วันที่ 12 พ.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง กำลังปฏิบัติหน้าที่ มีคนกลุ่มหนึ่งแสดงกิริยาอาการไม่พอใจ ด่าทอ เจ้าหน้าที่ และทำร้ายร่างกาย ซึ่งปรากฏเป็นคลิปวิดีโออย่างแพร่หลายในสื่อออนไลน์ ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.มาบตาพุด จว.ระยอง ว่า เหตุการณ์ตามคลิปดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พ.ค.61 เวลาประมาณ 08.00 น. ขณะที่ จ.ส.ต.วัชระ ชัยกุลเสรีวัฒน์ ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่รับผิดชอบ อยู่บริเวณจุด กลับรถ หมวดการทางมาบตาพุด ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง พบรถกระบะ อีซูซุ สีดํา ทะเบียน บพ 552 สุโขทัย จอดอยู่ในเขตห้ามจอด บริเวณตลาดข้าง บริษัท เอส ซี จี ซึ่งเป็นการกระทําความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ขณะที่กำลังจะออกใบสั่งเจ้าพนักงานจนราจรนั้น ได้มี นายพยอม แสงวันดี มาแสดงตนเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว

จากนั้นนายพยอม ขับรถยนต์เลื่อนไปจอดตรงเส้นขาวแดง หน้าบริษัท เอส ซี จี จ.ส.ต.วัชระฯ จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้นายพะยอม ทราบ แต่นายพะยอม ได้แสดงพฤติกรรมไม่พอใจ ชี้หน้า เจ้าหน้าที่ตํารวจ จ.ส.ต.วัชระ จึงให้นายพยอม แสดงใบอนุญาตขับขี่ แต่นายพยอม พูดว่าอย่ามายุ่งกับกู จ.ส.ต.วัชระ เกรงว่าเหตุการณ์ จะบานปลาย จึงรายงานทางวิทยุให้ ร.ต.อ.วิทยา วุฒิพันธ์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรจราจร ให้มาตรวจสอบ เมื่อ ร.ต.อ.วิทยา มาถึงที่เกิดเหตุ จึงได้ขอตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่ และขอตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว แต่นายพยอมฯ ก็ยังไม่ยินยอม กระทั่งได้มี น.ส.หทัยรัตน์ สมถวิล กับพวก เข้ามาสมทบ และได้ด่าทอด้วยความหยาบคายและดูหมิ่นทางเจ้าหน้าที่ตํารวจ ตามที่ปรากฏในคลิป จากนั้น นายอิทธิพล สมถวิล ได้เข้ามาชกต่อยที่ใบหน้าของ ร.ต.อ.วิทยา จนได้รับบาดเจ็บ ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจ จึงเข้าห้ามปราม และให้แยกย้ายออกจากกัน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตํารวจ จึงนำตัวบุคคลที่ก่อเหตุมาที่ สภ.มาบตาพุด โดย พงส.สภ.มาบตาพุด แจ้งข้อกล่าวหา นายอิทธิพล สมถวิล ผู้ต้องหา ในข้อกล่าวหา ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ แต่ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า ในวันนี้ เวลาประมาณ 10.00 น. พนักงานสอบสวน สภ.มาบตาพุด นัดหมายให้ นายพะยอม และ น.ส.หทัยรัตน์ มาพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ถ้าไม่มาก็จะมีการออกหมายเรียกตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบคลิปวิดีโอทั้งหมด และสอบสวนปากคำพยานผู้เห็นเหตุการณ์ ไว้ประกอบสำนวนการสอบสวน โดยหากพบว่ามีการกระทำความผิดก็จะเรียกมาดำเนินคดีอย่างเคร่งครัดทุกราย อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้น เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ไม่เคารพกฎหมาย ไม่มีเหตุผลเลยที่จะต้องแสดงกิริยา วาจา อันก้าวร้าว และหยาบคาย หรือทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพบผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าก็จะทำการออกใบสั่ง หรือจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอยู่แล้ว

รอง โฆษก ตร. กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ท่าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ท่านได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบาย ยึดหลักกฎหมายเป็นหลัก โดยให้ถือคลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นอุทาหรณ์ ในการปฏิบัติหน้าที่ การทำงานต้องใกล้ชิดสัมผัสอยู่กับพี่น้องประชาชน หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะกระทบกระทั่งกัน ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดหลักนิติศาสตร์ควบคู่ไปกับหลักรัฐศาสตร์ อดทน อดกลั้น ยึดมั่นในอุดมคติตำรวจ 9 ประการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน