ชาวสวนยางน้ำตาตก ราคาฮวบ 3 โล 100 ลูกหลานก็ต้องส่ง ไม่มีปัญญาจ่ายหนี้แล้ว

ชาวสวนยางน้ำตาตก ราคาฮวบ 3 โล 100 ลูกหลานก็ต้องส่ง ไม่มีปัญญาจ่ายหนี้แล้ว

31 ต.ค. ที่จังหวัดตรัง ขณะนี้เกษตรกรชาวสวนยางพารากำลังประสบปัญหาได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก สาเหตุมาจากราคายางพารา ทั้งน้ำยางสด และยางแผ่น มีราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่อง จนกระทั้งถึงจุดดิ่งเหว ขายได้ในราคาประมาณ 3กิโลกรัม ต่อ 100 บาท เท่านั้น

แม้ว่าจะมีการเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าช่วยเหลือ แต่เกษตรกรชาวสวนยางพาราก็ยังคงได้รับความเดือดร้อนโดยเฉพาะบริเวณรับซื้อน้ำยางสด ริมถนนสายตรัง – กันตัง บ้านบางหมากน้อย หมู่ที่ 6 ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง ชาวสวนยางเริ่มกรีดยางน้อยลง ทั้งจากสาเหตุราคาตกต่ำ และฝนตกบ่อยครั้ง

โดยขณะนี้น้ำยางสดเหลือราคากิโลกรัมละ 33 – 35 บาท ต่างก็บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ทุกรายเดือดร้อนอย่างหนักจากราคาที่ตกต่ำมายาวนานมากที่สุดในรอบนับปี และมีแนวโน้มราคาจะลดต่ำลงเรื่อยๆ ทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอรายจ่าย โดยรายได้หดหายไปประมาณ 70 – 80 % ของแต่ละวัน ส่วนใหญ่เป็นหนี้สินทั้งหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ ทำให้เดือดร้อนเป็นอย่างมาก

นายประสิทธิ์ อะโข อายุ 46 ปี ชาวสวนยาง ต.บางหมาก กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือให้ได้ที่ราคากิโลกรัมละ 50 – 60 บาท ชาวสวนก็สามารถอยู่ได้ แต่ขณะนี้ทุกคนเดือดร้อนหมด

ขณะที่นายธรรมดีศักดิ์ อั้นเต้ง อายุ 39 ปี พ่อค้ารับซื้อน้ำยางสด กล่าวว่า ในช่วงตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – กุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงฤดูกรีดยางพารง วอนขอให้รัฐบาลช่วยเหลือในการประกันราคาน้ำยางสดให้ได้ที่กิโลกรัมละ 50 บาท จะไม่เรียกร้องราคา 60 – 70 บาท

แต่ขอให้ช่วยประกันราคาที่กิโลกรัมละ 50 บาท ชาวสวนยางก็สามารถอยู่รอดได้

ด้านนางนงเยาว์ ด้วงแก้ว อายุ 60 ปี ชาวสวนยาง ต.ละมอ อ.นาโยง กล่าวว่า ขณะนี้ตนเองและชาวบ้านทุกคนเดือดร้อนหนักจากฝนตกกรีดยางพาราไม่ได้ และราคายางตกต่ำ แต่ละคนมีรายได้ไม่พอรายจ่ายในครัวเรือน ลูกหลานไม่มีเงินไปเรียนหนังสือ แต่ละคนต้องกู้หนี้ยืมสินมาใช้จ่าย รวมทั้งหนี้ ธกส.ก็ไม่มีปัญญาจ่าย

ขณะที่สินค้าค่าครองชีพแพงทุกประเภท ต่างได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยที่รัฐบาลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องยางพารา ไม่เคยเหลียวแลแก้ปัญหาความเดือดร้อนช่วยเหลือชาวสวน เพราะปัญหาราคายางตกต่ำมีมาโดยตลอด และไม่เคยมีใครออกมาพูดถึง วอนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบและรัฐบาลช่วยเหลือให้ได้ในราคาที่ยืนอยู่ที่กิโลกรัมละ 50-60 บาท ก็จะสามารช่วยเหลือเกษตรกรให้พออยู่รอดได้

บทความก่อนหน้านี้เกาะเสม็ด เอาจริง ประกาศเลิกใช้ถุงพลาสติกบนเกาะ เตือนนักท่องเที่ยวพกถุงผ้า
บทความถัดไปแม่สุดบอบช้ำ! พ่อเลี้ยงหื่น ข่มขืนลูกพิการ ยันเอาผิดถึงที่สุด ส่งฝากขังวันนี้