โรม ซัด อนุทิน เป็น มท.1 มานาน จะปัดความรับผิดชอบไม่ได้ ปมโกงสอบท้องถิ่น ชี้ ไม่ใช่แค่ทุจริต แต่อาจมีข้อหาอั้งยี่-อาชญากรรมลักษณะอื่น

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นว่า การประชุมกมธ.สัปดาห์ที่แล้วให้น้ำหนักไปในเรื่อง TOR ที่บอกว่ารัดกุมแต่ไม่ได้รัดกุมเลย ในแง่ของการปกป้องข้อมูล ข้อเท็จจริงต่างๆ เพราะข้อมูลต่างๆ ที่มีการอ้างถึงในแฟลชไดร์ฟไม่ได้มีการเข้ารหัสอะไรเลย

ฉะนั้น การแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อมูลสามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งในวันนี้ทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้เดินทางมาให้ข้อมูล เนื่องจาก มศว ตกเป็นเป้าการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น วันนี้ทาง มศว จะได้มาอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น

นอกจากนี้ ยังพบว่าก่อนที่ มศว จะเข้ามาเป็นผู้รับจ้างจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีมหาวิทยาลัยบูรพา น่าจะได้รับเป็นคู่สัญญา แต่ต่อมาอาศัยอำนาจของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และมีการอ้างถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จึงได้มีการทำหนังสือไปที่กรมบัญชีกลาง เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงคู่สัญญา ที่จากเดิมเป็น มหาวิทยาลัยบูรพา กลายเป็นมศว

ซึ่งในวันนั้นมีการอ้างว่า มหาวิทยาลัยบูรพา มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ปรากฏว่าเอา มหาวิทยาลัยบูรพาออก แล้วมาเป็น มศว ไม่รู้ว่าทุจริตหนักกว่าเดิมหรือไม่ ก็เป็นที่น่าสังเกตอยู่เหมือนกันว่า ความไม่ชอบมาพากลของการจัดสอบเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน และดูเหมือนภาครัฐก็ไม่ได้มีมาตรการอะไรที่จะนำไปสู่การป้องกันการทุจริตการสอบได้จริง

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การประกาศรายชื่อของ กสถ. ที่จะต้องมีรายนามของผู้ที่สอบได้ แต่ไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลเหล่านั้นจริงๆ ทั้งที่จำเป็นต้องตรวจสอบรายชื่อก่อน และการตรวจสอบรายชื่อคงไม่ใช่แค่ดูว่า มศว รายงานมาอย่างไร ต้องเอาข้อมูลมาตรวจสอบ ทั้งแฟลชไดร์ฟ แม้กระทั่งกระดาษคำตอบ

เพราะการประกาศรายชื่อเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด และทุกอย่างกลายเป็นทุจริตไปหมด จนนำไปสู่การบรรจุคนนับหมื่นคน สิ่งเหล่านี้ยอมรับไม่ได้ จะมาบอกว่าเป็นความสะเพร่า บกพร่องโดยสุจริต ตนรับไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และสอดคล้องกับการทุจริตการสอบที่เชื่อได้ว่า มีการว่าจ้างด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล และอาจจะมีเม็ดเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลายพันล้าน

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า การประชุมกมธ.วันนี้ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่เกี่ยวพันกับการยึดอายัดเส้นทางการเงิน เพราะการกระทำความผิดและทุจริตแบบนี้เป็นเรื่องเงิน ดังนั้น การยึดอายัดเงินเป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำไม่จำเป็นต้องรอให้เขาโยกย้ายถ่ายโอนไปที่อื่นก่อน แล้วสุดท้ายความเสียหายเหล่านี้ก็ไม่สามารถยึดอายัดได้ จนกลายเป็นปัญหาต่อไป

ส่วนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการกระทำการทุจริต และไม่ใช่เรื่องทุจริตอย่างเดียว น่าจะมีข้อหาอั้งยี่ หรือเป็นอาชญากรรมในลักษณะอื่นๆอีกหรือไม่ ซึ่งต้องไปหารือในที่ประชุม

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่เชิญนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เพราะเข้ามาเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเรื่องนี้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้รับความร่วมมือมากแค่ไหน

เมื่อถามว่าการเพิกถอนรายชื่อกว่า 5,000 คนที่ยังเป็นข้อถกเถียงอยู่ว่าเป็นอำนาจของใคร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ประเด็นเพิกถอนเป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่ตอนนี้มี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่บรรจุเข้าไปแล้วจะทำอย่างไรต่อ และอีกกลุ่มคือยังไม่ได้เข้าบรรจุ ดังนั้น เบื้องต้นขอดูในประเด็นที่ว่าใครจะต้องรับผิดชอบกับกรณีนี้แล้วจะจบอย่างไร

ส่วนรายชื่อที่มีปัญหามีมากน้อยแค่ไหน จากการที่ใช้ฐานข้อมูลจากแฟลชไดร์ฟ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าแฟลชไดร์ฟผ่านการแก้ไขมาแล้วหรือยัง อาจจะเป็นการแก้ไขยังไม่เสร็จ หรืออาจจะเป็นการแก้ไขเสร็จแล้ว เพื่อจำกัดความเสียหายก็ได้

“วันนี้ถ้าเราไม่สามารถเข้าถึงเอกสารได้ ผมไม่มั่นใจจริงๆ ว่า ข้อมูลที่ออกมาเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ดังนั้น ต้องกลับไปที่กระดาษคำตอบก่อน และตรวจสอบ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรตั้งประเด็นเฉพาะคดีทุจริต อาจจะเป็นอั้งยี่หรือข้อหาอื่นๆ รวมไปถึงการยึดอายัดทรัพย์ เพื่อไล่ดูเส้นทางการเงินด้วย

แต่แน่นอนข้อจำกัดของเรื่องนี้ การจ่าย เขาจ่ายเป็นเงินสด คงไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยๆ เส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงก็ควรจะมีมาตรการอะไรออกมา” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่าการพิจารณาเพิกถอนการบรรจุที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ก.ค.นี้ ถูกเลื่อนออกไป มีนัยยะอะไรหรือไม่ นายกฯ พยายามปัดเรื่องนี้ให้พ้นตัวหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า มีข่าวมาเยอะว่ามีความพยายามตัดตอนไม่ให้เชื่อมกับการเมือง ตนไม่รู้ว่าเชื่อมถึงใครบ้าง

แต่ขอให้ทุกอย่างว่าไปตามพยานหลักฐานจริงๆ ไม่ใช่ใช้กระบวนการหรือดำเนินการแบบไม่รับผิดชอบ แล้วตัดตอนเพื่อช่วยเหลือใครบางคน อย่างก่อนหน้านี้ที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกมาโทษไปที่ฝ่ายเลขาฯ ในการเสนอชื่อเข้ามา ตนคิดว่าการพูดแบบนั้นไม่รับผิดชอบต่อข้อเท็จจริง

“ท่านทั้งหลายเป็นกรรมการมีเบี้ยเลี้ยงเบี้ยประชุม มีหน้าที่ที่ต้องตรวจสอบเรื่องนี้โดยละเอียด ถ้าเกิดว่ามีการสั่งให้ดำเนินการแล้วในการตรวจสอบเรื่องนี้ ก็ต้องมาดูว่าผิดพลาดที่ตรงไหน แต่อย่าเพิ่งไปโยนความรับผิดให้กับกลุ่มคนใดคนหนึ่ง ต้องเอาทุกคนเข้ามาสู่ผังของผู้น่าสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตแบบนี้ ถ้าระดับบิ๊กๆ ไม่ส่งสัญญาณไฟเขียว ผมคิดว่าเราคงไม่เห็นมหากาพย์การทุจริตที่ทำเป็นขบวนการขณะนี้แน่นอน” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่านายกฯ เดินทางไปพบ อปท. ที่สวนนงนุช ในวันนี้ (22 ก.ค.) มองว่ามีนัยยะอะไรหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า วันนี้เราสงสัยทุกคน แต่นายกฯ จะปัดความรับผิดชอบไม่ได้ ส่วนนัยยะการไปพบผู้บริหารท้องถิ่น ต้องรอดูหลังจากเหตุการณ์ไปพบกันก่อน แต่ขอให้สังคมรู้ว่าวันนี้สังคมสงสัยในเรื่องการสอบท้องถิ่น และดูเหมือนนายกฯ ท่านเป็น รมว.มหาดไทย มานาน ดังนั้น จะมาปัดความรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน