NARIT ชวนชม ดวงจันทร์บังดาวพฤหัสบดี เช้ามืด 3 พ.ย.นี้ เห็นได้เฉพาะทางใต้ของไทย
วันที่ 29 ต.ค.69 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร. หรือ NARIT) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยช่วงเช้ามืดวันที่ 3 พ.ย.69 จะเกิดปรากฏการณ์ “ดวงจันทร์บังดาวพฤหัสบดี” ช่วงเวลาประมาณ 04:03 – 05:03 น. (ตามเวลา ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา) เมื่อสังเกตจากโลกทางทิศตะวันออก ดวงจันทร์จะค่อยๆ เคลื่อนบดบังดาวพฤหัสบดี หากฟ้าใสไร้เมฆฝน ชมได้ด้วยตาเปล่า เฉพาะภาคใต้ ชลบุรีตอนล่าง และหมู่เกาะใน จ.ตราด
นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า เช้ามืดวันที่ 3 พ.ย.69 ทางตอนใต้ของไทยจะเกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวพฤหัสบดี เริ่มสังเกตได้ทางทิศตะวันออก ดวงจันทร์และดาวพฤหัสบดีจะปรากฏเคียงกัน จากนั้นเวลาประมาณ 04:03 น. ดวงจันทร์จะค่อยๆ เคลื่อนไปบังดาวพฤหัสบดี ทำให้ดาวพฤหัสบดีค่อยๆ ลับหายไปหลังดวงจันทร์ และดาวพฤหัสบดีจะโผล่พ้นออกมาจากขอบมืดของดวงจันทร์ เวลาประมาณ 05:03 น.
ชมได้ด้วยตาเปล่า เฉพาะพื้นที่ตอนกลางของ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ลงไปถึงพื้นที่ภาคใต้ พื้นที่ตอนล่างของ อ.สัตหีบ รวมถึงบางเกาะใน จ.ชลบุรี (เช่น เกาะครามใหญ่ เกาะอีร้า) ตลอดจนบางส่วนของ อ.แหลมงอบ และหมู่เกาะใน จ.ตราด (เช่น บางส่วนของเกาะช้าง เกาะหมาก และเกาะกูด) หรือหากชมผ่านกล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก จะมองเห็นรายละเอียดแถบเมฆและดวงจันทร์บริวารกาลิเลียนทั้ง 4 ดวง (ไอโอ ยูโรปา แกนีมีด และคัลลิสโต) ค่อยๆ ลับหายไปหลังดวงจันทร์และโผล่พ้นกลับมาทีละดวงได้อย่างชัดเจน (ข้อมูลดังกล่าวคำนวณจากพื้นที่ ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา หากสังเกตการณ์ในพื้นที่อื่น ช่วงเวลาการเริ่มต้นและสิ้นสุดของปรากฏการณ์อาจแตกต่างกันออกไป)
การบังกันของวัตถุท้องฟ้า เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และในแต่ละครั้งมองเห็นได้เฉพาะบางพื้นที่ของโลก เนื่องจากดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมาก ตำแหน่งที่ดวงจันทร์ปรากฏบนท้องฟ้าจึงแตกต่างกันไปตามตำแหน่งของผู้สังเกต ส่งผลให้ผู้สังเกตการณ์ในแต่ละพื้นที่บนโลก รวมถึงประเทศไทย เห็นปรากฏการณ์ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน
บางพื้นที่จะเห็นเป็นปรากฏการณ์ “ดวงจันทร์เฉียดบังดาวพฤหัสบดี” ซึ่งอยู่ตามแนวขอบคราสแคบๆ ที่ลากผ่านพื้นบริเวณรอยต่อ อ.ท่ายาง กับ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ตอนบนของ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตอนล่างของ อ.สัตหีบ และเกาะครามใหญ่ จ.ชลบุรี (เฉียดทางใต้ของสนามบินอู่ตะเภาและแสมสาร) ตอนเหนือของเกาะช้างและชายฝั่ง อ.แหลมงอบ จ.ตราด
ผู้สังเกตการณ์ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวจะเห็นขอบดวงจันทร์บดบังดาวพฤหัสบดีเพียงบางส่วน โดยจะไม่ถูกบังจนหายไปทั้งดวง ทำให้แสงของดาวกะพริบหายไปและปรากฏขึ้นสลับกัน เมื่อลอดผ่านแนวเทือกเขา หลุมอุกกาบาต และหุบเหวบนผิวดวงจันทร์ ซึ่งเป็นภาพที่ชมได้ยาก และมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการทำแผนที่ภูมิประเทศบริเวณขอบดวงจันทร์
ขณะที่พื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศที่อยู่นอกแนวคราส จะไม่เห็นการบดบัง แต่สามารถชมความสวยงามในอีกปรากฏการณ์ คือ “ดาวพฤหัสบดีเคียงดวงจันทร์” สว่างสุกใสเคียงคู่กันบนท้องฟ้าทางทิศตะวันออกตั้งแต่เวลาประมาณ 01:00 น. จนถึงรุ่งเช้า
ผู้สนใจชมความสวยงามของปรากฏการณ์ หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ท้องฟ้าไม่มีเมฆหรือฝนรบกวน สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า ควรเลือกสถานที่ที่เปิดโล่ง ไม่มีอาคาร ต้นไม้ หรือสิ่งกีดขวางบดบังท้องฟ้าทางทิศตะวันออก เช่น ชายทะเล จุดชมวิวบนพื้นที่สูง ลานโล่ง หรือบริเวณทุ่งนา
นอกจากนี้ ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2569 ดาวพฤหัสบดีจะปรากฏทางทิศตะวันออก ช่วงรุ่งเช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้า ผู้สนใจติดตามข้อมูลปรากฏการณ์ได้ทางเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ www.facebook.com/NARITpage