กรณีจับกุมพระครูวิลาสกิจจานุกูล รองเจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี คดีเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานและมีหน้าที่ซื้อทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดหรือเป็นของผู้อื่นหรือโดยทุจริต ยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย และพระครูไกรศร วิลาศ เจ้าอาวาสวัดตราชู อ.พรมบุรี จ.สิงห์บุรี ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดหรือเป็นของผู้อื่นหรือโดยทุจริต ยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ซึ่งต่อเนื่องมาจากซื้อขายพระพุทธรูปเก่าแก่ 3 องค์ ประจำวัดตราชู สอบสวนให้การภาคเสธ เจ้าหน้าที่จึงใชัอำนาจตามมาตรา 29 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เพื่อให้พระทั้ง 2 รูปยอมสละสมณเพศ โดยสึกต่อหน้าพระพุทธรูป ก่อนนำตัวเข้าห้องคุมขังกองปราบฯ เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา

อ่าน จับสึกอีก 2 เจ้าอาวาส-รองเจ้าอาวาสวัดดังสิงห์บุรี คดีขโมยพุทธรูปโบราณไปขาย

ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 พ.ค. พ.ต.ท.สุชาติ อิ่มสวัสดิ์ รองผกก.2บก.ป. ขอเบิกตัว นายเดช ชูเนตร อายุ 44 ปี หรือ อดีตพระครูไกรศร วิลาศ เจ้าอาวาสวัดตราชู และนายกิตติ พรเจริญ 55 ปี หรือ อดีตพระครูวิลาสกิจจานุกูล รองเจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง เพื่อนำตัวไปฝากขังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จ.สระบุรี หลังเมื่อคืนที่ผ่านมาทางพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนและทำการสึกผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เป็นที่เรียบร้อย เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ยังคงให้การปฎิเสธ โดยผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทั้งสองยังคงมีอาการการเรียบเฉย และไม่มีอาการเคร่งเครียดแต่อย่างใด และสามารถนอนหลับได้ปกติ ส่วนอาหารมื้อเช้าที่ได้รับประทานในวันแรกของเพศฆราวาสก็คือข้าวผัดกระเพราหมู

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน