รวบ 2 หนุ่มชัยภูมิ จับขนยาบ้าล็อตใหญ่ 2 ล้านเม็ด ซุกกระสอบหลังรถ เตรียมส่งสระบุรี กระจายสู่ชุมชน รับสารภาพ ทำงานแลกค่าจ้าง 1 แสน ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
4 พ.ย. 69 – พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.6 พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส.บก.น.6 ชุดสืบสวนนครบาล 6 หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก นปส.ขกท.ศปก.ทบ.(สปข.ขกท.ศปก.ทบ.)
ทำการสืบสวนทราบว่า จะมีเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ นัดหมายส่งมอบยาเสพติดในพื้นที่ จ.สระบุรี เพื่อลำเลียงขนยาเสพติดเข้าสู่แหล่งพักยาในพื้นที่ชั้นใน เพื่อกระจายลงสู่ชุมชน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.6 พร้อมกำลัง ชุด ชปส.บก.น.6 จึงได้ร่วมกันจับกุมตัว หนุ่มอายุ 29 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ และหนุ่มอายุ 33 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ พร้อมของกลาง 2,000,000 เม็ด รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจส สีขาว รถขนลำเลียงยาเสพติดบริเวณริมถนนบ้านนา-แก่งคอย ต.ตาลเดี่ยว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 2 พ.ย. เวลาประมาณ 06.30 น. ที่ผ่านมา
หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนทราบว่า กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ได้นัดหมายลักลอบส่งมอบยาเสพติดกัน บริเวณริมถนนบ้านนา-แก่งคอย ต.ตาลเดี่ยว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จึงนำกำลังไปซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์และสะกดรอยอย่างใกล้ชิด
จนกระทั่งถึงเวลาเช้ามืด เป้าหมายเป็นรถยนต์ฮอนด้า แจส สีขาว คันต้องสงสัยขับเข้ามาในจุดนัดพบ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำกำลัง และนำรถยนต์เข้าปิดล้อมด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง เพื่อบีบให้หยุดรถ
แต่คนร้ายไหวตัวทันพยายามหลบหนีเหยียบคันเร่งถอยหลังชนรถตำรวจหวังเปิดทางหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เข้าประชิดล็อกตัวไว้ได้ในทันทีทันใด จากการตรวจค้นภายในรถยนต์พบถุงกระสอบบรรจุยาเสพติดวางเต็มด้านหลังรถรวม 10 กระสอบ ยาบ้าประมาณ 2,000,000 เม็ด
จากการสอบสวนเบื้องต้น หนุ่มอายุ 29 ปี และ หนุ่มอายุ 33 ปี สองผู้ต้องหาชาวจังหวัดชัยภูมิ ให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาบ้าล็อตดังกล่าวมาจริง โดยมีเป้าหมายคือนัดส่งมอบให้ลูกค้า ในจุดเกิดเหตุ เพื่อแลกกับค่าจ้าง 100,000 เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ตรวจสอบประวัติการกระทำความผิด หนุ่มอายุ 29 ปี พ.ศ.2562 ถูกดำเนินคดีครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต ท้องที่ สภ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ปี พ.ศ. 2564 ถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ท้องที่ สภ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ส่วน หนุ่มอายุ 33 ปี ไม่พบประวัติการกระทำความผิด
เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน เป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมจะได้เร่งขยายผลถึงเครือข่ายขบวนการใหญ่ ที่อยู่เบื้องหลังต่อไป
