จับได้คาเสา! สืบจังหวัดสตูล ดักซุ่ม โจรตัดสายไฟ เสาสัญญาณมือถือ เนียนตะโกนถาม “มาซ่อมเหรอ?” คนร้ายตอบ “เก็บงานครับ” รอลงจากเสาก่อนรวบพบเป็นอดีตพนักงาน
สตูล — ไม่เกินฝีมือ! ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสตูล นำโดย พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ ปรากฎชื่อ ผกก.สืบสวน ภ.จว.สตูล สนองนโยบายเข้ม พล.ต.ต.นิพล เหมสลาหมาด ผบก.ภ.จว.สตูล พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์, พ.ต.อ.ธรรศภณ สาราพฤษ และ พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ รอง ผบก.ภ.จว.สตูล รวบ 2 ผู้ต้องหาก่อเหตุตระเวนลักตัดสายไฟเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือสร้างความเสียหายหลายพื้นที่
ล่าสุดถูกจับกุม “คาหนังคาเสา” ตรงข้ามวัดควนกาหลง อ.ควนกาหลง สืบเนื่องจากในระยะนี้มีเหตุแก๊งลักลอบตัดสายไฟบนที่สูงระบาดหนักในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงออกสืบสวนเฝ้าระวังและแกะรอยตามเบาะแสอย่างใกล้ชิด

กระทั่งพบบรรยากาศผิดสังเกตบริเวณเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ตรงข้ามวัดควนกาหลง ซึ่งเป็นจุดปล่อยสัญญาณตั้งอยู่ในพื้นที่ป่ารกทึบ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถกระบะ สีขาว จอดพรางสายตาอยู่ด้านใน และพบชาย 2 คนกำลังปีนเสาสูงหลายสิบเมตรขึ้นไปเกือบถึงยอด หากไม่สังเกตให้ดีจะเหมือนช่างเทคนิคกำลังซ่อมบำรุงตามปกติ
ชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบ จึงวางแผนเข้าไปใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนใช้จิตวิทยาตะโกนถามขึ้นไปว่า “มาซ่อมเหรอ?” ชายบนเสาตะโกนสวนกลับมาทันทีด้วยความมั่นใจว่า “มาเก็บงานครับ!” เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแกล้งรับสมอ้าง “โอเคๆ” แล้วซุ่มรออย่างใจเย็นจนกระทั่งผู้ต้องหาทั้งสองเหยียบพื้นดิน จึงเข้าชาร์จควบคุมตัวไว้ได้ทันท่วงที
ตรวจสอบทราบชื่อภายหลังคือ นายสราวุธ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี และ นายอาสัน (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ทั้งคู่เป็นชาว ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตรวจค้นพบของกลางเป็นอุปกรณ์ลักตัดครบมือ อาทิ เชือก คีมตัด และค้อน มากกว่า 20 รายการ
เบื้องต้นจากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหาเคยเป็นอดีตพนักงานของบริษัทค่ายมือถือ ทำให้มีความชำนาญในการปีนและรู้วิธีตัดสายสัญญาณเป็นอย่างดี โดยก่อนหน้านี้ได้ตระเวนก่อเหตุมาแล้วถึง 3 จุด ในพื้นที่ ต.ฉลุง, ต.ควนขัน และบ้านท่าศิลา ก่อนจะมาถูกจับกุมในจุดที่ 4 พื้นที่ควนกาหลง
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าการก่อเหตุของแก๊งนี้ไม่ได้เป็นการตัดสายไฟไปขายร้านขยะรีไซเคิลทั่วไป แต่เป็นการลักตัดตามออเดอร์เพื่อนำไปส่งต่อให้กลุ่มเฉพาะที่มีความต้องการอุปกรณ์หรือวัสดุสายสัญญาณประเภทนี้โดยตรง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลถึงผู้สั่งการและรับซื้อต่อไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานตัวแทนบริษัท เพื่อเข้าตรวจสอบมูลค่าความเสียหาย และแจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์โดยทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
