“สุชาติ” ไม่ทน! สั่ง ฉก.ควบคุมมลพิษบุกโรงงานระยอง พบกากอุตสาหกรรมปนแผงวงจร–เศษเปลือกสายไฟกว่า 1,000 ตัน คพ.แจ้งความเอาผิด ลั่นทำผิดดำเนินคดีทุกข้อหา

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) สั่งชุดเฉพาะกิจควบคุมมลพิษ (ฉก.ควบคุมมลพิษ) เร่งตรวจสอบโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง หลังมีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโรงงานกับเจ้าหน้าที่และเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมกำชับให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีข้อยกเว้น เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน

ล่าสุด วันที่ 29 ตุลาคม 2569 พล.ต.ท.อิทธิพร โพธิ์ทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ที่ปรึกษา รมว.ทส. และ ดร.จำลอง ช่วยรอด รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ที่ปรึกษา รมว.ทส. นำทีม ฉก.ควบคุมมลพิษ พร้อมเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) บูรณาการร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง อำเภอนิคมพัฒนา และเทศบาลตำบลมะขามคู่ ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่หมู่ 6 ตำบลมะขามคู่ อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง

ผลการตรวจสอบพบว่า บริษัทได้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 สำหรับคัดแยกและบดย่อยสายไฟ ถอดแยกมอเตอร์เก่า และจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย แต่ยังไม่ได้แจ้งประกอบกิจการตามที่กฎหมายกำหนด แม้ขณะเข้าตรวจสอบจะไม่มีการประกอบกิจการ แต่พบเศษวัสดุที่ไม่ใช้แล้วกองอยู่เป็นจำนวนมากบริเวณภายนอกอาคาร ซึ่งอยู่ระหว่างการอายัดของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง

ที่สำคัญ เจ้าหน้าที่พบกากของเสียที่มีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ปะปนกับเศษเปลือกสายไฟ รวมปริมาณกว่า 1,000 ตัน โดยกากของเสียดังกล่าวเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ทั้งนี้ กากของเสียบางส่วนบริเวณด้านข้างอาคารถูกนำเข้าไปจัดเก็บภายในอาคารแล้ว

ด้าน คพ. เก็บตัวอย่างกากของเสียรวม 7 ตัวอย่าง แบ่งเป็นบริเวณภายนอกอาคาร 6 ตัวอย่าง และภายในอาคาร 1 ตัวอย่าง เพื่อตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่องเอกซเรย์ฟลูออเรสเซนซ์ (XRF) โดยผลตรวจเบื้องต้นพบองค์ประกอบของโลหะหนักบางชนิดที่เข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3

ขณะเดียวกัน เทศบาลตำบลมะขามคู่ได้สั่งระงับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (อภ.2) ของโรงงานแล้ว จนกว่าจะสามารถประกอบกิจการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วน คพ. ได้กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรนิคมพัฒนา กรณีครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ คพ. จะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่าย ทสม. ในพื้นที่ ติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากพบการกระทำผิดเพิ่มเติมจะดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

รมว.ทส. ย้ำจุดยืนชัดเจนว่า การบังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมต้องเป็นไปอย่างจริงจังและเสมอภาค หากพบการกระทำผิดต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่มีการละเว้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน