“ปุ๋ยก็แพง น้ำมันก็แพง ปีนี้แย่เลย” ชาวนาบุรีรัมย์ วอนรัฐบาลเร่งจ่ายเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยว ลดต้นทุน หวังราคาข้าวพุ่งตันละ 15,000 บาท
วันที่ 31 ต.ค. 2569 ชาวนา ต.ส้มป่อย อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งกำลังเตรียมเก็บเกี่ยวข้าวนาปี ฤดูกาลผลิต 2569/70 ในช่วงกลางเดือน พ.ย.นี้ ต่างวางแผนชะลอการขายข้าวเปลือกในช่วงต้นฤดู โดยจะนำข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้วไปเก็บไว้ในยุ้งฉางก่อน เพื่อรอดูสถานการณ์ราคา หวังว่าจะปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
ชาวนายอมรับว่า ต้นทุนการผลิตยังคงเป็นภาระหนัก ทั้งค่าปุ๋ยและน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จึงอยากเห็นราคาข้าวเปลือกขยับขึ้นไปอยู่ที่ตันละ 15,000 เพื่อให้มีรายได้เพียงพอกับต้นทุนการทำนา หลังหลายปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกไม่ถึงตันละ 10,000 บาท
นายโกรินทร์ จำปาทอง อายุ 54 ปี ชาวนา ต.ส้มป่อย อ.โนนดินแดง เปิดเผยว่า ครอบครัวทำนาอยู่ 18 ไร่ ในแต่ละปีจะได้ผลผลิตประมาณ 7-8 ตัน ส่วนปีนี้คาดว่าจะได้ประมาณ 8-9 ตัน มากกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อย คาดว่าจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ในช่วงกลางเดือน พ.ย. 2569
นายโกรินทร์ กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด ทั้งฝนทิ้งช่วงและน้ำท่วม ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่เพาะปลูก ทำให้ตนมองว่าผลผลิตข้าวภาพรวมในปีนี้อาจลดลง จึงวางแผนจะยังไม่รีบขายข้าวทั้งหมดในช่วงต้นฤดู แต่จะเก็บข้าวส่วนใหญ่ไว้ในยุ้งฉาง เพื่อรอดูทิศทางราคาในตลาด
นายโกรินทร์ กล่าวอีกว่า หากราคาข้าวเปลือกปรับขึ้นไปได้ไม่ต่ำกว่าตันละ 15,000 บาท ก็จะพิจารณาขาย เพราะต้องการให้ได้ราคาที่คุ้มค่ากับต้นทุนการผลิต เพราะค่าปุ๋ยก็แพง ค่าน้ำมันก็แพง ปีนี้แย่เลย โดยก่อนหน้านี้เคยเข้าร่วมโครงการจำนำยุ้งฉาง เพื่อชะลอการขายและรอจังหวะราคาที่เหมาะสม
นายโกรินทร์ กล่าวอีกว่า ปีนี้คาดหวังว่าราคาข้าวจะปรับตัวสูงขึ้น เพื่อให้ชาวนามีรายได้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น อยากฝากให้รัฐบาลเร่งอนุมัติเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวข้าว ลดราคาปุ๋ย ลดราคาน้ำมันลง ตอนนี้น้ำมันลิตรละเกือบ 50 บาท แย่เลย อยากให้ช่วยลดภาระต้นทุนและบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวด้วย
