หนุ่มป่วยซึมเศร้า เครียดหนัก ถูกโทรทวงหนี้-เป็นบุคคลตกหล่น ไร้บัตรประชาชน ส่งข้อความหาเพื่อนสาวให้มางานศพตัวเอง ก่อนคว้าผ้าขาวหมา ผูกคอดับ สลดคาบ้าน ด้าน อา เผยเหตุทำบัตรประชาชนไม่ได้ ล่าสุดยื่นขอไป 3 ปีแล้วยังไร้ความคืบหน้า ทั้งที่ทั้งบ้านมีบัตรกันหมดทุกคน
ผูกคอดับ / เมื่อเวลา 13.25 น. วันที่ 23 ส.ค. ร.ต.อ.สมโภช ชูศีรจิต ร้อยเวร สภ.เมืองตราด รับแจ้งเหตุพบมีผู้เสียชีวิตจากการผูกคอภายในบ้านเลขที่ 11 ม.1 ต.ท่าพริก อ.เมือง จ.ตราด หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลตราด และเจ้าหน้าที่กู้ภัยหลักเกาะ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ ภายในบ้านพบศพนายเดชา พันเงินเลี้ยง อายุ 28 ปี สภาพใช้ผ้าขาวม้าผูกคอกับขื่อหลังคาบ้าน และมีเก้าอี้อยู่ปลายเท้าที่ผู้ตายใช้รองสำหรับการฆ่าตัวตาย โดยบริเวณบ้านพบนายอารักษ์ ชื่นบำรุง อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นอาของผู้เสียชีวิต และญาติพี่น้องคนอื่น ๆ รวมทั้งเพื่อนสาวคนสนิทของผู้ตาย นั่งรออยู่
จากการสอบถามน.ส.พัชรินทร์ พุ่มไม้ อายุ 32 ปี เพื่อสาวคนสนิทของนายเดชา และเป็นคนที่พบศพ กล่าว่า ตนเป็นเพื่อนกับนายเดชามา 3 เดือน ก่อนหน้าเสียชีวิต นายเดชาได้ส่งข้อความว่า “ให้มางานศพเค้าด้วยนะ” ซึ่งตนยังตอบกลับไปว่า อย่าคิดมากอย่าเครียด โดยให้คิดถึงลูกเข้าไว้ และที่ผ่านมา นายเดชาเคยปรับทุกข์ให้ฟังว่าเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แต่ไม่ได้พบแพทย์มานานแล้ว
“นายเดชามีเรื่องเครียด คือเรื่องการที่นายเดชาเป็นบุคคลตกสำรวจ ทำให้ไม่มีบัตรประชาชน แม้จะมีการติดต่อทำบัตรประชาชนกับทางราชการแล้วก็ตาม และอีกเรื่องเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา มีเจ้าของร้านคาราโอเกะโทรศัพท์ไปทวงเงินกับตน โดยบอกว่านายเดชาติดเงินไว้ 1,000 กว่าบาท ซึ่งตนก็ปฏิเสธไป และได้โทรมาบอกกับนายเดชาว่าไปติดหนี้เขาทำไม ไม่มีก็ไม่ต้องไปกิน” น.ส.พัชรินทร์ กล่าว
ด้าน นายอารักษ์ กล่าวว่า ครอบครัวของตนพื้นเพเป็นชาวอ.บ่อไร่ และพากันมาทำงานรับจ้างในอ.เมือง โดยเช่าบ้านหลังดังกล่าวอยู่ และไม่ทราบเรื่องที่นายเดชาป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เพราะไม่เคยเห็นไปพบหมอ แต่เมื่อคืนนายเดชาไปเที่ยวกลับมาเวลาประมาณ 01.00 น. กระทั่งตอนเช้าตนและภรรยาได้ออกจากบ้านพักตั้งแต่เวลา 07.30 น. ซึ่งปกติจะเข้าไปปลุกให้ลุกไปทำงานด้วยกัน แต่เมื่อคืนเห็นว่านายเดชากลับมาดึก และนอนอยู่ในเต็นท์ กระทั่งน.ส.พัชรินทร์ เดินทางมาจากพัทยาและมาพบ จึงรู้ว่านายเดชาผูกคอเสียชีวิตดังกล่าว
“นายเดชาไม่มีบัตรประชาชน เพราะเมื่อตอนอายุ 2 ขวบ บ้านถูกไฟไหม้ทำให้เอกสารหลักฐานทั้งหมดถูกไฟไหม้จนหมดสิ้น แต่แม่ของนายเดชาไม่ยอมไปแจ้งทางอำเภอว่าหลักฐานถูกไฟไหม้ ทำให้นายเดชาเป็นบุคคลตกสำรวจ ทั้งๆ ที่พี่สาวของนายเดชาและญาติพี่น้องทุกคนมีบัตรประชาชนกันทั้งสิ้น ซึ่งตนได้ยื่นขอทำบัตรประชาชนให้นายเดชา ที่อ.บ่อไร่ไว้แล้ว ตอนนี้รอให้เจ้าหน้าที่เรียกตน รวมถึงญาติพี่น้องไปสอบสวน โดยระยะเวลาที่ยืนคำขอจนถึงวันนี้ประมาณ 3 ปีแล้ว” นายอารักษ์ กล่าว
สำหรับศพของนายเดชา ญาติพี่น้องไม่ติดใจการเสียชีวิต และจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่อ.บ่อไร่ ซึ่งขณะที่รอการเคลื่อนย้ายศพนายเดชานั้น นายอารักษ์ได้นำไม้เล็กๆ มาตีที่บันไดทางขึ้นบ้านเพิ่มขึ้นเหมือนเป็นบันไดอีก 1 ขั้น ตามโบราณที่บอกว่า บันได้คนเป็นเลขคี่ บันไดคนตายเลขคู่ โดยบันไดบ้านปัจจุบันมี 7 ขั้น และเป็นบ้านเช่า จึงไม่สามารถถอดลูกบันไดออกได้ จึงต้องใช้การนำไม้มาตีแปะไว้อีกขั้น

