พบเบาะแสมือฉกภาพ อ.ถวลัย์ ขายตลาดมืด ลูกชายเผยหลังพ่อเสีย 9 วัน โดนป้าอ๊อดฟ้อง

19 ก.ย. 2561 - 16:44 น.

จากกรณีของนายดอยธิเบศร์ ดัชนี อายุ 41 ปี ลูกชายและผู้ดูแลมรดกของนายถวัลย์ ดัชนี หรือ อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศน์ศิลป์ ปี พ.ศ.2544 จิตรกร ช่างเขียนรูประดับโลก ซึ่งถึงแก่กรรมเมื่อปี 2557 เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางชัน ว่าภาพวาดของ อ.ถวัลย์ หายไปราว 113 ภาพ จากบ้านเลขที่ 170/109 หมู่บ้านเกษราคลาสสิคโฮม ซอย 11 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 27 ก.ย.57 – 30 มี.ค.60 ตามที่เสนอไปก่อนหน้า

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ลูกชายเผย หลังพ่อเสีย 9 วัน โดนป้าอ๊อดฟ้อง

ล่าสุดวันที่ 19 ก.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายดอยธิเบศร์ ดัชนี พร้อมด้วย นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รองผบช.น. เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมและติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว

นายดอยธิเบศร์ กล่าวว่า ตนพบกับ น.ส.ทิพย์ชาติ วรรณกุล หรือป้าอ๊อด ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2557 ตนขอพูด 2 ประเด็น คือคดีเรื่องอาญากับแพ่ง ตนอยากให้สนใจคดีอาญาที่กำลังทำอยู่ตอนนี้มากกว่า ไม่ใช่เรื่องของการแบ่งทรัพย์หรือแย่งมรดกกัน แต่เป็นเรื่องของสมบัติที่ต้องสงวนและรักษาไว้เป็นสมบัติของประเทศชาติในอนาคต ส่วนเรื่องคดีทางแพ่งที่ป้าอ๊อดเป็นผู้ร้องในการเป็นผู้จัดการมรดก เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา หลังจากที่พ่อผมเสียไป 9 วัน ตอนนั้นผมยังไม่ทราบ มาทราบอีกครั้งหลังจากนั้นอีก 2 เดือนแล้ว ซึ่งไม่ได้มีการตกลงเจรจาอะไรกันเลยก็ได้ฟ้องผม ซึ่งผมก็เป็นผู้คัดค้าน

นายดอยธิเบศร์ กล่าวต่อว่า ส่วนป้าอ๊อดเป็นผู้ร้องก็สู้กันในชั้นศาล ขณะนั้น ได้ต่อสู้กัน 4-5 ปี คดีจบ ศาลตัดสินให้ผมเป็นผู้จัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียว แต่ในระหว่างนั้นก่อนที่จะจบฎีกา ป้าอ๊อดได้ไปฟ้องของแบ่งมรดกครึ่งหนึ่ง ทางทนายของฝ่ายตนก็ได้ไปเจรจาว่าการที่จะแบ่งครึ่งหนึ่ง ทำไมคุณจะต้องมาเริ่มต้นที่จุดเดิม เพราะตอนนั้นมีการฟ้องร้องเรื่องเป็นผู้จัดการมรดกก็ได้มีการเจรจาไปแล้วถึง 2 รอบ แต่ป้าไม่ตกลง ป้าบอกว่าป้าจะสู้ ตนจึงบอกไปว่า ตนจำเป็น ตนก็ต้องสู้ เพราะเป็นสิทธิ์ของตย สู้จนสุดท้ายตนเป็นผู้จัดการมรดก

 ภาพ อ.ถวลัย์

นายดอยธิเบศร์ ดัชนี อายุ 41 ปี

นายดอยธิเบศร์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันมีเรื่องของอาญาเข้ามาก่อนที่เรื่องจะไปถึงขั้นตอนของศาลฎีกา โดยผมทราบว่ามีภาพหายออกจากบ้าน โดยตอนแรกทราบว่าภาพหายไป 3 ภาพ ก่อนจะเพิ่มเป็น 7,10,11,12 ซึ่งตอนนี้ป้าอ๊อดเป็นผู้ดูแล ตนมั่นใจว่า ภาพที่หายไปส่วนใหญ่เป็นภาพนกอาจจะบินออกไปเอง ทั้งนี้ตั้งแต่มีข้อพิพาทขึ้นตนไม่อยากไปทำให้ป้าอ๊อดไม่สบายใจ ขณะเดียวกันตนได้ทำงานเกือบ 2 ปี หลังจากทราบเรื่อง ตนจะเป็นคนเช็กภาพเมื่อมีคนส่งภาพมาให้ดูว่าเป็นภาพจริงไหม บางภาพที่เป็นภาพปลอมก็จะส่งหนังสือไปแจ้งผู้ครอบครองว่าภาพนั้นเป็นภาพปลอม คุณจะต้องไปเคลียร์จัดการเอาเงินคืน โดยเรายืนยันว่าเราเป็นสถาบันจากพิพิธภัณฑ์บ้านดำ แต่ขณะเดียวกันก็มีภาพจริงโผล่ออกมาอยู่เป็นประจำ ตนจึงทำการตรวจเช็ก

นายดอยธิเบศร์ กล่าวว่า ตนเคยประกาศออกไปเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ว่า ไม่ขายรูปจะเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ หลังจากนั้นถ้าเกิดมีภาพหายออกไปหรือมีการซื้อขายหลังจากพ่อผมเสีย สันนิษฐานได้ว่าอาจเป็นภาพที่ไม่ถูกต้องหากมีที่มาที่ไป ทั้งนี้ก็มีคนส่งภาพมาให้ตนเช็กอยู่เรื่อยๆ ตนก็ดูแรกๆ ก็ไปเจอ 2-3 ภาพก่อนที่ตรงกับดาต้าเบสเรา ซึ่งได้ถ่ายภาพไว้เมื่อวันที่ 27-28 ก.ย. 2557 แต่มีภาพไปโผล่ปี 2560 ตนจึงมีข้อสงสัยว่ามีภาพออกมาได้อย่างไร และไม่ได้ออกมาเฉยๆ มีการซื้อและขาย

 ภาพ อ.ถวลัย์

นายดอยธิเบศร์ ดัชนี พร้อมด้วย นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

ตนจึงพยายามรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด รวมได้ประมาณ 10 กว่าภาพ จึงไปแจ้งความเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. จากนั้นผ่านมาครบ 1 ปี พอดี ป้าอ๊อดได้ไปฟ้องตนเรื่องขอแบ่ง ผู้ไกล่เกลี่ยจึงบอกว่าเอาอย่างนี้แล้วกันจะแบ่งแนวทางอย่างไร อีกฝั่งบอกว่าแบ่ง 50:50 หรือ 60:40 ระหว่างนั้นทนายฝ่ายตนจึงบอกว่าให้ทำบัญชีทรัพย์ใหม่ จึงได้โอกาสตรงนี้พาทนายและทีมของเรา ทนายฝั่งเขา ตากล้องทั้ง 2 ฝั่ง โดยมีตำรวจไปเป็นพยาน ก่อนเข้าไปถ่ายภาพใหม่ซึ่งจริงๆ แล้วภาพมีประมาณ 650 ภาพ ซึ่งวันนั้นถ่าย 1 ภาพมา 2 ครั้ง รวมมีภาพที่เก็บมากว่าพันภาพ ทำให้ทราบวันนั้นว่ามีภาพหายไป จำนวน 113 ภาพ ส่วนใหญ่เป็นภาพนก ซึ่งตรงกับข้อมูลที่ตนได้รับมาก่อนหน้านี้กับภาพ 10 กว่าภาพที่หายไป

นายดอยธิเบศร์ กล่าวอีกว่า จริงๆ เรื่องการแบ่งทรัพย์ยังไม่ถึงไหนเลย ยังไม่มีการตกลง ไม่มีการเคลียร์เป็นกิจลักษณะ ไม่มีการแบ่งเปอร์เซ็นว่าใครจะได้เท่าไหร่ เป็นเพียงแนวทางอีกฝ่ายว่าของ 60:40 ,50:50 แต่หลังจากที่ตนทราบว่าภาพถูกโจรกรรม ตนมีเจตนามี่จะไม่เจรจาแล้วให้ไปฟ้องในชั้นศาลเอาให้ไปต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งเป็นเรื่องของคดีแพ่ง ในส่วนของคดีอาญาที่ยังไม่คืบหน้า ตนจึงได้ติดต่อไปยังนายอัจฉริยะ ทางนายอัจฉริยะ เพื่อพาตนมาที่บช.น. จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่คดีนี้ถูกรื้อขึ้นมาใหม่ โดยทาง พล.ต.ท.ชาญเทพ ลงมาดูคดีนี้ด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ตนสามารถเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าวได้ แต่จริงๆ ตนไม่อยากเข้าไปมีปัญหา หรือเข้าไปวุ่นวาย เราก็อยู่ในส่วนของเรา เมื่อวาน 18 ก.ย. ที่ป้าอ๊อดแถลงว่าเรื่องภาพนี้ไม่ทราบไม่รู้ ยินดีให้พิสูจน์ แต่จริงๆ ตนทราบเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่มีพยานหลักฐาน ไม่มีพยานชี้ออกมาให้เห็น ซึ่งในข่าวชาวบ้านระแวกนั้นเป็นคนพูดเองซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับตนหรือป้าเลย

อย่างไรก็ตามตนไม่สามารถเข้าบ้านได้เนื่องจากป้าอ๊อดล็อกบ้านไว้ แต่หลังจากที่ได้เข้าไปเก็บภาพในบ้านเมื่อวันที่ 27-28 ก.ย. 2557 ซึ่งมีทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้ามาคอยดูแลอำนวยความสะดวก ก็ทำให้ได้ข้อมูลหลักฐานในส่วนนี้จึงได้ส่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ว่าภาพได้ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 27-28 ก.ย. 2557 จริง เพราะฉะนั้นภาพที่หลุดออกมาหลังจากนั้นเป็นภาพที่ผิดกฎหมายหมดเลย

พบเบาะแสมือฉกภาพ อ.ถวลัย์ ขายตลาดมืด

เมื่อถามว่า ภาพหายไปคิดว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง นายดอยธิเบศร์ กล่าวว่า ตนคิดว่าภาพหายไป ตนไม่ปักใจ เพราะตนยึดหลักของนิติวิทยาศาสตร์ เพราะการทำคดี เราไม่พูดถึงเรื่องอารมณ์ เราพูดถึงความถูกต้อง เราพูดถึงหลักฐาน เมื่อถามต่อว่าสงสัยตัวป้าอ๊อดหรือไม่ นายดอยธิเบศร์ กล่าวอีกว่า จริงๆ อยากให้รอทางผู้ใหญ่เป็นคนแถลงดีกว่า ตนมองว่าเรื่องตนนี้ตนไม่ปักใจ และไม่ฟันธงว่าใครเอาไป แต่เรามีพยานหลักฐานว่าเอาไปแล้วไปอยู่ที่ไหนอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ ตนมีเบาะแส 10 กว่าภาพ ว่าไปอยู่ในความครองครองใคร อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่ครอบครองภาพ

“ได้เตรียมการจัดการคนที่อยู่ในกระบวนการปลอมภาพ เนื่องจากมีภาพปลอมหลุดออกมาจำนวนมากแล้วนำมาขายในราคาแพง บางคนซื้อในราคาหลักล้านหลักแสน โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นภาพปลอม ซึ่งหลังจากที่คุณพ่อเสียก็ได้มีการพูดคุยกันว่าจะต้องมีใบเซอร์ให้เรียบร้อย ส่วนคนที่ครอบครองภาพโดยถูกกฎหมาย ไม่ต้องกลัว ตนจะมีใบรับรองจากพิพิธภัณฑ์ให้ หากคนที่ไม่มั่นใจให้ส่งเบาะแสมาให้เราจะทำการตรวจสอบเช็กจากข้อมูลให้ ซึ่งจะต้องขอปรึกษากับผบช.น.ก่อนว่าจะสามารถเปิดเผยทั้ง 113 ภาพ ได้หรือไม่” นายดอยธิเบศน์ กล่าว

ด้านนายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า เรื่องการแบ่ง 60:40 เป็นเรื่องเท็จทั้งนั้น แต่ตอนนี้ขอยังไม่พูดขอให้รอครั้งเดียวเลย ส่วนเรื่องพินัยกรรมนั้นต้องบอกว่าคดีนี้ไม่มีเรื่องพินัยกรรม คือเขาอ้างว่ามีการตกลงกันในศาลเมื่อปี 2557 ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง เพราะที่เขาทำมาไม่ใช่เรื่องของครอบครัว ไม่ใช่เรื่องของพินัยกรรม แต่เป็นเรื่องที่เราต่อสู้เรื่องของภาพวาดที่เป็นสมบัติของชาติในอนาคต ไม่ใช่เรื่องของการมาสู้เพื่อแบ่งทรัพย์สินหรือแบ่งมรดก แต่เป็นเรื่องการนำภาพไปขายในตลาดมืดจำนวน 113 ภาพ ซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่าใครเป็นคนเอาไปและใครรับภาพเหล่านั้นไปบ้าง ทั้งนี้ศาลชั้นต้น ศาลอุทรณ์ และศาลฎีการะบุออกมาแล้วว่าผู้จัดการมรดกคือ นายดอยธิเบศร์ และศาลไม่ได้รับรองว่าเขาเป็นภรรยา

 ภาพ อ.ถวลัย์

นายดอยธิเบศร์ ดัชนี อายุ 41 ปี

ต่อมาหลังจากเข้าพบ พล.ต.ท.ชาญเทพ นายดอยธิเบศร์ กล่าวว่า ความคืบหน้าของคดีภาพรวมเป็นในทิศทางที่ดี ส่วนการทำงานของตำรวจต้องเคารพในการทำงาน ส่วนการดำเนินคดีผู้ใดหรือยัง อยู่ระหว่างการดำเนินการเนื่องจากมีผู้เกี่ยวข้องค่อนข้างเยอะ ครั้งแรกได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจครั้งแรกมีข้อมูลเพียงแค่ 3 ภาพ แล้วขยายเพิ่มไป 7 ภาพ แล้วขยายออกมาเป็นทั้งหมด 12 ภาพ รูปภาพดังกล่าวทั้งหมด 12 รูปไปอยู่ที่ใครซื้อใครขายมีข้อมูลอยู่แล้ว จนกระทั่งตรวจสอบเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 61 ที่ผ่านมา จึงทราบว่าภาพที่หายทั้งหมด 113 ภาพที่หายไปจริงๆ จำนวน 650 ไฟล์ที่ได้มีการบันทึกภาพเอาไว้

“ส่วนในทางคดีนั้นอยู่ในดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่อัยการในขั้นตอนของการดำเนินคดีว่าจะดำเนินคดีกับใครบ้าง บางคนก็ไม่มีเจตนาประสงค์ร้ายแต่อย่างใด หากแต่ใครที่มีเจตนา ยกตัวอย่างกรณีมีรูปขายอยู่ในตลาดราคาหลายล้านบาท แต่ซื้อมาได้ในราคาเพียงไม่กี่แสนบาท กรณีดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตรวจสอบ ส่วนคนที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องมีทั้งหมด 12 ภาพ ส่วนใครซื้อได้ถูกต้องหรือไม่ถูกนั้นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ตรวจสอบ ส่วนกรณีของทรัพย์สินอื่นๆ นั้น ไม่มีทรัพย์สินอื่นๆ เกี่ยวข้องแต่อย่างใด ทั้งนี้ ทางตนยินดีที่จะเปิดบ้านดำเพื่อพาสื่อมวลชมเข้าชมและตรวจสอบได้ เพราะถือว่าตนมี 2 สถานะเป็นทั้งทายาทและผู้จัดการมรดกจะดูแลทรัพย์สินทั้งหมดให้ดีที่สุด” ลูกชาย อ.ถวัลย์ กล่าว

ด้านนายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ทางพนักงานอัยการให้งดการสอบสวนนั้น เนื่องจากได้คุยกับทางอัยการแล้วว่า ทางพนักงานอัยการให้หาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ในขณะนั้นทางเราได้ตรวจสอบพบเพียงแค่ 3 ภาพ แล้วยังไม่ได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเป็นผู้พิสูจน์ ขณะนี้เราก็ได้มีการส่งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานทำการตรวจสอบทั้งหมดแล้ว 650 ไฟล์ภาพ ทางพนักงานอัยการก็ทราบแล้วว่าทางเรามีพยานหลักฐานใหม่แล้ว จึงให้มีการดำเนินการสืบสวนสอบสวนได้ อย่างไรก็ตาม นายดอยธิเบศร์ ดำเนินการตามศาลสั่ง หากไม่ติดตามหาคืนก็จะมีความผิดทางอาญาหากมีคนมาร้อง เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวทำในฐานะผู้จัดการมรดก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ พบเบาะแสมือฉกภาพ อ.ถวลัย์ ขายตลาดมืด ลูกชายเผยหลังพ่อเสีย 9 วัน โดนป้าอ๊อดฟ้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง