ลูกสาวแจง แล้ว ปมให้พ่อพิการกินเศษอาหาร ยึดที่ดิน-ไล่ออกจากบ้าน ควงสามีเล่าทั้งน้ำตา ไม่เคยทำแบบนั้น แต่เป็นคนสนิทและญาติฝ่ายพ่อที่ทำให้เข้าใจผิด

ลูกสาวแจง จากกรณี นายสำเริง บรรจงช่วย อายุ 65 ปี ซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ถูกลูกสาวคนเล็กไล่ออกจากบ้านภายใน จ.ชุมพร หลังจากลูกสาวได้เข้ามาดูแลเรื่องสวนปาล์มและสวนยางพาราแทนนายสำเริง เนื่องจากป่วยเป็นอัมพฤกษ์ และยึดเงินรวมถึงที่ดินไปทั้งหมด เอาเศษอาหารให้กิน ก่อนจะไล่ออกจากบ้าน จนต้องไปอาศัยกับพี่สาวที่แก่ชรา และฐานะก็ลำบาก นอนในเล้าไก่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว สลดใจ ! ลูกแย่งที่ดินที่สร้างมากับมือ ไล่พ่อพิการนอนเล้าไก่ ตรอมใจน้ำตาไหล

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 6 ส.ค. น.ส.วัลภา แก้วสวี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ชุมพร (พมจ.ชุมพร) พร้อมด้วยนักจิตวิทยาจาก พมจ.ชุมพร ปลัดอำเภอละแม ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ส.อบต. เจ้าหน้าที่ อบต.ละแม ได้เดินทางไปเพื่อรับทราบปัญหาและหาทางแก้ไข ก็พบกับนางเอ (นามสมมุติ) ลูกสาวของนายสำเริง และ นายบี (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นสามี

สภาพบ้านที่นายสำเริง พักอยู่ในปัจจุบัน

สภาพบ้านที่นายสำเริง พักอยู่ในปัจจุบัน

นางเอ เล่าทั้งน้ำตาว่า ไม่เคยไล่พ่ออกจากบ้านตามที่พ่อและญาติให้ข่าวแต่อย่างใด ตนและสามีดูแลพ่อที่ป่วยมาโดยตลอด ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ทั้งที่หลังจากจบการศึกษาชั้น ป.ตรี ก็ได้ทำงานเอกชนที่ กทม.จนได้พบรักกับสามี เมื่อทราบข่าวว่าพ่อป่วยก็ลาออกจากงานเพื่อกลับมาดูแล

ซึ่งตนและสามีไม่มีความรู้ความสามารถในการทำการเกษตรเลยแม้แต่น้อย สามีก็ได้พยายามเรียนรู้จนสามารถทำสวนยางพารา สวนปาล์มได้ ต่อมาเกิดข้อขัดแย้งเรื่องของที่ดินในครอบครัว ระหว่างตนกับคนใกล้ชิดของพ่อและลามไปจนถึงญาติฝ่ายพ่อ ทำให้ชาวบ้านมีความเข้าใจว่า ตนและสามีไม่ดูแลเอาใจใส่พ่อ จนถึงขั้นไล่พ่อออกจากบ้าน ทั้งที่ไม่เป็นความจริง

เจ้าหน้าที่เข้าพูดคุยกับนายสำเริง

เจ้าหน้าที่เข้าพูดคุยกับนายสำเริง

ในวันที่ญาติฝ่ายพ่อมารับตัวออกจากบ้าน ตนก็พยายามอธิบายแต่พ่อก็ยังยืนยันว่าจะไปอยู่กับญาติที่บ้านห่างไปประมาณ 1 กม. ซึ่งตนกับสามีก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จนมีการไปร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรม และมีการฟ้องขับไล่ให้ตนและสามีออกจากบ้าน ซึ่งยังเป็นคดีในชั้นศาล ก็ขอความเป็นธรรมกับสังคมด้วยว่า ตนไม่เคยไล่พ่อออกจากบ้าน ไม่เคยเอาเศษอาหารให้พ่อกิน แต่พยายามดูแลพ่อตลอด มีแต่คนใกล้ชิดพ่อเท่านั้นที่พยายามทำให้พ่อเข้าใจผิด ส่วนเรื่องบ้านที่ดินก็ขอให้เป็นเรื่องของศาล

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ไปเยี่ยม นายสำเริง พบว่า นายสำเริง ยังคงอาศัยในบ้านติดกับคอกไก่ของพี่สาว เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามก็ได้รับการว่ายืนยันว่าลูกสาวไล่ออกจากบ้านจริงๆ ทั้งที่เป็นบ้านที่ตนสร้างมาตั้งแต่ยังหนุ่ม และอยากให้ลูกสาวคืนที่ดินที่สร้างบ้านจำนวน 18 ไร่ ให้กับตนส่วนที่ดินที่ยกให้ลูก 7 ไร่ ก็ยังยกให้เหมือนเดิม แต่ขอให้ลูกสาวพร้อมสามีออกจากบ้านของตน แล้วตนจะกลับไปอยู่บ้านเหมือนเดิม ส่วนที่ดิน 18 ไร่ก็จะขอแบ่งให้กับลูกที่เกิดกับภรรยาใหม่ และลูกเลี้ยงที่ติดมากับภรรยาใหม่รวม 3 คน ต่อไป

ขณะที่ น.ส.วัลภา กล่าวว่า ในเมื่อยังหาข้อสรุปไมได้ก็ต้องนำข้อเสนอไปประชุมหาวิธีการแก้ปัญหา และจะได้นัดหมายทั้ง 2 ฝ่ายให้มาเจรจากันต่อไป สรุปว่าเป็นเรื่องในครอบครัวที่มีทรัพย์สมบัติเข้ามาเกี่ยวข้อง ในขณะที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ชุมพร ชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอละแม ไม่ใช่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ชุมพร ซึ่งศูนย์ดำรงธรรม อ.ละแม ก็ได้พยายามแก้ไขปัญหาอยู่ในขณะนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน