การศึกษานั้นต้องใช้เงิน ทำให้หลายคนต้องหมดโอกาส เพราะไม่มีเงิน แต่เด็กหญิงคนหนึ่งและแม่ในจ.แม่ฮ่องสอน ไม่คิดท้อแท้ในชีวิตและโชคชะตา ถึงแม้จะมีฐานะยากจนแต่อยากให้ลูกได้เรียนหนังสือต่อไปเพื่ออนาคต และนำความรู้กลับมาช่วยเหลือครอบครัวที่ยากจนอีกทางหนึ่ง จึงตัดสินใจให้ลูกเขียนจดหมายถึงสำนักพระราชวัง เพื่อขอพระราชทานทุนการศึกษา และในที่สุดก็มีหนังสือจากสำนักพระราชวังมายังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อให้ตามหาตัวเด็กหญิงดังกล่าว เพื่อดำเนินการตรวจสอบและแจ้งมายังสำนักพระราชวังเป็นการด่วนเพื่อทำการช่วยเหลือ ทางปลัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนจึงได้ติดตามตัวจนพบ และทำรายงานส่งเรื่องไปเรียบร้อย แม่กับเด็กหญิงถึงกับน้ำตาซึม “ฟ้ามีตา” ส่วนจะได้รับการพิจารณาหรือไม่นั้น ไม่เป็นไร เพียงได้รับการติดต่อจากหน่วยงานของรัฐก็ปลาบปลื้มแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มอบหมายให้นายณัฐพงษ์ พรสมบูรณ์กิจ ปลัดอำเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะผู้ดูแลศูนย์ดำรงธรรมประจำอำเภอเมือง จ.แม่ฮ่องสอน ให้ออกไปตามหาและตรวจสอบความเป็นอยู่ของนางอารีย์ พันไพศาล ผู้เป็นแม่ และด.ญ.กชพร มีชัย ลูกสาว อายุ 13 ปี ซึ่งทางสำนักพระราชวังได้ทำหนังสือมาเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ของอำเภอเมือง จ.แม่ฮ่องสอน ไปตามหาตรวจสอบและรายงานมายังสำนักพระราชวังให้ทราบเป็นการด่วนเพื่อดำเนินการช่วยเหลือ เนื่องจากด.ญ.กชพรได้เขียนจดหมายถึงสำนักพระราชวัง เพื่อขอพระราชทุนการศึกษา ซึ่งทางสำนักพระราชวังได้กราบบังคมทูลรายงานให้ทางเบื้องบนได้ทรงรับทราบแล้ว และได้ส่งเรื่องมาให้ฝ่ายปกครองท้องถิ่นตรวจสอบและรายงาน
ต่อมาทางปลัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ก็ได้พบกับด.ญ.กชพร และนางอารีย์ จึงได้ทำการสอบถามประวัติเรื่องการเรียนของดญ.กชพร และความเป็นอยู่ของนางอารีย์ เพื่อทำการจดบันทึกและรายงานไปยังสำนักพระราชวังต่อไป
นางอารีย์ ได้เล่าให้ฟังว่า ทางบ้านมีฐานะยากจน ไม่มีเงินพอที่จะส่งเสียให้ลูกได้เรียนต่อ และทราบว่าเพื่อนบ้านได้เขียนจดหมายเพื่อขอทุนพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ไปยังสำนักพระราชวัง และได้ทุน ตนจึงได้ให้ลูกสาวเขียนส่งไปบ้าง โดยหวังว่าจะให้ลูกได้เรียนในระดับที่สูงขึ้น และนึกไม่ถึงว่าจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐมาติดต่อและแจ้งให้ทราบ ซึ่งตนดีใจอย่างมาก “ฟ้ามีตา” ส่วนจะได้รับการพิจารณาหรือไม่นั้น ไม่เป็นไร เพียงได้รับการติดต่อจากหน่วยงานของรัฐ ตนก็ปลาบปลื้มเป็นที่สุดแล้ว
นงาอารีย์ เล่าต่อว่า ลูกสาวของตน ปัจจุบันเรียนอยู่ที่โรงเรียนห้องสอนศึกษา อ.เมือง แม่ฮ่องสอน ชั้น ม.1 เกรดเฉลี่ย 3.3 ส่วนตนทำงานอยู่ที่ศูนย์ศิลปชีพปางตอง จ.แม่ฮ่องสอน บ้านของตนอยู่ห่างจากตัวอ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ออกไปอีก 30 กิโลเมตร และที่บ้านก็จะทำผลไม้ดอง เช่น มะยมดอง มะม่วงดองขายหารายได้เพิ่ม อย่างไรก็ตาม ตนมีลูกชายอีกคนก็ไม่ได้เรียนแล้ว โดยช่วยตนทำงานและส่งเสียน้องให้เรียนต่อ ส่วนพ่อของน้องได้แยกทางกับตนไปนานแล้ว
ด้าน นายณัฐพงษ์ เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องมาจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ส่งต่อมาให้ทางอำเภอ ว่ามีเด็กหญิงคนหนึ่งเขียนจดหมายไปยังสำนักพระราชวัง เพื่อขอพระราชทุนการศึกษา จึงได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านของด.ญ.กชพรเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมตามที่สำนักพระราชวังส่งเรื่องมา เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป
สำหรับจ.แม่ฮ่องสอน มีกรณีที่เด็กเขียนจดหมายไปขอทุนพระราชทานเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางสำนักพระราชวังได้พิจารณา และส่งเรื่องกลับมายังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด 4 ราย และ 1 ในนั้นก็เป็นกรณีของด.ญ.กชพร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อดำเนินการส่งเรื่องกลับไปยังสำนักพระราชวังต่อไป โดยหวังว่าครอบครัวของด.ญ.กชพรจะผ่านการพิจารณาและได้รับความช่วยเหลือต่อไป




