อยู่มา 151 ปี ชาวบ้านช็อก จู่ๆ โดนบริษัทเอกชนส่งหนังสือไล่พ้นพื้นที่ใน 15 วัน เผยพิรุธโฉนดบางแปลงออกทับเขตป่าสงวน จี้ภาครัฐตรวจสอบด่วน ลั่นให้ตายก็ไม่ไป ที่ดินบรรพบุรุษ รวมตัวไปแจ้งความ
วันที่ 6 พ.ย.69 ที่ สภ.กบินทร์บุรี กลุ่มชาวบ้านและผู้นำชุมชนบ้านโปร่งไผ่ หมู่ 6 ต.บ้านนา อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี กว่า 30 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วิฑูรย์ วงศ์ใหญ่ สารวัตร (สอบสวน) สภ.กบินทร์บุรี เพื่อแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ถูกบริษัทแห่งหนึ่งส่งหนังสือแจ้งเตือนให้ระงับการก่อสร้าง รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ขนย้ายทรัพย์สิน และออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน โดยอ้างสิทธิ์ครอบครองตาม นส.3ก
นายดาว (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 70 ปี อดีต ส.อบต.บ้านนา กล่าวว่า ครอบครัวตนและชาวบ้านอาศัยทำกินในพื้นที่นี้มาตั้งแต่ พ.ศ.2418 รวมเวลากว่า 151 ปี ตั้งแต่สมัยพื้นที่ยังเป็นป่าดงดิบ การเดินทางต้องเดินเท้าหรือขี่ม้า ไม่เคยมีใครมาอ้างสิทธิ์แม้แต่คนเดียว พอต่อเติมบ้านให้มั่นคง กลับโดนหมายขับไล่เหมือนไร้ความยุติธรรม
ด้าน นางชลิตา ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า พวกตนอยู่อย่างเปิดเผยมาเป็นร้อยปี นี่คือบ้านของบรรพบุรุษ ยืนยันคำเดียวว่า ยังไงก็ไม่ออกเด็ดขาด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ที่ดินบริเวณนี้ติดเขตป่าสงวนฯ แต่เหตุใดบริษัทเอกชนที่มีที่ดินนับพันไร่ ถึงสามารถออกเอกสารสิทธิ์ทับซ้อนพื้นที่ได้ ขอให้ภาครัฐเร่งตรวจสอบด่วน
ต่อมาเวลา 20.00 น. ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สัมภาษณ์ นายสุนทร คมคาย ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อ.กบินทร์บุรี และแกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 21 ต.ค.69 ตนได้ประสานเจ้าหน้าที่ป่าไม้และฝ่ายปกครองลงพื้นที่ตรวจพิสูจน์ พบข้อพิรุธน่าสงสัย 2 จุดใหญ่ คือ
1.โฉนดเลขที่ 25718 เนื้อที่ 38 ไร่ ทับที่ชาวบ้าน 18 ราย (อยู่นอกเขตป่าสงวนฯ) และ 2.โฉนดเลขที่ 24783 เนื้อที่ 46 ไร่ ทับที่ชาวบ้าน 7 ราย และพบว่าตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแก่งดินสอ ป่าแก่งใหญ่ และป่าเขาสะโตนจริง
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี ได้แนะนำให้ชาวบ้านรวบรวมรายชื่อและหลักฐานการอยู่อาศัยตั้งแต่อดีตมาลงบันทึกประจำวันไว้ เพื่อใช้อ้างสิทธิ์และสู้คดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป