ตร.เรียกกรรมการวัด-ผู้นำหมู่บ้านสอบสวน คลี่คดีลักหัวใจพระประธานวัดหนองบัวเงิน เผยระบบความปลอดภัยในวัดหละหลวมจึงเกิดเหตุถูกขโมยของมีค่าบ่อย
กรณีเกิดเหตุขโมยหัวใจพระเจ้า จากพระประธานวัดหนองบัวเงิน หมู่ 5 ต.อ่างทอง อ.เชียงคำ จ.พะเยา เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวน สอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งพระสงฆ์และประชาชนในหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ในวัด แต่ก็ยังไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดได้ ประกอบกับระบบความปลอดภัยในวัดไม่แน่นหนามากนัก จึงเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้วัดเกิดเหตุในลักษณะถูกลักขโมยของมีค่าและเงินบริจาคบ่อยครั้ง
ฉกหัวใจพระ/เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่วัดหนองบัวเงิน หมู่ 5 ต.อ่างทอง อ.เชียงคำ จ.พะเยา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ภายในวิหารวัดหนองบัวเงิน เพื่อนำมาตรวจสอบและสืบค้นหาผู้กระทำความผิด
พ.ต.อ.เถกิง ทองอินทร์ ผกก.สภ.เชียงคำ กล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานจังหวัดพะเยา ลงพื้นที่เพื่อจัดเก็บรอยนิ้วมือและหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในวัดหนองบัวเงินแล้ว พร้อมกันนี้ทางพนักงานสอบสวนเชิญตัวผู้นำหมู่บ้าน และคณะกรรมการวัดหนองบัวเงิน เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ความคืบหน้าคดีอย่างเร่งด่วน
ร.ต.อ.สิทธิโชค บัวแดง พงส.สภ.เชียงคำ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกำลังทำงานติดตามหาความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อคลี่คลายคดีให้เร็วที่สุด
ผู้สูงอายุบ้านหนองบัวเงินรายหนึ่ง ให้ข้อมูลขณะที่เข้าไปร่วมสังเกตการณ์ในวิหารวัดหนองบัวเงินหลังเกิดเหตุขโมยหัวใจพระเจ้า ว่า พระพุทธรูปภายในวิหารของวัดหนองบัวเงิน เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ พระประธานองค์ใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลางสูงประมาณ 2 เมตร หน้าตักกว้าง 1 เมตร และพระพุทธรูปด้านข้างพระประธานที่มีขนาดรองลงมา สูงประมาณ 1.5 เมตร หน้าตักกว้าง 1.2 เมตร
ทั้ง 2 องค์สร้างขึ้นด้วยการปั้นแบบล้านนาโบราณ มีใบหน้ายิ้มอิ่มเอิบ คาดว่าอายุไม่น้อยกว่า 100 ปี ซึ่งได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ ทาสีให้สวยงาม โดยพระประธานหลักมีการแต่งองค์ด้วยเครื่องทรงทั้งองค์ พระพุทธรูปข้างพระประธานจะห่มจีวรเหลือง
ทั้งนี้หัวใจพระที่หายไป เบื้องต้นผู้สูงอายุในหมู่บ้านที่เคยร่วมทำบุญแจ้งว่า มีพระพุทธรูปรุ่นสิงห์ 1 จำนวน 1 องค์ ไม่ทราบขนาด เคยถูกนำใส่ในหัวใจพระประธานหายไป ส่วนอย่างอื่นไม่ทราบว่ามีสิ่งใดหายไปบ้าง ลักษณะการลักขโมยหัวใจพระไม่ได้งัดแต่อย่างใด เนื่องจากหน้าอกของพระพุทธรูปที่เจาะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าไม่ได้โบกปูนทับ
เนื่องจากยังรอคณะศรัทธาและผู้ใจบุญที่จะมาร่วมทำบุญใส่หัวใจพระเจ้าเพิ่ม ดังนั้นจึงเป็นเพียงนำก้อนอิฐหรือแผ่นปูนปิดทับไว้เท่านั้น จึงเป็นเหตุให้หัวใจพระถูกลักขโมยได้ง่ายดังกล่าว


