จากกรณีนักโทษชายเสกสรรค์ เขื่อนแก้ว อายุ 39 ปี หรือ ‘เอ๋ ควาย’ นักโทษคดียาเสพติดทัณฑสถานบำบัดพิเศษ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง สะเดาะกุญแจหนีออกจากโรงพยาบาลห้างฉัตร จ.ลำปาง ขณะเข้ารับการรักษาตัวด้วยอาการปวดท้อง โดยใช้ลวดไขกุญแจมือแล้วหลบหนีเข้าป่า เมื่อเวลา 01.30 น.ของวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา อ่านข่าว : ล่าน.ช.แหกคุก! เจอรอยเท้า‘เอ๋ ควาย’สะเดาะกุญแจหนีเข้าป่าลงสระแหวกว่ายกอหญ้า(คลิป)
ล่าสุดเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 24 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้างฉัตร และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จาก 3 จังหวัด คือ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง เรือนจำกลางลำปาง เรือนจำกลางลำพูน และเรือนจำกลางเชียงใหม่ จำนวนกว่า 100 นาย ยังคงจัดชุดกระจายกำลังปูพรมค้นหาตัวนายเสกสรรค์ โดยตลอดทั้งวันเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังหลายฝ่าย รวมถึงเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ อ.ห้างฉัตร เพื่อออกค้นหาตามที่ได้รับแจ้งตามเบาะแส ทั้งในป่าละเมาะและไร่สับปะรดในพื้นที่ ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร ซึ่งเป็นของผู้ต้องขัง แต่ก็ไม่พบตัวแต่อย่างใด
จนกระทั่งในช่วงเย็นก็ได้มีการระดมกำลังจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จากจังหวัดต่างๆ เพื่อปูพรมค้นหากันอีกครั้ง ซึ่งการตรวจค้นครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นตามที่ได้รับแจ้งเบาะแส โดยได้รับแจ้งว่ามีผู้พบเห็นผู้ต้องขังใส่โซ่ตรวนเดินวนเวียนอยู่ในหมู่บ้านเขต ต.วอแก้ว อ.ห้างฉัตร และยังพบเห็นเดินเข้าไปในวัดเพื่อหาอาหารกิน จึงระดมปิดล้อมตรวจค้นภายในวัดวอแก้วแต่ก็ไม่พบตัว ซึ่งจากการสอบถามพระก็ไม่มีใครพบ ก่อนจะนำกำลังไปตรวจค้นภายในวัดทุ่งผาซึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่พบเห็นตัวครั้งสุดท้าย แต่ก็ยังไม่พบ
เจ้าหน้าที่ยังได้รับแจ้งอีกเบาะแสว่าอยู่ในพื้นที่ใกล้กันภายในสวนมะม่วงใกล้สระน้ำขนาดใหญ่ของหมู่บ้านสถานี ต.ห้างฉัตร ซึ่งพบว่าภายในสวนมีกระท่อมตั้งอยู่ จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบร่องรอยของกินอาหาร มีกล่องโฟมและเศษข้าวติดอยู่ อีกทั้ง มีซองขนมตกอยู่ที่พื้น จึงคาดว่าน่าจะเป็นของผู้ต้องขังที่หลบหนีไป เพราะเป็นร่องรอยใหม่จึงได้เก็บภาพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะทำการปูพรมเดินเท้าบริเวณโดยรอบซึ่งเป็นป่าละเมาะระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าผู้ต้องขังได้หลบซ่อนตัวอยู่ในบริเวณดังกล่าว
ทั้งนี้ เวลาผ่านไปกว่า 24 ชั่วโมงแล้วที่ผู้ต้องขังหลบหนีออกไปจากโรงพยาบาลห้างฉัตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็พยายามเร่งค้นหาแต่ก็ยังไม่พบตัว และคาดว่ายังอยู่ในพื้นที่เพราะมีโซ่ตรวนติดที่ขาอยู่ อีกทั้งเป็นเวลากลางคืนทำให้มีอุปสรรคในการค้นหา จึงวางกำลังเจ้าหน้าที่ตามจุดต่างๆโดยรอบหมู่บ้านตลอดทั้งคืนจนถึงเช้าเพื่อคอยสังเกตความผิดปกติ และเฝ้าระวังรวมถึงตรวจดูรถต้องสงสัยที่จะเข้ามารับตัวผู้ต้องขังออกไปจากพื้นที่อีกด้วย





