เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 29 พ.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร เพื่อพบนายพัฒน์พงศ์ สุขประวิทย์ ผญบ.ม.6 และนายกนกพงศ์(บุญพริ้ง) สดชื่น อยู่บ้านเลขที่ 26/2 ม.6 ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร โดยนายพัฒน์พงศ์ กล่าวว่า ได้รับการประสานจากพี่เชิดกู้ภัยว่ามีดีเจตู่ขอข้อมูลของลูกบ้าน เนื่องจากมีการประสานผ่านทางเฟซบุ๊กจากผู้ใช้ที่ประเทศไต้หวันว่ากำลังตามหาพ่ออยู่ จึงประสานนายกนกพงศ์ซึ่งมีข้อมูลเบื้องต้นว่าเป็นผู้ที่ถูกตามหาอยู่

นายกนกพงศ์ กล่าวว่า ตนอายุ 43 ปี เมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา ได้อยู่กินกับนางจารุณี แสนก๋า จนมีลูกชายด้วยกัน 1 คน ที่ อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย ก่อนแยกทางมาอยู่ที่จ.ชุมพรบ้านเกิดตั้งแต่นั้นมา ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้พยายามติดตามถามข่าวก็ไม่สามารถติดต่อได้ จนตัวเองเริ่มประกอบอาชีพเพาะชำไม้สวน อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ ขาย พร้อมกับมีครอบครัวใหม่ มีลูกแล้ว 2 คน คนแรกเรียนอยู่ชั้น ป.4 อีกคนอยู่อนุบาล 2

“ผมเลวเองครับ ที่ทิ้งลูกมาทั้งๆที่ยังคลานอยู่เลย ที่ผ่านได้แต่สำนึกผิดแต่ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่แอบเสียใจอยู่คนเดียว พยายามติดต่อก็ติดต่อไม่ได้ ถ้าย้อนอดีตไปได้ก็จะไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และพอทราบข่าวว่า ลูกพยายามตามหามาโดยตลอดก็ดีใจมาก หากเก็บเงินได้เมื่อไหร่ก็จะเดินทางไปหาลูกทันที ส่วนตอนนี้ที่ทำได้ก็จะรีบทำงานเก็บเงินไปซื้อโทรศัพท์ที่สามารถเชื่อมอินเตอร์เน็ตได้ เพื่อจะได้วีดีโอคอลกับลูกได้” นายกนกพงศ์ กล่าว

น.ส.ศิริธร(ดีเจตู่) อุชชิน กล่าวว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ ป๋าเค’หัวหอม สนทนาในแชทสอบถามมาว่า รู้จักนายบุญพริ้ง อายุประมาณ 40 ปี เศษ ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ต.วังใหม่หรือไม่ ตอนแรกนึกสงสัยอยู่ช่วงหนึ่ง เกรงว่าจะเป็นแก๊งมิจฉาชีพ แฝงตัวมา เลยพยายามตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และได้ประสานพี่เชิดกู้ภัย จนทราบข้อมูลว่า นายบุญพริ้ง เปลี่ยนชื่อเป็นกนกพงส์ อาศัยอยู่ในพื้นที่ ม.6 ต.วังใหม่ จึงประสานงานกับผู้ใหญ่บ้านในเวลาต่อมา

ด้านนาย กฤษณะ(เค) สดชื่น อายุ 22 ปี กล่าวผ่านแชทวิดีโอเฟซบุ๊ก ว่า ตนทำงานอยู่ที่โรงงาน จีเอส แบตเตอรี่ ประเทศไต้หวัน มาเป็นเวลา 1 ปี แล้ว ที่ผ่านมาได้พยายามตามหาพ่อที่จากกันมานานกว่า 20 ปี เพราะไม่เคยเห็นหน้าพ่อไม่รู้แม้แต่รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร มีเพียงสูติบัตรของพ่อชื่อนายบุญพริ้ง สดชื่น อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ม. 4 ต.วังใผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร แม่ชื่อนาง จารุณี แสนก๋า อยู่ จ.เชียงราย โดยพยายามแชทในเฟซบุ๊ก สอบถามทุกๆคนที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ ต.วังใหม่ ว่ารู้จักพ่อหรือไม่มาเป็นเวลา 3-4 ปี จนกระทั่งเจอตัวในที่สุด

“ได้ค้นหาที่อยู่ในเฟซบุ๊ก แชทสอบถามทุกๆคนที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร มากว่า3-4 ปี จนกระทั่งพบตัว ต้องขอคุณสื่อที่ช่วยประสานงานจนได้เจอตัวพ่อ แม้ว่ายังจะยังไม่มีโอกาสได้มาเจอตัวจริงเพราะยังติดสัญญาทำงานให้ครบ 3 ปี พอครบสัญญาจะรีบเดินทางมาพบพ่อทันที ” นายกฤษณะ กล่าวผ่านแชทวีดีโอ

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สนทนาสอบถามข้อมูลกับ ผู้ใหญ่บ้าน และนายกนกพงศ์ กว่า 30 นาที ก็ถึงวินาทีแรกที่ พ่อกับลูก ได้พบหน้ากันผ่านแชทวีดีโอเฟซบุ๊ก ทั้งคู่นิ่งไปกว่า 1 นาทีท่ามกลางน้ำตาที่ไหลพรากมาพร้อมๆกัน ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามทั้งคู่ว่ารู้สึกอย่างไรที่ได้พบเจอกันอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ แต่สายของทั้ง 2 จ้องมองกันอยู่ตลอดเวลา ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าคุณพ่อรู้สึกอย่างไร เสียงตอบแบบสั่นเครือว่า ดีใจจนน้ำตาไหล ในขณะเดียวลูกก็ตอบว่า ดีใจจนน้ำตาไหลเช่นกัน จากนั้นทั้งคู่ก็แลกเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์กัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน