บุกจับแก๊งชาวจีนเช่าบ้านทำเป็นฐานสร้างแอพพลิเคชั่นพนันออนไลน์ เงินหมุนเวียน 50 ล้านบาท รวบ 4 ผู้ต้องหา เผยรอบบ้านติดวงจรปิดดูเหตุการณ์สดผ่านเน็ต พบตำรวจมาสั่งปิดระบบทันที
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 15 มิ.ย. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ 191 พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบก.สปพ. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.นำกำลังตำรวจบุกเข้าจับกุมแก๊งพนันออนไลน์ชาวจีน จำนวน 4 คน พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ โน๊ตบุ๊ค ที่บ้านเลขที่ 7 หมู่บ้านกลางเมือง ซอย นาคนิวาส 11 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม.
ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น แบบโมเดิร์น เนื้อที่ราว 15 ตารางวา ที่ชั้น 2 พบนายเว็นจุน อายุ 32 ปี ไม่มีพาสปอร์ต ชาวจีน นายเจียนเบา อายุ 37 ปี ไม่มีพาสปอร์ต ชาวจีน นาย เจีย ไวไว อายุ 24 ปี และนายชุย กุย ยัง อายุ 35 ปี พร้อมของกลางพีซียู จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือกว่า 50 เครื่อง โน้ตบุ๊ค 7 เครื่อง
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล กล่าวว่า จากข้อมูลของตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ 191 และบก.ปอท.บูรณาการ ตรวจพบบ้านหลังนี้ครั้งแรกคิดว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่จะมาใช้ประเทศไทยเป็นฐาน ไปหลอกลวงคนในประเทศจีน แต่เมื่อเข้าตรวจสอบพบเป็นสถานที่เปิดแทงพนันออนไลน์ จึงประสานสถานทูตจีนมาร่วมตรวจสอบด้วย
อย่างไรก็ตามกลุ่มนี้มีกล้องวงจรปิด ดูเหตุการณ์สดทางอินเตอร์เน็ต เมื่อพบว่ามีตำรวจมาจับทางผู้ควบคุมในต่างประเทศสั่งปิดระบบทั้งหมด จึงจะให้ฝ่ายเทคนิคเปิดเครื่องออกมาจึงจะสามารถแจ้งข้อหาเกี่ยวกับการพนันได้
รอง ผบช.ทท. กล่าวต่อว่า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าจับกุมเข้าไปในแอพพลิเคชั่นคนร้ายก่อนแล้ว พบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมสร้างแอพพลิเคชั่นการพนัน สามารถแทงบาคาร่า โป๊กเกอร์ รวมทั้งพนันบอล ใช้วิธีการจ่ายเงินผ่านระบบบีทอร์คและวีแชท ด้วยการโอนเงินเข้าธนาคารจีน ในระบบ BOT เมื่อเงินเข้าระบบบอท ซึ่งทำงานอัตโนมัติจะแจ้งให้กลุ่มผู้ต้องหาทราบ และเปิดแอคเคาท์ให้ลูกค้าที่เติมเงินเข้ามาในบัญชี และเพิ่มวงเงินในการใช้เล่นการพนัน ลูกค้าที่ใช้บริการจะเป็นคนจีน ล้วนๆ และรับเฉพาะเงินสกุลหยวน แต่มาตั้งถิ่นฐานที่ประเทศไทย
ทั้งนี้บ้านหลังดังกล่าวมีคนไทยชื่อนายโก้ เป็นผู้มาติดต่อขอเช่า ซึ่งในส่วนนี้ได้เชิญตัวนายโก้มาสอบปากคำแล้ว โดยบ้านดังกล่าวเช่าตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ในราคาเดือนละ 35,000 บาท ในระหว่างที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นหัวหน้าชาวจีนได้ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ทันที จึงต้องตรวจสอบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นการพนันชนิดใด
ซึ่งขณะนี้ประสานทางจีนแล้ว เนื่องจากเครือข่ายการเชื่อมต่อทั้งหมดอยู่ในประเทศจีน หลังจากนี้ต้องมีการดำเนินคดีกับผู้เช่าด้วยเช่นกัน ในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมือง มาตรา 38 คือหากมีคนต่างด้าวและต่างชาติ พักอาศัยต้องแจ้งกับทางการให้ทราบ สำหรับผู้ต้องหาจะทำการเพิกถอนวีซ่าและผลักดันกลับประเทศทันที แต่หากพบความผิดในกฎหมายไทยก็ดำเนินคดีในไทย
รายงานว่าจากการแนวทางสืบสวนพบว่าขบวนการดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนประมาณ 50 ล้านบาท โดยมีเครือข่ายใหญ่อยู่ประเทศจีน ซึ่งเมื่อเดือนที่ผ่านมาโอนเงินเข้ามาที่บัญชีกลุ่มผู้ต้องหา 12 ล้านเปโซ หรือ 6 ล้านบาทไทย ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาจะได้ส่วนแบ่งเป็นค่าคอมมิสชั่นประมาณร้อยละ 0.23
อีกทั้งจากการตรวจสอบการเดินทางของกลุ่มผู้ต้องหาพบว่า เคยพำนักอยู่ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และกัมพูชา ก่อนเดินทางเข้ามาเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเข้ามาในฐานะวีซ่านักท่องเที่ยว ก่อนที่จะมีการขอต่อวีซ่าประเภทนักศึกษาที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดชลบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โดยอ้างเหตุผลถึงการขอต่อวีซ่าว่ามาศึกษาต่อที่ร.ร.พัทยาภาษาและคอมพิวเตอร์ ซึ่งทางพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ได้ประสานงานไปยังตำรวจท่องเที่ยวพัทยาให้ตรวจสอบโรงเรียนดังกล่าว อีกทั้งทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้ช่วยตรวจสอบรายละเอียดการอนุญาตวีซ่าในครั้งนี้ ซึ่งหากพบว่าความผิดส่วนใดก็จะดำเนินคดีทันที

