พายุ “ราอี” อ่อนแรงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว แต่ยังส่งผลให้ภาคเหนือ-อีสาน มีฝนตกหนักต่อไป อุตุฯประกาศเตือน ฉบับที่ 19 ขณะที่ ปภ.แจ้งเตือน 32 จว.ทั่วปท. เตรียมพร้อมรับมือ “ไก่อู” เผยนายกฯเป็นห่วง ให้วางแผน เก็บน้ำไว้ช่วงหน้าแล้งด้วย หลายหน่วยงานร่วมบูรณาการ เผยมาตรการรับมือกับน้ำเหนือ ที่จะไหลลงมาสู่ภาคกลาง ขณะที่จ.แพร่ ฝนตกหนักทั้งคืน น้ำท่วมบ้านร่วม 400 หลัง ต้นไม้ล้มร่วม 200 ต้น เชียงใหม่ สั่งปิด 4 น้ำตกดัง ต้นไม้ใหญ่โค่นทับ รูปปั้นพญานาคเชิงบันไดทางขึ้นวัดพระธาตุดอย สุเทพ พังเสียหาย น้ำป่าถล่ม อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง สะพาน-ถนนพังเสียหาย เพชรบูรณ์ น้ำป่าจากเทือกเขาด่านซ้ายและเขาทับเบิก ถล่มฝายกักน้ำ ที่บ้านแก่งเสียว อ.หล่มเก่า พังเสียหาย น้ำท่วม 4 ตำบล ชัยภูมิสั่งปิด น้ำตกตาดโตน เฝ้าระวังเขื่อนลำปะทาว น้ำใกล้ จุดสูงสุด จ.เลย ท่วม อ.ด่านซ้าย ขอนแก่นอ่วม น้ำท่วมถนนหลายสายในตัวเมือง

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 14 ก.ย. นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ เตือน หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “ราอี” (RAI) ฉบับที่ 19 ความว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “ราอี” (RAI) ได้เข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคกลางตอนบนมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและ มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมบริเวณอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 19 ก.ย.

ขณะที่นายฉัตร ชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยว่า พายุดีเปรสชันราอีที่เคลื่อนตัวผ่านจ.อุบลราช ธานี และอำนาจเจริญ อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียง เหนือตอนกลางแล้ว คาดว่าจะเคลื่อนไปปกคลุมภาคกลางตอนบน และภาคเหนือตามลำดับ ปภ.จึงประสาน 32 จังหวัด แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ สระบุรี ลพบุรี ชัยนาท และอุทัย ธานี ภาคเหนือ 13 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก พิจิตร และเพชรบูรณ์ รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วน

ที่ ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงสถานการณ์น้ำ ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตราย นอกจากนี้ ยังให้ปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับความเป็นจริงในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด นอกจากจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องน้ำท่วมแล้ว จะต้องวางแผนกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ปีหน้าอย่างครบวงจรด้วย

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานร่วมบูรณาการวางแผนและเชื่อมโยงการทำงานเพื่อรับมือกับ ปัญหาน้ำท่วมแล้ว พร้อมจัดเตรียมรถแจกน้ำกว่า 1,900 คัน และเครื่องสูบน้ำ 1,500 เครื่อง สำหรับประชาชนที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ตลอดจนกำลังพลและเครื่องมือที่พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน ครอบคลุม 30 จังหวัด ที่อาจได้รับผลกระทบจากพายุ

“มาตรการ ป้องกันและแก้ไขปัญหา น้ำท่วมในภาคเหนือบริเวณลุ่มน้ำยม จะมีการลดระดับน้ำเหนือประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ จ.สุโขทัย ให้มีพื้นที่รองรับน้ำเพิ่มเมื่อมีฝนตกหนัก และผันน้ำเข้าคลองฝั่งซ้ายและขวาของแม่น้ำยม ส่วนในภาคกลางได้เตรียมพร่องน้ำในคลองชัยนาท-ป่าสัก และเขื่อนพระรามหก จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อรองรับการระบายน้ำจากภาคเหนือ และเตรียมสถานีสูบน้ำให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำ” โฆษกรัฐบาล กล่าว

ผู้ สื่อข่าวรายงาน ผลกระทบจากพายุราอี ในพื้นที่ต่างๆ โดยที่ จ.แพร่ ทั้งจังหวัดถูกพายุฝนกระหน่ำแต่เวลา 22.00 น.ของคืนวันที่ 13 ก.ย. โดยที่หน้าที่ว่าการอำเภอลอง มีต้นไม้ใหญ่โค่นขวางถนน นายสุทธิพันธ์ ทองไหล นายก ทต.ป่าแมต อ.เมืองแพร่ เผยเมื่อตี 4 ที่ผ่านมา น้ำป่าจากอ่างเก็บน้ำห้วยผาคำ ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ในท้องที่ หมู่ 4 และ หมู่ 11 จำนวน 400 กว่าหลังคาเรือน ความสูงของน้ำบางแห่งสูงถึง 50-60 ซ.ม. ขณะที่ในพื้นที่ ต.ท่าข้าม อ.เมืองแพร่ ต้นมะขาม ป้อมกว่า 200 ต้น ตามเส้นทางปั่นจักรยาน ถูกพายุพัดโค่นล้มเสียหาย

ขณะที่ นายพรเทพ เจริญสืบสกุล หน.อุทยาน แห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ สั่งปิดน้ำตกแม่กลางและน้ำตกแม่ยะ และให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ตลอด 24 ช.ม. ขณะเดียวกันเมื่อช่วง 03.00 น.ที่ผ่านมา เกิดเหตุต้นสนขนาดใหญ่ อายุร่วม 100 ปี ข้างทางขึ้นพระธาตุดอยสุเทพ โค่นทับรูปปั้นพญานาคริมขอบบันไดได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่รีบตัดต้นไม้และซ่อมแซมตัวพญา นาคเป็นการเร่งด่วน ตอนนี้สามารถเดินขึ้นลงบริเวณบันไดได้ตามปกติ ส่วนสาเหตุน่า จะมาจากที่ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้ดินชุ่มน้ำจนอ่อนตัวทำให้ต้นไม้ โค่น ดังกล่าว

ต่อมานายกริชสยาม คงสตรี หน.อช.ดอยสุเทพ-ปุย ประกาศปิดการท่องเที่ยวในพื้นที่น้ำตกแม่สาและน้ำตกตาดหมอก ในพื้นที่ อ.แม่ริม เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เนื่องจากเกิดน้ำป่าไหลหลากในบริเวณดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ต้นโพธิ์ยักษ์อายุหลายร้อยปี ภายในวัดศรีสุพรรณ์ ต.หนองแก๋ว อ.หางดง จ.เชียงใหม่ โค่นล้มทับรถยนต์กระบะ-รถจักร ยานยนต์ของพ่อค้าแม่ค้าที่มาขายของหน้าบริเวณวัดได้รับความเสียหาย 3 คัน แต่โชคดี ไม่ผู้ได้รับบาดเจ็บ

ด้าน จ.ลำปาง ทหารชุดมวลชนสัมพันธ์มณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี เข้าสำรวจความเสียหายในหมู่บ้านหลิ่งก้าน หมู่ 3 ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร หลังจากกลางดึกที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนัก จนน้ำในลำห้วยแม่ไพร ล้นเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านจำนวน 5 หลังคาเรือน นอกจากนี้ที่บ้านปางปงปางทราย หมู่ 9 ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร น้ำจากลำห้วยแม่ตาลน้อย ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านราว 10 หลังคาเรือน และสะพานข้ามลำห้วยเสียหาย 2 แห่ง ไม่สามารถใช้การสัญจรผ่านไปมาได้ ต่อมาช่วงบ่ายน้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน บ้านปงใต้ หมู่ 7 บ้านปงเหนือ หมู่ 8 ต.ปงยางคก รวมทั้งถนนสายห้างฉัตร-เกาะคา ยาว 300 เมตร ลึกถึง 50 ซ.ม.-1 ม. รถเล็กไม่สามารถผ่านไปได้

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาหลายพื้นที่ของ จ.พิษณุโลก มีพายุฝนตกลงลงมาอย่างหนัก น้ำป่าจากเทือกเขาอุทยานทุ่งแสลงหลวง ไหลเข้าท่วมหลายหมู่บ้านและพื้นที่การเกษตร ใน ต.ชมพู อ.เนินมะปราง อาทิ บ้านชมพู บ้านปลวกง่าม ส่วนที่บ้าน ร่มเกล้า หมู่ 11 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง น้ำจากห้วยอีดำ ซัดถนนขาดเสียหาย ชาวบ้านไม่สามารถเดินทางสัญจรผ่านไปมาได้ ทางจ.พิษณุโลก อยู่ระหว่างนำเครื่องจักรหนักเข้ามาเร่งซ่อมแซมต่อไป

ส่วน ที่ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ น้ำป่าจากเทือกเขาด่านซ้ายและเขาทับเบิก ไหลลงลำ น้ำพุง จนเอ่อล้นเข้าท่วม 5 ตำบลของอำเภอหล่มเก่า โดยที่หมู่ 5 บ้านแก่งเสี้ยว ต.นาซำ อ.หล่มเก่า ชาวบ้านกว่า 20 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก นายชาญชัย ศรศรีวิชัย นายอำเภอหล่มเก่าเผยปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว จนล้นฝายชะลอน้ำทั้ง 5 ฝายในพื้นที่ตอนบน โดยเฉพาะฝายที่บ้านแก่งเสี้ยว ถูกน้ำกัดเซาะคันดินด้านข้างจนพัง น้ำไหลทะลักเข้า ท่วมพื้นที่ 4 ตำบล มี ต.นาแซง ต.วังบาล ต.หล่มเก่า และต.ศิลา เบื้องต้นได้ขอความร่วมมือจากกองพันทหารช่าง ที่ 8 (ช.พัน 8) นำรถแทรกเตอร์ขนาดใหญ่ ตักเศษกิ่งไม้ เศษสวะ ที่ติดค้างอยู่บริเวณหน้าฝายกั้นน้ำ โดยปริมาณน้ำดังกล่าวกำลังไหลเข้าสู่พื้นที่เทศบาล ตำบลหล่มเก่าและพื้นที่ด้านล่างต่อไป

นายชูศักดิ์ ตรีสาร ผวจ.ชัยภูมิ เรียกประชุมด่วนเตรียมความพร้อม หลังตั้งแต่ช่วงเย็น-ค่ำ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักทำให้น้ำบนเทือกเขาภูแลนคา เขตรอยต่อ อ.หนองบัวแดง แก้งคร้อ และอ.เมืองชัยภูมิ ไหลลงสู่เขื่อนลำปะทาว ซึ่งมีความจุในตัวเขื่อนทั้งตอนบนและตอนล่าง รวมกว่า 66 ล้าน ลบ.ม. ล่าสุดระดับน้ำทั้ง 2 ตอนสูงใกล้จุดเตือนภัยแล้ว โดยน้ำจากเขื่อนจะไหลต่อมายังน้ำตกตาดโตน ที่เขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน ก่อนที่จะไหลผ่านลำห้วยเสว เข้าเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ทั้ง 25 ชุมชน เบื้องต้นนายชูศักดิ์ประสานไปยังเขตอุทยานแห่งชาติตาดโตน ให้ประกาศห้ามประชาชนนักท่องเที่ยวเข้าไปเล่นน้ำตกโดยเด็ดขาด อีกทั้งให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษในทุกพื้นที่ด้วย

ผู้สื่อข่าว รายงานเพิ่มเติมว่า ระดับน้ำในแม่น้ำชี ตลอดทั้งสาย ช่วงที่ผ่าน จ.ชัยภูมิ เริ่มหนุนสูงจนล้นตลิ่งและทะลักออกมา ท่วมบ้างแล้วบางแห่ง ส่วนในตัวเมือง ทางเทศบาลเตรียมพร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อ รอรับมือ

ด้าน จ.เลย เกิดน้ำป่าจาก ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย ไหลลงมาตามลำน้ำหมัน ล้นตลิ่งเข้าท่วมในเขตเทศบาลตำบลด่านซ้าย โดยถนนสายหลักในตลาดและถนนหน้าเทศบาลน้ำท่วมสูงประมาณ 20 ซ.ม. และที่หน้ากองร้อย อส.ที่ 7 หลังที่ว่าการอำเภอสูงประมาณ 30 ซ.ม. เจ้าหน้าที่เร่งระดมช่วยเหลือแล้ว

ขณะที่ จ.ขอนแก่น เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมในเขตพื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น ถนนหลายเส้นทางเกิดน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะ เส้นทางถนนมิตรภาพทั้งฝั่งขาขึ้นและขาล่อง ที่มีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 20 ซ.ม.รถยนต์ขนาดเล็กสัญจรผ่านไป-มาได้ด้วยความยากลำบาก ที่หมู่บ้านจัดสรรพิมานเพจ บ้านคำไฮ ต.บ้านเป็ด เป็นบ้านจัดสรร 30-40 หลัง มีน้ำท่วมเข้าไปในบ้านสูง 40-50 ซ.ม. เจ้าหน้าที่ต้องนำเรือเล็ก 2 ลำ เข้าช่วยเหลือชาวบ้าน

นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายก ทน.ขอน แก่น กล่าวว่า ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ขอนแก่น ได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชันที่พาดผ่าน เข้ามา ซึ่งจะส่งผลให้มีเมฆมากและมีฝนตก จึงให้จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เตรียมพร้อมเฝ้าระวังและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันที

ด้าน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้เกิดปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัด ได้สั่งการไปยังคณะกรรม การควบคุมโรคติดต่อจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ให้เฝ้าระวังโรคระบาดที่จะตามมาจากปัญหาน้ำท่วม อาทิ โรคฉี่หนู และโรคอุจจาระร่วง รวมถึงภัยจากสัตว์เลื้อยคลาน หรือการจมน้ำ พร้อมกันนี้ ย้ำเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกจังหวัด ลงพื้นที่ดำเนินมาตรการ 3 เก็บ คือ เก็บบ้าน เก็บขยะ และเก็บน้ำ กำจัดลูกน้ำยุงลายทุกพื้นที่ เพื่อป้องกัน 3 โรคที่มียุงลายเป็นพาหะ คือไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา

นพ.ปิยะสกลกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันก็ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของกระทรวง ไปศึกษาความเป็นไปได้ในการเอาผิดผู้ที่ปล่อยปละละเลยไม่ดูแลบ้าน หรือพื้นที่ของตนเองเป็นแหล่งกำเนิดยุง หรือแหล่งก่อโรคที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่น กำลังให้กระทรวง โดยฝ่าย กฎหมายไปดู ใครไม่ทำหากเจอในบ้านตัวเองจะผิด หรือไม่ “มิฉะนั้นก็ปล่อยให้มียุง ถ้ายุงบ้านคุณมากัดผม แล้วผมเป็นซิกา หรือไข้เลือดออก คุณผิดไหม ดังนั้นทุกคนต้องรับผิดชอบในบริเวณของตัวเอง โรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะโรคระบาดจะทุเลาได้จากความร่วมมือของคนทุกคนในการกำจัดแหล่งกำเนิด โรค หากมีความรับผิดชอบ ทุกอย่างก็จะดีขึ้น” นพ.ปิยะสกลกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน