ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดราชบุรีเรียกเจ้าของบ้านในโครงการบ้านจัดสรรในจ.ราชบุรีที่ปิดประกาศขายบ้านราคาถูกทั้ง 8 หลังทำบันทึกข้อตกลงกับเจ้าของโครงการ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยเจ้าของโครงการยินดีที่จะเข้าซ่อมแทนให้ทั้งหมด ส่วนบ้านที่มีปัญหามากสุดเจ้าของโครงการยื่นข้อเสนอเปลี่ยนบ้านใหม่ให้ฟรีทันที
จากกรณีที่เจ้าของบ้านสุดทนเรียกร้องให้ทางเจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.คุ้งกระถิน อ.เมือง ราชบุรี โดยชาวบ้านพร้อมใจกันขึ้นป้ายว่า “ขายบ้านราคาถูก” พร้อมกับเบอร์โทรศัพท์ของแต่ละบ้าน เนื่องจากจากบ้านเสร็จก็ย้ายเข้ามาอยู่ ก็เริ่มพบว่ากำแพงบ้านและผนัง มีรอยร้าว และเริ่มขยายมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงหลังคาก็มีรอยรั่วด้วย เกิดปัญหามาตลอดนานนับปีแต่ยังเพิกเฉย จึงต้องขึ้นป้ายประกาศขายบ้านพร้อมที่ดินในราคาถูกแบบยกทั้งโครงการจำนวน 8 หลัง ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
อ่านข่าว ขึ้นป้ายขายทิ้งยกหมู่บ้าน! โวยบ้านหรู 2 ล้านซื้อมาซ่อมทั้งรอยรั่ว-ผนังร้าว นอนผวากันทั้งคืน
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. น.ส.ประภารัตน์ นาคผจญ หัวหน้ากลุ่มอานวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จาก สคบ.และองค์การบริหารส่วนตำบลคุ้งกระถิน ได้เชิญนางสาวพรเพ็ญ พิศาลผล (ผู้ถูกร้อง) เจ้าของโครงการบ้านจัดสรร ในหมู่ที่ 1 ตำบลคุ้งกระถิน อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี และนางสาวพิชามญข์ สมนาม และเจ้าของบ้านรายอื่นทั้ง 8 หลังเข้าเจรจาหาไกล่เกลี่ยหารือหาข้อยุติ
โดยเจ้าของบ้านแต่ละหลังพาสื่อมวลชนไปดูตามจุดต่างๆ ภายในพื้นที่รอบบ้านและภายในตัวอาคาร ซึ่งเกิดรอยร้าวและพื้นที่บ้านทรุดเกือบทุกหลัง แม้ทางเจ้าของบ้านจะแจ้งไปยังเจ้าของโครงการแล้วหลายครั้งแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จนล่าสุดทางโครงการได้ขึ้นบ้านอีกชุดและคนงานกำลังใช้ปั้นจั่น เพื่อตอกเสาเข็มทำให้บ้านเกิดความกระทบกระเทือนจนเกิดรอยร้าวมากขึ้น
ขณะที่บริเวณกำแพงเกิดดินยุบตัวจนกำแพงแบะออกจากตัวกำแพงแนวกันบ้านจนได้รับความเสียหาย ทำให้เจ้าของบ้านทุกหลังได้ออกมารวมตัวกัน และขึ้นป้ายประกาศขายบ้านในราคาถูกดังกล่าว
จากการผลการไกล่เกลี่ยทางนางสาวพิชามญข์ สมนาม และเจ้าของบ้านรายอื่นทั้ง 8 หลังได้เสนอให้ทางโครงการบ้านจัดสรรดำเนินการแก้ไขความชำรุดบกพร่องของบ้าน อาทิ 1.ขอให้ซ่อมแซม รั้ว หลังคา ระบบระบายน้ำในบ้าน และรอยรั่ว รอยร้าวตามเสาและโรงรถ รวมไปถึงการแก้ไขคราบเหลืองที่ผนังบ้าน และตรวจสอบรากฐาน ระหว่างการซ่อมแซมขอให้มีวิศวกรฝ่ายผู้ร้องเข้าควบคุมดูแลพร้อมขอรับประกัน 5 ปี
2.ข้อให้มีการแบบก่อสร้างอาคาร แบบก่อสร้างรั้วและแผนการก่อสร้างปรับปรุงบ้านแต่ละหลัง, 3.ขอย้ายเสาไฟฟ้าที่พาดผ่านที่ดินของตน ประตูรั้ว ท่อระบายน้ำ ปลักไฟ ถังน้ำ กระเบื้องหลังคาที่มีรูรั่ว และพื้นโรงรถ ให้มีการการซ่อมแซมทั้งหมด, 4.ขอให้ปิดทางเข้า ออก ภายในหมู่บ้านระหว่างเฟส 1 กับ เฟส 2
5.ซ่อมแซมเก็บรายละเอียดกำแพงรั้วด้านหลังที่ยังไม่มีการเก็บเศษปูนซีเมนต์ อันเนื่องมาจากการซ่อมแซมปรับปรุง, 6.หลังคาบ้านมีรอยรั่วส่งผลให้ฝ้าเพดานบวม, 7.โคมไฟถนนในหมู่บ้านมีการชำรุด และ 8.มีอาการไฟฟ้าตกทั้งหมู่บ้าน
ทั้งนี้ จากข้อเสนอทั้ง 8 ข้อของผู้ร้องทั้ง 8 หลัง ทางน.ส.พรเพ็ญ พิศาลผล (ผู้ถูกร้อง) เจ้าของโครงการบ้านจัดสรร ตอบตกลงตามข้อเสนอทั้ง 8 ข้อ และพร้อมที่จะดำเนินการแก้ไข พร้อมทั้งเสนอที่จะมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ผู้ร้องแลกเปลี่ยนกับบ้านหลังเก่า หากการแก้ไขไม่สามารถดำเนินการได้สมความประสงค์ของผู้ร้อง จากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายเซ็นต์หนังสือลงรายลักษณ์อักษรร่วมกัน และเก็บไว้คนละ 1 ฉบับทั้ง 2 ฝ่ายและเก็บไว้ที่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอีก 1 ชุด
น.ส.ประภารัตน์ กล่าวว่า วันนี้ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงกันด้วยดี โดยทางศูนย์ดำรงธรรม และสคบ. ให้ผู้ร้องคือเจ้าของบ้านได้สรุปมาว่าแต่ละหลังมีส่วนใดได้รับความเสียหาย โดยรวมทั้งหมดทางเจ้าของโครงการก็ได้รับผิดชอบด้วยดีที่จะรับข้อเสนอตรงนี้ทั้งหมด โดยข้อเสนอได้มีจุดใหญ่ๆ อยู่ 3-4 ประเด็น คือเรื่องรั้วของพื้นที่ในโครงการทั้งหมดคือทางเจ้าของโครงการจะทำให้ใหม่และจะออกไปตรวจสอบร่วมกันอีกครั้ง และจะดูว่ารั้วตรงไหนเกิดปัญหาก็จะทุบและสร้างให้ใหม่ทั้งหมด ในส่วนหลังคาบ้านทั้ง 8 หลังก็จะส่งช่างเข้าไปตรวจสอบว่าหลังใดรั่วบ้างก็จะทำให้ถูกต้อง รวมไปถึงฝ้าและเพดาน ระบบไฟหากเกิดปัญหาก็จะดำเนินการแก้ไขให้ทั้งหมด
ในส่วนบ้านที่ได้รับผลกระทบมากสุด ก็ได้ยื่นข้อเสนอจากเจ้าของโครงการว่าจะให้มีการเปลี่ยนบ้านให้เป็นบ้านหลังใหม่ให้ในอีกโครงการหนึ่งที่กำลังดำเนินการก่อสร้างและพร้อมที่จะให้ดูการก่องสร้างในทุกขั้นตอนเป็นระยะจนกว่าจะแล้วเสร็จเพื่อสร้างความมั่นใจ แต่ทั้งนี้กำลังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจของผู้ร้อง แต่ถ้าผู้ร้องไม่เปลี่ยนก็จะดำเนินการซ่อมแซมหลังเดิมให้อยู่ในสภาพดีให้จนถึงที่พึงพอใจของผู้ร้องทั้งหมด ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือได้ว่าจบลงด้วยดีโดยมีการทำบันทึกข้อตกลงทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้องเก็บไว้เป็นหลักฐาน คนละ 1 ฉบับและเก็บไว้ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1 ฉบับ และจากนี้ต่อไปจนแล้วเสร็จทาง องค์การบริหารส่วนตำบลคุ้งกระถินจะได้ส่งวิศวกรโยธาเข้าไปเป็นคนกลางในการดำเนินการแก้ไขให้
ล่าสุดวันนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เข้าไปติดตามความคืบหน้าจากกรณีดังกล่าวภายหลังจากที่มีการทำบันทึกข้อตกลงกันทั้ง 2 ฝ่ายแล้วเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมา พบว่าทางเจ้าของโครงการได้ส่งให้ช่างเข้าไปทุบกำแพงในบ้านจำนวน 3 หลังที่ยินยอมให้ทางโครงการได้เข้าไปทับและทำการสร้างใหม่ โดยช่างได้ก่อแบบและทำโครงเสายึดด้วยเหล็กและเทคานปูน ยึดติดกับกำแพงภายในกึ่งกลางระหว่างบ้านเพื่อป้องกันการแบะออก ในส่วนบ้านหลังอื่นๆ ทางเจ้าของบ้านยังไม่ยินยอมให้เขาทุบหรือทำลายกำแพง โดยรอให้ทางวิศวกรเข้าตรวจสอบและวิธีการก่อสร้างตามข้อตกลงก่อนจึงจะยินยอมให้ทำการทุบและสร้างใหม่ได้ เพราะหวั่นกลัวปัญหาเกิดซ้ำๆขึ้นอีกหากไม่มีวิศวกรเข้ามาตรวจสอบหากเกิดการพัง หรือแบะออกขึ้นอีกทางโครงการจะไม่รับผิดชอบในอนาคต
ด้านนางสาวพรเพ็ญ พิศาลผล (ผู้ถูกร้อง) เจ้าของโครงการบ้านจัดสรร กล่าวว่า หลังจากที่ได้ทราบปัญหาการร้องเรียนของทางลูกบ้าน ซึ่งทางโครงการก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและพร้อมที่จะรับผิดชอบและเพื่อความสบายใจของลูกบ้านจึงยินยอมทำข้อตกลงร่วมกัน และทางโครงการยินดีที่จะเข้ามารับผิดชอบดำเนินการแก้ไขให้กับลูกบ้านทั้งหมด
โดยที่ผ่านมาจะดำเนินการในบางส่วนของรั้วที่เราจะดำเนินการซ่อมให้ แต่จริงๆแล้วทางโครงการได้ดูแลให้มาบางส่วนแล้ว ตอนนี้เราได้ดำเนินการซ่อมแซมแล้ว 2-3 หลังแล้วในเบื้องต้น สืบเนื่องจากสภาพเดิมที่ดินแปลงนี้ที่ซื้อมามีการถมที่มาแล้วและมีการสร้างรั้วมาแล้วทั้ง 2 ด้าน เราได้มาทำการแบ่งสร้างจำนวน 8 หลัง โดยได้ว่าจ้างผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งเราก็มาทราบภายหลังว่ารั้วที่สร้างมา แต่เดิมที่เกิดปัญหาตามภาพข่าวไม่มีสเตย์ยึดที่รั้ว ซึ่งปีที่แล้วเราได้ดำเนินการทุบทิ้งและทำคันดินขึ้นด้านหลัง และเราก็ได้ทำสเตย์ยึดเข้ามาในบ้านแต่ละหลังให้ ซึ่งหลักๆ ที่เกิดปัญหาคือเกิดจากรั้วในส่วนที่ยังไม่ได้แก้ไขเนื่องจากด้านหลังกำแพงติดอยู่กับที่เอกชน
ทั้งนี้ ในส่วนสภาพความมั่นคงของบ้านแต่ละหลัง โดยส่วนใหญ่แล้วไม่มีปัญหาเพราะตัวบ้านมีความมั่นคงแข็งแรง มีความได้มาตรฐานในการก่อสร้างอยู่แล้ว แต่รอยแยกของปูน การปริของปูนอาจจะมีบ้าง ในส่วนตัวบ้านที่มีปัญหามากสุดคือหลังริม ซึ่งแต่เดิมด้านที่ติดกลับหลังริมนี้ไม่ได้ถมที่เอาไว้ เป็นสภาพของดินที่น่าจะสไลด์ออกจากตัวบ้าน ในส่วนรอยรั่วต่างๆ ที่ทางเจ้าของบ้านแต่ละหลังร้องเรียนมานั้น ไม่ได้เกิดทุกหลังมีแค่บางหลังที่เกิดรอยรั่วเนื่องจากกระเบื้องบางส่วนหลุดหายไป ซึ่งเราก็ได้ให้ช่างเข้ามาดำเนินการใส่ทดแทนแล้วเมื่อแรกๆ ที่มีการเข้ามาซื้อบ้านแล้ว โดยตัวครอบแห้งเมื่อมีการโดนแดดโดนฝนแล้วมันก็มีการกร่อนแห้งไปตามสภาพ อันนี้เราก็ได้ช่วยเหลือเยียวยาเปลี่ยนให้ ซึ่งก็เป็นอยู่ 2 หลังไม่ใช่ทั้งหมดที่เป็นข่าว
จากข้อตกลงทั้ง 8 ข้อที่ได้ทำร่วมกันทางโครงการก็ยินดีที่จะรับผิดชอบ ดำเนินการซ่อมแซมให้ทั้งหมดอย่างดีที่สุด อย่างไรก็ดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลคุ้งกระถินได้นำคำสั่งให้ทางโครงการหยุดการดำเนินการก่อสร้างในส่วนโครงการใหม่ไว้ชั่วคราวก่อน ปิดไว้ที่ประตูรั้วโครงการเฟส 2 และให้รื้อถอนปั้นจั่นออกไปจนกว่าจะมีคำสั่งให้เริ่มดำเนินการได้ และให้เข้ามาซ่อมแซมบ้านที่ได้รับความเสียหายให้แล้วเสร็จ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายจากปั้นจั่นที่ทำการตอกเสาเข็ม กระทบกระเทือนจนบ้านที่ได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้นอีก




