งสิ่งที่นำเสนอในแพลตฟอร์มของโครงการ ทั้งในระดับ จ.มหาสารคาม และแพลตฟอร์มหลักของโครงการทั่วประเทศ มีลักษณะตรงกัน ทั้งสวนสาธารณะ สนามกีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทำให้มั่นใจว่าสภาพแวดล้อมและพื้นที่ส่วนกลางจะเป็นไปตามที่โฆษณาไว้

ในช่วงเลือกซื้อบ้าน ตนสนใจบ้าน 2 หลัง โดยหนึ่งในนั้นเป็นบ้านที่อยู่ติดสวน พนักงานขายแจ้งว่าบ้านหลังดังกล่าวมีราคาสูงกว่าบ้านหลังอื่น เนื่องจากมีทำเลพิเศษ โดยด้านหลังจะไม่มีบ้านมาบดบัง และด้านข้างติดกับสวนของโครงการ

จึงยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อแลกกับทำเลที่ต้องการ เพราะมองว่าสวนจะช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านโปร่งสบาย เหมาะกับการอยู่อาศัยของครอบครัว

บ้านหลังดังกล่าวมีราคา 4.6 ล้านบาท บนพื้นที่ 78 ตารางวา หากเลือกบ้านหลังอื่นที่อยู่ด้านในโครงการ จะสามารถประหยัดเงินได้เกือบ 1 ล้านบาท แต่ตนเองเลือกทำเลติดสวน เพราะคาดหวังว่าจะได้ความสงบ ความปลอดโปร่ง และพื้นที่สำหรับออกกำลังกาย โดยเฉพาะสนามกีฬาหรือสนามวิ่งที่อยู่ใกล้บ้าน รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับลูกและสมาชิกในครอบครัว

ทั้งนี้ ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นเมื่อพบว่าเจ้าหน้าที่โครงการมีการดำเนินการลักษณะคล้ายการเจาะหรือก่อสร้างแนวกำแพงขึ้นบริเวณข้างบ้าน จึงเกิดความสงสัยและไม่เห็นด้วย เพราะไม่เคยได้รับแจ้งจากโครงการว่าจะมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในบริเวณดังกล่าว

ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ข้างบ้านของตนเอง จึงไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจ เพื่อขอให้ระงับเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อแจ้งให้โครงการทราบและขอให้ระงับการก่อสร้างไว้ก่อน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนยังไม่เคยพบเจ้าของโครงการโดยตรง พบเพียงพนักงานขายในช่วงซื้อบ้าน ซึ่งพาไปดูบ้านและแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับทำเล โดยเฉพาะบ้านที่ติดสวน ซึ่งได้รับการยืนยันว่าเป็นพื้นที่สวนของโครงการ ทำให้ตนเองเชื่อมั่นและตัดสินใจซื้อบ้านหลังดังกล่าว

ต่อมาเมื่อมีการประชุมเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น จึงเริ่มทราบรายละเอียดว่า บริเวณข้างบ้านซึ่งตนเองเข้าใจว่าเป็นพื้นที่สวน อาจมีการก่อสร้างแนวรั้วและอาคารสำนักงานนิติบุคคลขึ้นแทน โดยมีการนำผังหมู่บ้านมาแสดงให้ลูกบ้านดู ทำให้ตนเกิดความสงสัยว่าเหตุใดพื้นที่ที่เข้าใจมาตลอดว่าเป็นสวน จึงกลายเป็นพื้นที่สำหรับก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างอื่น

หลังการประชุม ตนยังได้รับข้อมูลผ่านกลุ่มไลน์ของลูกบ้านเกี่ยวกับเอกสารของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้องกับการวางผังเมืองจังหวัดมหาสารคาม จึงเข้าไปศึกษาเพิ่มเติม และพบข้อมูลที่ทำให้เกิดข้อกังวลว่า นอกจากอาคารสำนักงานนิติบุคคลแล้ว บริเวณถัดไปอาจมีถนนตัดผ่าน โดยมีความกว้างประมาณ 22 เมตร

ข้อมูลดังกล่าวทำให้ตนต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนว่า ผังโครงการที่ได้รับอนุมัติและขอบเขตพื้นที่จัดสรรที่ดินที่แท้จริงเป็นอย่างไร พื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้านเป็นไปตามภาพและรายละเอียดที่โฆษณาไว้หรือไม่ รวมถึงบริเวณที่ตนเองเข้าใจว่าเป็นสวนสาธารณะนั้น แท้จริงแล้วมีสถานะและวัตถุประสงค์การใช้พื้นที่อย่างไร

พยายามติดต่อโครงการเพื่อขอให้เข้ามาชี้แจงรายละเอียด แต่ยังไม่มีผู้แทนเข้ามาพูดคุย จึงตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรม เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐช่วยประสานและไกล่เกลี่ย โดยต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ขั้นตอนการขออนุมัติจัดสรรที่ดินและการจัดทำผังโครงการ เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงให้ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้ลูกบ้านต้องค้นหาข้อมูลด้วยตนเองเพียงฝ่ายเดียว

สิ่งที่ตนเองต้องการในขณะนี้ คืออยากให้เจ้าของโครงการเข้ามาพูดคุยและชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการกำหนดขอบเขตหมู่บ้าน การก่อสร้างแนวรั้วและอาคารสำนักงานนิติบุคคล รวมถึงการใช้พื้นที่ที่เดิมเข้าใจว่าเป็นสวนสาธารณะ หากพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ส่วนกลางตามที่ตนเองเข้าใจ ก็ต้องการให้โครงการอธิบายอย่างตรงไปตรงมาว่าจะมีแนวทางแก้ไขหรือเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างไร

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการเข้าออกหมู่บ้านในอนาคต หากพื้นที่ด้านหน้าหรือพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางสัญจรมีการเปลี่ยนแปลง โดยจากข้อมูลผังที่ได้รับทราบ มีการกล่าวถึงถนนภาระจำยอมซึ่งต้องเปิดให้ผ่านจนกว่าจะมีทางผ่านอื่น แต่เรื่องดังกล่าวยังสร้างความกังวล เพราะอาจกระทบทั้งความสงบของหมู่บ้าน และความเป็นส่วนตัวของครอบครัว

ย้ำว่า หากทราบตั้งแต่แรกว่าจะมีแนวกำแพงและอาคารสำนักงานนิติบุคคลมาตั้งอยู่ติดกับบ้าน ก็คงไม่ตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้ เพราะสิ่งที่ต้องการคือบ้านที่อยู่ติดสวน มีบรรยากาศสงบและปลอดโปร่ง ไม่ใช่บ้านที่มีแนวกำแพงและสิ่งปลูกสร้างมาตั้งอยู่ชิดข้างบ้านอย่างที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

เพราะตอนซื้อบ้าน เราหวังว่าจะได้ความสงบ อยู่ใกล้ที่ทำงาน และมีสนามกีฬา สนามวิ่งให้ลูกได้ออกกำลังกาย เรายอมจ่ายแพงกว่าบ้านหลังอื่นเกือบล้านบาท เพราะมองว่าทำเลติดสวนทำให้บรรยากาศดี เหมาะกับการอยู่อาศัยเป็นครอบครัว

ทุกคนต้องการพื้นที่ที่ปลอดโปร่งและสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ แต่วันนี้สิ่งที่เจอคือกำแพงข้างรั้วบ้าน และกำลังจะมีการก่อสร้างอาคารสำนักงานนิติบุคคลอยู่ข้างบ้าน พร้อมกับข้อกังวลเรื่องขอบเขตพื้นที่ของหมู่บ้านที่อาจไม่เป็นไปตามที่เราเข้าใจจากโฆษณา

ทั้งนี้ ตนต้องการให้เจ้าของโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน เพื่อให้ทราบว่าพื้นที่ตามผังโครงการที่ได้รับอนุมัติเป็นอย่างไร และจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร เพื่อให้ลูกบ้านได้รับความเป็นธรรม และสามารถวางแผนการอยู่อาศัยในอนาคตได้อย่างมั่นใจ

นอกจากนี้ ลูกบ้านยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการติดต่อประสานงานกับโครงการ โดยที่ผ่านมาพยายามสอบถามและติดตามข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีคำชี้แจงที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวเขตที่ดิน แนวถนน พื้นที่ส่วนกลาง และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับบ้านแต่ละหลัง ทำให้ผู้พักอาศัยต้องช่วยกันรวบรวมข้อมูลและติดตามเรื่องด้วยตนเอง

เพราะก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน โครงการไม่เคยให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวถนน ขอบเขตพื้นที่ส่วนกลาง และข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์ที่ดินไว้อย่างครบถ้วนเลย และเมื่อเกิดเรื่องทางเจ้าของโครงการ ยังไม่ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงแนวทางแก้ไขหรือเยียวยาหากตรวจสอบแล้วพบว่าลูกบ้านได้รับผลกระทบจริง

ทั้งนี้ ลูกบ้านไม่ได้ต้องการเพียงคำชี้แจงด้วยวาจา แต่ต้องการข้อมูลที่ตรวจสอบได้จากเอกสารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบแน่ชัดว่าพื้นที่สวนส่วนกลางมีขอบเขตอย่างไร แนวถนนจะผ่านบริเวณใด และบ้านหลังใดได้รับผลกระทบบ้าง ตลอดจนแนวทางจัดการปัญหาที่ชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ตัวแทนลูกบ้านทั้ง 114 หลังคาเรือน จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบผังจัดสรรที่ดิน แนวเขตกรรมสิทธิ์ และแนวถนนตามผังเมือง พร้อมประสานเจ้าของโครงการให้ชี้แจงข้อมูลต่อผู้ซื้อบ้านอย่างตรงไปตรงมา เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้พักอาศัย

เพราะบ้านเป็นทรัพย์สินมูลค่าสูงที่ประชาชนต้องใช้เงินเก็บและภาระผ่อนชำระระยะยาวในการซื้อ จึงควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนก่อนตัดสินใจ และได้รับความเป็นธรรมเมื่อเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิในที่อยู่อาศัยของตนเอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน