เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 พ.ค. กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ กว่า 100 คน เคลื่อนขบวนมาชุมนุมบริเวณด้านหน้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพื่อเรียกร้องให้แก้ปัญหาโฉนดชุมชนและปัญหาที่ดินของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในหลายพื้นที่ รวมทั้งการยกเลิกนโยบายทวงทวงคืนผืนป่า โดยมีแกนนำมีการสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นปราศัยบนรถขยายเสียง บางช่วงมีการเชื่อมโยงถึงประเด็นหมู่บ้านป่าแหว่ง จ.เชียงใหม่ ที่มีการก่อสร้างบ้านพักตุลาการอยู่บนเชิงเขาใกล้กับพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ดอยสุเทพ-ปุย พื้นที่ป่าเต็งรังเดิม ว่าสามารถให้ศาลอยู่กับป่าได้ แต่ชาวบ้านตาดำๆ กลับไม่มีสิทธิที่จะอยู่ร่วมกับป่าได้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาคอยรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น
ต่อมาเวลา 13.00 น. ตัวแทนกลุ่มพีมูฟกว่าสิบคนเข้าร่วมหารือกับนายสมยศ เสริมมั่น ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรฯ และนายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรฯ ให้มารับฟังความเห็นของกลุ่มพีมูฟ เพื่อนำไปพิจารณาแก้ปัญหา
นายสมยศ กล่าวว่า ในส่วนของนโยบายทวงคืนผืนป่า กระทรวงทรัพยากรฯ ได้ดำเนินตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คำสั่งที่ 66/2557 โดยเน้นว่าการดำเนินการใดๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน และการจับกุมต้องทำอย่างรอบคอบ ไม่มีการังแกประชาชนและไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน โดยเบื้องต้นในส่วนของปัญหาที่ดินที่ทับซ้อนในพื้นที่ป่า หากไม่ใช่พื้นที่ป่าอนุรักษ์กระทรวงทรัพยากรฯ จะมีการนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายที่แห่งชาติ (คทช.) ต่อไป ซึ่งทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามที่คทช. กำหนด
วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) เรียกร้องการแก้ปัญหาผลกระทบจากนโยบายรัฐ จะมีมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์หรือไม่ ว่า กลุ่มนี้เป็นการชุมนุมจากปัญหาความเดือดร้อน เป็นเรื่องปกติที่สามารถดำเนินการได้ โดยเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกให้ ในการส่งเจ้าหน้าที่ไปพูดคุยและขอความร่วมมือในบางเรื่อง เช่น ปัญหาการจราจร เมื่อพวกเขาได้แสดงออกเพื่อเรียกร้องตามเจตนารมณ์ก็ขอให้เดินทางกลับบ้าน หากพักค้างแรมในพื้นที่กรุงเทพฯหลายวัน อาจมีจุดอ่อนที่คนจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ได้ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ทุกอย่างยังคงเรียบร้อย
เมื่อถามว่ากลุ่มคนอยากเลือกตั้งจะมาผสมโรงกับกลุ่มพีมูฟหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ความต้องการของแต่ละกลุ่มต่างกันโดยกลุ่มพีมูฟเคลื่อนไหวปัญหาที่ได้รับความเดือดร้อน จึงไม่น่าจะมาเชื่อมโยงกันได้ พวกเขาคงรักษาเจตนารมณ์ในการเรียกร้องเพื่อแก้ไขปัญหาเป็นหลัก
เมื่อถามถึงกรณีที่ทหารสังกัด มณฑลทหารบกที่33 เข้าสกัดกลุ่มพีมูฟ ที่ ด่านแม่ทา จ.ลำพูน หลังจะเดินทางมาสมทบกรุงเทพฯ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า บางเรื่องเราให้กรอบการปฏิบัติไปแล้ว แต่บางครั้งเป็นการตัดสินใจเฉพาะบางพื้นที่ แตกต่างกันออกไป อะไรที่เกินเลยไป ตนได้พูดคุยกับผู้บังคับหน่วยในพื้นที่แล้วให้ปฏิบัติว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไรก็ตามตนไม่อยากให้เกิดผลกระทบการจราจรในกรุงเทพฯ ถ้าข้อเรียกร้องใดสามารถเสนอในพื้นที่ได้ ก็จะเป็นเรื่องที่ดี
