เกิดอะไรขึ้นกับโลกตอนนี้ หลังหลายประเทศลุกฮือ ออกประกาศเตือนประชาชน เตรียมกักตุนอาหาร 3-7 วัน เผยสาเหตุความตื่นตระหนก ไทยต้องกังวลไหม?

เป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่าตอนนี้โลกเราเกิดอะไรขึ้น เพราะช่วงที่ผ่านมา หลายประเทศได้มีการออกมาประกาศเตือนให้ประชาชนกักตุนอาหาร เตรียมตัวรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น แล้วสถานการณ์อะไรที่ถึงขั้นต้องออกมาเตือนประชาชนในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันเช่นนี้

โดยสื่อหลายประเทศก็ได้ออกมาเปิดเผยสาเหตุของการออกมาเตือนที่แตกต่างกัน แต่ในบางประเทศก็มีเหตุผลที่คล้ายกันในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกันอย่างน่าสงสัย อาทิ

สหราชอาณาจักร เปิดแคมเปญ “เตรียมพร้อม” รับมือเหตุฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็น พายุรุนแรง น้ำท่วม หรือไฟป่า ร่วมกับประเทศอื่น อย่าง ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบริการต่างๆ เช่น การเดินทาง ไฟฟ้า น้ำประปา และอินเทอร์เน็ตได้ โดยให้ประชาชนเตรียมพร้อม น้ำดื่มและอาหารที่เก็บไว้ได้นาน รวมถึงสำรองน้ำไว้ใช้ได้ประมาณ 3 วัน

แคมเปญเตรียมพร้อมนี้มีระยะเวลา 3 ปี โดยรัฐบาลต้องการให้ประชาชนพร้อมรับมืออยู่เสมอ ทั้งยังแนะนำให้ประชาชน ลงทะเบียนผู้ใช้บริการที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษโดยเฉพาะในครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึง โดยการลงทะเบียนไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

ญี่ปุ่น ประกาศเรียกร้องให้ประชาชนกักตุนอาหารและน้ำดื่ม เป็นเวลาอย่างน้อย 3-7 วัน เพื่อรับมือกับภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ตามแนวร่องลึกนันไก แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นโดยตรงใต้เมืองหลวง แผ่นดินไหวขนาดมหึมาบริเวณหมู่เกาะคูริลและร่องลึกญี่ปุ่น และการปะทุของภูเขาไฟฟูจิ

นอร์เวย์ แนะนำให้ประชาชนเตรียมความพร้อมกักตุนอาหารและน้ำดื่มให้มากที่สุด เป็นระยะเวลา 7 วัน เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเองได้ในยามฉุกเฉิน เช่น ไฟฟ้าดับอาจทำให้ระบบน้ำประปา ระบบบำบัดน้ำเสีย อุปกรณ์ทางการแพทย์ การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ระบบชำระเงิน อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ วิทยุ ตู้เย็น และอุปกรณ์ทำครัว ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

รูปภาพประกอบ

เยอรมนี เตือนให้ประชาชนทุกบ้านควรมีเสบียงเก็บไว้ให้เพียงพอสำหรับ 10 วัน โดยเฉพาะน้ำดื่มเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ได้แก่ น้ำแร่ น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มที่สามารถเก็บไว้ได้นาน เพื่อรับมือหากเกิดน้ำท่วมจนถนนสัญจรไม่ได้ หิมะถล่มตัดขาดหมู่บ้านจากโลกภายนอก หิมะตกหนักจนร้านค้าไม่สามารถส่งสินค้าได้ หรือไฟฟ้าดับจนระบบสาธารณูปโภคเป็นอัมพาต

เบลเยียม รัฐบาลกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมใน“เตรียมพร้อม”พึ่งพาตนเองได้นาน 72 ชั่วโมงในช่วงวิกฤต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวที่ครอบคลุมระยะเวลาสี่ปี เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือวิกฤตความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากสถานการณ์ฉุกเฉินอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา รัฐบาลจึงย้ำว่าประชาชนต้องมีความกระตือรือร้นมากขึ้น ควบคู่ไปกับหน่วยงานฉุกเฉินและหน่วยงานป้องกันภัยพลเรือน

สวิตเซอร์แลนด์ กล่าวว่า วิกฤตการณ์ที่ไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น การระบาดของโควิด-19 และเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงในหลายพื้นที่ การจัดเตรียมกักตุนสิ่งของจำเป็นฉุกเฉินอย่างน้อย 3 วัน จะช่วยให้ทุกครัวเรือนสามารถช่วยเหลือตัวเองได้เบื้องต้น และการเตรียมความพร้อมเช่นนี้ เป็นการทำเพื่อส่วนรวมด้วย เพราะเป็นอีกหนึ่งแรงที่สามารถช่วยรัฐบาลในการแก้ปัญหาให้ และเข้าช่วยเหลือได้รวดเร็วที่สุด

ลักเซมเบิร์ก มองเห็นถึงความเสี่ยงและวิกฤตการณ์ที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านสภาพภูมิอากาศ สุขภาพ เทคโนโลยี หรือความมั่นคง จึงนำเสนอ “คู่มือสำหรับการพึ่งพาตนเองใน 72 ชั่วโมง” ซึ่งมีข้อมูลเชิงปฏิบัติที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินและวิกฤตการณ์ได้ดียิ่งขึ้น อย่างเช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน การโจมตีทางไซเบอร์ หรือเหตุการณ์หยุดชะงักครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อบริการที่จำเป็น

อย่างไรก็ตาม ในหลายประเทศต่างออกมาประกาศให้ประชาชนเตรียมตัวด้วยเหตุผลในด้านต่างๆ ซึ่งไทยเองก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับผลกระทบคล้ายๆกัน อย่างเช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว ดินโคลนถล่ม หรือพายุรุนแรง แต่เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทยให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ โดยระบุว่า “เราควรตระหนักตลอดเวลา แต่ก็ต้องไม่ตระหนก”

เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน