วันที่ 11 พ.ค ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า เกือบ 2 ปีแล้วที่ สะพานคลองหมู่ 6 กับหมู่ 7 ต.ร่อนทอง ที่พังเสียหาย ยังไม่มีการแก้ไข ทำให้ชาวบ้าน และเด็กกำลังจะเปิดเทอมไปโรงเรียนไม่ได้ อีกทั้งขณะนี้ฝนได้เริ่มตกมา จึงต้องการให้ผู้มีอำนาจเข้าไปแก้ปัญหา
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบเป็นสะพานขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 60 เมตร ที่ใช้ข้ามคลองทอง บ้านป่าร่อน ม.6 ต.ร่อนทอง และเป็นสะพานหลักเพื่อเชื่อมต่อเส้นทางลัดระหว่าง บ้านวังน้ำเขียว-บ้านคลองลอย คอสะพานถูกตัดขาดแบบสิ้นเชิง เหตุเกิดตั้งแต่ วันที่ 9-10 ม.ค. 2560 สะพานถูกกระแสน้ำป่าพัดจนพังเสียหาย ไม่สามารถใช้การได้ เส้นทางเชื่อมหมู่บ้านถูกตัดขาด ชาวบ้านต้องใช้เดินข้ามน้ำ หรือนำรถข้ามในช่วงหน้าแล้ง


แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน น้ำในคลองเพิ่มขึ้นสูงกว่า 3 เมตร ก็จะไม่สามารถข้ามได้ หากมีความจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องข้ามไปยังฝั่งบ้านวังน้ำเขียว ต้องใช้เส้นทางอ้อมเกือบ 20 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผ่านสวนป่า ค่อนข้างเปลี่ยว และลำบาก อีกทั้งขณะนี้ใกล้จะเปิดเรียน นักเรียนต้องใช้สัญจรไปโรงเรียน ชาวบ้านจะไม่สามารถนำบุตรหลานไปโรงเรียนได้ อย่างไรก็ดีผ่านไปเกือบ 2 ปี ยังไม่ได้รับการแก้ปัญหา

นายบัณฑิต วงศ์ษา ที่ปรึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลร่อนทอง อ.บางสะพาน กล่าวว่า อำเภอบางสะพานได้ทำการสำรวจความเสียหายไว้แล้ว และได้เสนอเรื่องผ่านคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อนำเสนอไปยังจังหวัด ซึ่งต่อมาทางจังหวัดได้สั่งการให้โยธาธิการและผังเมือง เป็นผู้สำรวจและออกแบบการก่อสร้าง

แล้วเสนอเรื่องกลับไปยังจังหวัด เพื่อทำเรื่องของบประมาณไปยังส่วนกลาง ซึ่งเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2560 ทางอำเภอได้มีการทำหนังสือทวงถาม ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2560 ผู้ว่าฯ ได้เดินทางมาเป็นประธานในการประชุมติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย และภัยแล้งอย่างยั่งยืน ที่ อ.บางสะพาน ก็ได้มีการทวงถามอีกครั้ง ซึ่งทางผู้ว่าฯ ได้มอบหมายให้ทางจังหวัด ทำหนังสือเร่งรัดเพื่อทวงถามไปยัง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ที่ของบประมาณสร้างสะพานเส้นนี้ 15 ล้านบาท แต่จนกระทั่งถึงวันนี้ เกือบ 2 ปีแล้ว ก็ยังไม่มีการซ่อมแซมสะพานดังกล่าว