โอละพ่อมั้ย น้องชายแท้ๆ แฉอีกมุม “ตาคำ” จากผู้จัดการมรดกของแม่กลายเป็นคนเร่ร่อนอ้างโดนฮุบมรดก เปิดที่มรอยแผลเป็นบนหน้าท้อง ไม่ใช่ฝีมือพี่สาว
จากกรณี นายบาคาน หรือ ลุงคำ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี เร่ร่อนไปปักหลักหลับนอนตามศาลา พร้อมเปิดแผงขายผักบุ้ง หอย และปลาประทังชีวิต โดยอ้างว่าตนเองเป็นผู้จัดการมรดกแต่ถูกพี่สาวแท้ ๆ ไล่ที่ หวังฮุบสมบัติที่ดิน และถูกพี่สาวแทงเข้าที่หน้าท้องจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 28 ต.ค.2569 นายปิ่นทอง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี น้องชายแท้ ๆ ของนายบาคาน ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงอีกด้าน ยืนยันว่าเรื่องราวทั้งหมดที่นายบาคานกล่าวอ้างไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

โอละพ่อมั้ย น้องชายแท้ๆ แฉอีกมุม “ตาคำ” จากผู้จัดการมรดกของแม่กลายเป็นคนเร่ร่อนอ้างโดนฮุบมรดก เปิดที่มรอยแผลเป็นบนหน้าท้อง ไม่ใช่ฝีมือพี่สาว
นายปิ่นทอง กล่าวว่า มรดกของครอบครัวนั้นเดิมทีพ่อแม่ได้จัดสรรแบ่งให้ลูกทุกคนอย่างเท่าเทียม และมีพี่สาวเป็นผู้จัดการมรดกร่วม แต่นายบาคานกลับนำส่วนของตนเองไปขายจนหมด ไม่เพียงเท่านั้น ยังแอบลักลอบนำที่ดินส่วนของพี่สาวและพี่น้องคนอื่น ๆ ไปขายและจำนำเข้าไฟแนนซ์หลายต่อหลายครั้ง
จนไฟแนนซ์ใน อ.หนองหาน ไม่รับ ต้องข้ามไปจำนำถึง อ.กุดจับ ทำให้พี่สาวจำเป็นต้องยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอเป็นผู้จัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียว
ที่ผ่านมา นายบาคานเคยถูกดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์จากการนำที่ดินพี่น้องไปขาย จนต้องโทษจำคุก 1 เดือน ซึ่งบรรดาญาติพี่น้องด้วยความสงสารจึงรวมเงินไปช่วยประกันตัวออกมา พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะกลับตัวเป็นคนดี แต่สุดท้ายก็ยังกลับมาพยายามนำที่ดินของเครือญาติไปหลอกขายอีกซ้ำซาก จนชาวบ้านในพื้นที่รู้พฤติกรรมกันทั่ว
สำหรับประเด็นบาดแผลถูกแทงที่หน้าท้อง นายปิ่นทอง ชี้แจงว่า ไม่ได้เกิดจากฝีมือของพี่สาวตามที่นายบาคานอ้าง แต่เกิดจากการที่นายบาคานไปหลอกทนายความรายหนึ่งว่าจะขายที่ดินให้ ทั้งที่ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง เมื่อทนายความจับได้ว่าถูกหลอก จึงเกิดบันดาลโทสะและมีปากเสียงจนบานปลายถึงขั้นใช้อาวุธทำร้ายร่างกายกัน
ทั้งนี้ น้องชาย ยืนยันว่า ไม่มีใครในครอบครัวขับไล่นายบาคานออกจากบ้าน แต่เป็นเจ้าตัวที่หนีออกไปเองเพราะไม่สามารถสู้หน้าชาวบ้านได้ แม้กระทั่งตอนที่ไปนอนอยู่ตามศาลา ญาติพี่น้องและหลาน ๆ ก็ยังคอยแวะเวียนนำเงินไปให้ใช้อยู่ตลอด ครั้งละ 400-500 บาท และหากคิดได้จะกลับมาอยู่บ้าน ทางครอบครัวก็ยังคงพร้อมให้อภัยและต้อนรับเสมอ
ขณะที่ชาวบ้านในละแวกต่างส่ายหน้ากับพฤติกรรม และยืนยันตรงกันว่าเรื่องที่นายบาคานให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้เป็นการแต่งเรื่องเรียกร้องความสงสารทั้งสิ้น


