จับแล้ว พรานเหี้ยม ลากลูกซองยิงกระทิงป่า เขาอ่างฤาไน ถลกหนังแล่เนื้อ พร้อมเร่งล่าเพื่อนร่วมแก๊งชาวกัมพูชา 2 คน ที่กำลังหลบหนี

จับแล้ว พรานเหี้ยม / เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 26 มิ.ย. ที่ สภ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผวจ.จันทบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี , พ.อ.จักรพงษ์ ศรีสุวรรณ รอง เสธนาธิการมณฑลทหารบกที่ 19 , พ.ต.อ.พรรษา โกศลานันท์ ผกก.สภ.แก่งหางแมว และนายเดช จินโนรส นายกเทศมนตรีตำบลแก่งหางแมว พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน

แถลงจับกุม นายรุ่งโรจน์ หรือ ติ๊ด โพธิ์ขำ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 ม.17 ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ผู้ต้องหาคดีลักลอบ ล่าสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก ปลอกกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 จำนวน 2 ปลอก และกระสอบปุ๋ยใส่เนื้อกระทิง ของกลาง

พล.ต.ต.จรัล เปิดเผยว่า ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ป่าเขาปอ พร้อม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ร่วมกันตรวจสอบ ซากวัวกระทิง ที่ถูกคนร้ายลักลอบเข้ามาล่า โดยใช้อาวุธปืนลูกซองยิงวัวกระทิง ล้มตาย

ผู้ต้องหาก้มหน้ายอมรับชะตากรรม

อยู่บริเวณป่าเขาซับทุเรียน พื้นที่ ม.17 ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว ซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าขุนทอง เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 61 เวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา

ซึ่งซากกระทิงป่าตัวที่พบ เป็นกระทิงเพศผู้ อายุประมาณ 3-4 ปี สูงประมาณ 1.80 เซนติเมตร ความยาว 2 เมตร เขากระทิง มีความยาว 40 ซม. น้ำหนักประมาณ 300-400 กก. สภาพถูกแล่เอาเนื้อบริเวณสันหลัง และโคนขาทั้ง 4 ข้าง ตรวจสอบในที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 2 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

ขณะเดียวกันเจ้าพนักงานพิทักษ์ป่าเขาปอ ที่กำลังลาดตระเวน ได้ไปพบกระสอบปุ๋ยที่ด้านในใส่เนื้อกระทิงที่ถูกแล่มา จำนวน 3 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 135 กก. ถูกโยนทิ้งไว้ในป่ายาง ห่างจากจุดที่พบซากระทิงประมาณ 1 กม. แต่ไม่พบตัวผู้กระทำความผิด

ซากกระทิง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย โดยแกะรอยจากปลอกกระสุนปืนลูกซองที่พบในที่เกิดเหตุ ซึ่งคาดว่าจะเป็นของพรานป่าในพื้นที่ จนทราบว่า ผู้ครอบครองคือ นายสวัสดิ์ โพธิ์ขำ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 ม.17 ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพัก โดยพบตัว นายสวัสดิ์ และ อาวุธปืนลูกซองยาวของกลาง

ขณะที่ นายสวัสดิ์ ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ปลอกกระสุนและอาวุธปืนลูกซอง เป็นของตนจริง แต่ผู้ที่นำออกไปล่ากระทิงคือ นายรุ่งโรจน์ หรือ ติ๊ด ลูกชาย พร้อมกับเพื่อนอีก 2 คน หลังก่อเหตุ ได้หลบหนีไป ซึ่งต่อมา นายสวัสดิ์ ติดต่อให้ นายรุ่งโรจน์ ลูกชาย เข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สอบสวนเบื้องต้น นายรุ่งโรจน์ ให้การรับสารภาพว่า พร้อมกับพวกอีก 2 คน เป็นชาวกัมพูชา ลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนจริง แต่ไม่ได้เจาะจงเข้าไปล่ากระทิง โดยวันที่ก่อเหตุขณะได้ผูกห้างอยู่บนยอดไม้ และบังเอิญมีกระทิงตัวดังกล่าว เดินกินหญ้าเข้ามาใกล้ๆ จึงใช้อาวุธปืนที่เตรียมมายิงใส่จำนวน 2 นัด จนกระทิงล้มลง

เจ้าหน้าที่แถลงจับกุมพรานเหี้ยม

โดยที่ตน เป็นคนใช้อาวุธปืน ยิงกระทิงเพียงคนเดียว จากนั้น จึงให้เพื่อนชาวกัมพูชา ชื่อ นายดำ ส่วนอีกคน ไม่ทราบชื่อ ช่วยกันแล่เนื้อวัว และขนลำเลียงออกมาจากที่เกิดเหตุ เตรียมกลับบ้าน แต่ระหว่างทาง ได้ยินเสียงรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ จึงพากันโยนกระสอบทิ้งและรีบหลบหนีไป จนพ่อได้ติดต่อให้เข้ามามอบตัวดังกล่าว

อย่างไรก็ตามหลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันล่า หรือ พยายามล่า สัตว์ป่าสงวนในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า มีซากสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง และนำพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไมได้รับอนุญาต

กระสุนปืนลูกซองที่พบในจุดเกิดเหตุ

ก่อนควบคุมตัว ผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน ที่ยังหลบหนี ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุมตัว มาดำเนินคดี

 

อ่าน พรานอำมหิต! จับลูกซองกระหน่ำกระทิงป่าฤาไน จนท.มาพบเหลือแต่ซาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน