หนุ่มใหญ่เครียดคดีถูกรุมทำร้ายร่างกายไม่คืบ แถมตกเป็นผู้ต้องหาเอง ใช้มีดจี้คอขู่ฆ่าตัวเองกลางศาลากลางเมืองจันทน์ ร้องขอความเป็นธรรม ก่อนรองผู้ว่าฯเผชิญหน้าเกลี้ยกล่อมระทึก

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่หน้าศาลากลางจังหวัดจันทบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังทำงานและมีประชาชนมาติดต่อราชการจำนวนมากนั้น เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้น เมื่อมีชายอายุประมาณ 40 ปี ขับรถกระบะยี่ห้อมาสด้า สีน้ำตาลดำ มาจอดที่หน้าศาลากลาง ก่อนลงมาจากรถขึ้นยืนท้ายกระบะ แล้วใช้มีดจี้คอตัวเอง ท่ามกลางความตกตะลึงและหวาดผวาของเจ้าหน้าที่ และผู้ที่มาติดต่อราชการภายในบริเวณศาลากลาง ต่อมาอส.รักษาการณ์ วิทยุรายงานแจ้งผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น

ใช้มีดจี้คอขู่ฆ่าตัวเองกลางศาลากลางเมืองจันทน์

ก่อนเรียกกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาควบคุมสถานการณ์ พร้อมเจรจาเกลี้ยกล่อม แต่ชายคนดังกล่าวภายหลังทราบว่า เป็นคนจ.จันทบุรี ยังใช้มีดจี้เหมือนจะทำร้ายตัวเอง และตะโกนร้องขอความเป็นธรรม เรื่องที่ตนถูกรุมทำร้ายร่างกายเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2560 ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในอำเภอขลุง แต่กลับกลายเป็นว่าตนถูกแจ้งความดำเนินคดี เป็นผู้ต้องหาเอง ทั้งๆ ที่ในร้านที่เกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้

รอง ผวจ.จันทบุรี รุดเกลี้ยกล่อม

อีกทั้งยังหวาดระแวงคู่กรณีทำให้ครอบครัวอยู่ไม่มีความสุข ซึ่งตนคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเดินหน้าร้องไปที่ตำรวจภูธรภาค 2 และศูนย์ดำรงธรรมมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เรื่องก็เงียบหายไป ทำให้เกิดอาการเครียด และหวาดระแวงจึงตัดสินใจใช้มีดจี้คอตัวเอง มาร้องขอความเป็นธรรมให้ช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังประมาณ 30 นาที รอง ผวจ.จันทบุรี ที่ได้รับมอบหมายจาก ผวจ.จันทบุรี เดินทางมาเกลี้ยกล่อม ด้วยตนเองพร้อมรับปากจะดูแลเรื่องให้อย่างดีที่สุด ทำให้ชายคนดังกล่าวมีท่าทางอ่อนลง และยอมวางมีดที่จี้ทำร้ายตัวเอง ซึ่งหลังจากรองผู้ว่าฯ ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมไม่นาน เหตุการณ์จึงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และจากนั้นจึงได้เชิญชายคนดังกล่าวไปพูดคุยเพื่อรับฟังปัญหา และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน