บิ๊กโจ๊ก ค้น 74เป้าหมายทั่วไทย จับโค้ชสโมสรบอลไทยลีก-ต่างชาติผิดกม.เพียบ!

บิ๊กโจ๊ก ร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลุยค้นสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม โรงเรียน รวม 74 เป้าหมายทั่วไทย จับต่างชาติอยู่ในประเทศโดยผิดกฎหมาย ป้องกันการแฝงตัวเข้ามาก่ออาชญากรรมข้ามชาติ

บิ๊กโจ๊ก แถลงผลจับกุมต่างชาติอยู่ไทยผิดกฎหมาย

บิ๊กโจ๊ก / เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 13 ก.ค. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ, พ.ต.ท.โอภาส ดาวกระจาย รอง ผกก.ป.สน.ทองหล่อ, พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ และพ.ต.ท.อัครรัช ถนอมชาติ สว.สส.สน.ทองหล่อ ร่วมกันนำกำลังตำรวจ บช.ปส., บก.ปคม., สตม., ตำรวจ 191 และสน.ทองหล่อ

ต่างชาติและต่างด้าวที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม

ลงพื้นที่ปิดล้อมตรวจสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม โรงเรียน สถาบันกวดวิชา ที่มีชาวต่างชาติที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย 74 เป้าหมายทั่วประเทศ ตามยุทธการ “X-ray Outlaw Foreigner” เพื่อป้องกันการแฝงตัวเข้ามาเป็นนักท่องเที่ยว ไปก่ออาชญากรรมข้ามชาติ และอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคง ส่งผลต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทย เช่น กลุ่มเครือข่ายหลอกลวงแต่งงาน หรือแก๊งโรแมนซ์สแกม กลุ่มเครือข่ายผลิตและปลอมบัตรเครดิต หรือแก๊งสกิมเมอร์

เจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานผลการตรวจค้นให้ รอง ผบช.ทท.

จากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 56 คน แบ่งเป็น บุคคลต่างชาติที่อยู่ในราชอาณาจักรเกิน 11 คน บุคคลต่างชาติที่หลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต 41 คน และจับกุมข้อหาอื่นๆ อีก 4 คน ผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็นชาวอินเดีย และมีผู้ต้องหาที่อยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดนานที่สุด คือ ชาวเยอรมัน ที่อยู่นานกว่า 9 ปี นอกจากนี้ ยังตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะของผู้ต้องหา 2 คน เป็นชาวกัมพูชาและอินเดีย

บิ๊กโจ๊ก สอบสวนผู้ต้องหาขณะตรวจค้นและจับกุม

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตำรวจเน้นกวดขันตามโรงเรียนสอนภาษา เพราะมีชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาเป็นครูสอนภาษาบ้างหรือเป็นนักเรียน เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงในการอยู่ในประเทศไทย แต่ไม่ได้เข้าเรียนจริง ซึ่งตำรวจก็ได้จับกุมดำเนินคดีและถอนวีซ่าแล้ว นอกจากนี้ ยังสามารถจับกุมชาวกาน่า อดีตโค้ชของสโมสรฟุตบอลไทยลีกแห่งหนึ่ง ที่หลังจากมาเป็นโค้ชได้ไม่กี่เดือนก็ถูกเลิกจ้าง แต่ยังแอบกบดานอยู่ในแถบชานเมืองกรุงเทพฯโดยผิดกฎหมายอีกด้วย

สำหรับยุทธการนี้ได้เปิดปฏิบัติการมาแล้ว 31 ครั้ง โดยเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 3,947 เป้าหมาย และสามารถจับผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 1,724 คน