กรมทะเล แจงเหตุ ปลาเกยหาดบางแสน คาดอวนประมงแตก เข้าแจ้งความหาผู้กระทำผิดแล้ว พร้อมยืนยันคุณภาพน้ำทะเลปกติ
วันที่ 3 พ.ย.2569 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) โดยสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 (สทช.2) ผนึกกำลังหน่วยงานภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์อย่างทันท่วงที หลังได้รับแจ้งกรณีพบซากปลาเกยหาดบางแสน ในวานนี้ (2 พ.ย.) เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งด้านความปลอดภัย สุขอนามัย และการรักษาระบบนิเวศทางทะเล
โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สทช.2 ได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดชลบุรี เทศบาลเมืองแสนสุข และสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบซากปลาที่เกยหาดเป็น ปลามงโกรย (ปลาตะเพียนน้ำเค็ม) เพียงชนิดเดียว และมีขนาดใกล้เคียงกันทั้งหมด
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากอุปกรณ์ประมง (อวน) ของเรือประมงในพื้นที่เกิดการแตกหรือชำรุด ทำให้ฝูงปลาหลุดออกมาและถูกกระแสน้ำพัดเข้าสู่ชายฝั่ง
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก และปกป้องทรัพยากรทางทะเล ประมงอำเภอเมืองชลบุรีได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ณ สภ.แสนสุข เพื่อสืบสวนหาผู้กระทำผิดและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ในส่วนของการจัดการพื้นที่ เทศบาลเมืองแสนสุขได้เร่งจัดเก็บและฝังกลบซากปลาทั้งหมดตามมาตรฐานสุขอนามัยเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้หาดบางแสนกลับมาสะอาด สวยงาม และปราศจากกลิ่นรบกวนทันที
สำหรับเรื่องปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูม (Plankton Bloom) ที่เคยมีการแจ้งเตือนเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมานั้น ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์น้ำชลบุรี ได้สุ่มตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ผลการตรวจล่าสุดยืนยันว่า คุณภาพน้ำทะเลโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่พบการเกิดแพลงก์ตอนบลูม หรือการตายของสัตว์น้ำจากสาเหตุทางธรรมชาติแต่อย่างใด นักท่องเที่ยวและประชาชนสามารถดำเนินกิจกรรมทางทะเลได้ตามปกติ
ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จะไม่หยุดนิ่งในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ทางทะเลอย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง เพื่อปกป้องระบบนิเวศ ชายหาด และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุกคน หากประชาชนหรือนักท่องเที่ยวพบเห็นสิ่งผิดปกติบริเวณชายหาด หรือเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล สามารถแจ้งได้ที่ สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 หรือสายด่วนพิทักษ์ทะเล โทร. 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง
