แม่ม่ายร้อง! ผัวถูกรถชนดับ คู่กรณีปัดรับผิดชอบ ซ้ำท้าอยากได้ให้ไปฟ้องศาลเอง

แม่ม่าย ร้องสื่อหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม ปมสามีถูกชายวัย 60 ปี ขับรถชนขณะข้ามถนนจนเสียชีวิต เผยคู่กรณีปัดช่วยเหลือ ถ้าอยากได้ให้ไปฟ้องศาล แถมบอกว่า ลูกเคยขับรถชนคนตายคุกก็ไม่ต้องติด เงินก็ไม่เสียสักบาก

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 29 พ.ย. นางธนภร ก้านขาว อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 75 ม.2 ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี มีลูกชายวัย 4 ขวบ ร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าวว่า เกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมกรณี นายศราวุฒิ หรือ เอี่ยว ก้านขาว อายุ 33 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือนายเอี่ยว ซึ่งเป็นสามี ถูกรถเก๋งชนเสียชีวิตขณะกำลังข้ามถนน เมื่อเวลา 22.00 น.ของวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา บริเวณเชิงสะพานคลองสระ ถ.สามโคก-เสนา ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี โดยผู้ก่อเหตุปฏิเสธการช่วยเหลือเยียวยา ถ้าอยากได้ให้ไปฟ้องร้องเอาเอง

นางธนภร กล่าวว่า หลังจากที่ทราบว่าสามีถูกรถเก๋งชนจึงรีบไปดูที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังช่วยกันปั๊มหัวใจของสามีซึ่งนอนอยู่กับพื้นถนนแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ โดยมีเพื่อนได้ขับรถจักรยานยนต์ตามผู้ก่อเหตุจนพบว่ารถเก๋งที่ชนไม่สามารถขับต่อไปได้ และทราบชื่อคนขับรถผู้ก่อเหตุคือ นายถาวร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี จึงรีบมาดูศพ และบอกกับญาติว่ายินดีรับผิดชอบ โดยได้ไปให้ปากคำกับ ร.ต.อ.วรภัค ศุภสวัสดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.สามโคก ซึ่งจะเยียวยาให้ญาติผู้เสียชีวิตหลังจบงานศพแล้ว

“สามีเป็นคนดีมีน้ำใจ พบเห็นใครที่ลำบากเขาจะเข้าไปช่วยเหลือตลอด มีอัธยาศัยดีใครที่รู้จักจะรักเขาทุกคน โดยงานสวดอภิธรรมศพมีคนมาร่วมเยอะมาก ครั้งมีชีวิตเมื่อมีงานบุญใกล้บ้านเขามักจะพาครอบครัวไปเปิดโรงทานทำบุญให้กับประชาชนที่มาทำบุญตามวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะเปิดร้านให้ทานฟรีในวันพ่อของทุกปี ก็ไม่เข้าใจว่าผู้ที่ก่อเหตุกลับไม่มีจิตสำนึกในความรับผิดชอบชั่วดี เป็นผู้กระทำให้มีคนตายเกิดขึ้น 1 คน แต่ไร้สำนึก ขนาดงานศพเขาไม่คิดที่จะมาเองด้วยใจ” นางธนภร กล่าว

นางธนภร กล่าวต่อว่า ซึ่งต้องให้กำนันผู้ใหญ่บ้านช่วยกันโทรศัพท์ตาม โดยเขาบอกว่ากลัวว่าทางญาติของสามีจะรุมประชาทัณฑ์ ซึ่งทางญาติไม่มีใครคิดแบบนั้นเลย หากคิดจะรุมทำร้ายก็คงจะทำตั้งแต่คืนวันที่เกิดเหตุแล้ว เพราะว่าผู้ก่อเหตุมีความตั้งใจที่จะหนีจริงๆ แต่มีเพื่อนขับรถจักรยานยนต์ตามไป ประกอบกับรถเก๋งไม่สามารถขับต่อไปได้ จึงจำนนต่อหลักฐานในครั้งแรก ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วคงไม่อยู่ในเหตุการณ์แน่นอน

นางธนภร กล่าวอีกว่า หลังจากที่ตนเผาศพสามีไปเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้นัดไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเยียวยา โดยผู้ก่อเหตุได้ปฏิเสธให้การช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น โดยให้ไปฟ้องเอาที่ศาล เงินไม่มีจ่าย และไม่ยอมทำให้ลูกและภรรยาตัวเองลำบาก ทั้งๆ ที่ลูกของผู้ก่อเหตุก็โตกันหมดแล้ว ซึ่งก็ต่างกับตนที่จะต้องเลี้ยงดูลูกชายวัยแค่ 4 ขวบ หลังจากที่เสาหลักของครอบครัวต้องจากไป

“ซึ่งผู้ก่อเหตุได้พูดเปรยๆ บอกกับญาติเราว่า ลูกชายของเขาได้ขับรถชนคนตายครั้งหนึ่ง คุกก็ไม่ต้องติด เงินก็ไม่ต้องเสียสักบาท ทำไมครั้งนี้ต้องมาเสียเงินด้วย ศาลเห็นใจคู่กรณีสามารถผ่อนจ่ายได้ จึงต้องร้องต่อสื่อกลัวว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรมกับคดีความที่เกิดขึ้น” นางธนภร กล่าว

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง ร.ต.อ.วรภัค ศุภสวัสดิ์ พนักงานสอบสวน สภ.สามโคก กล่าวว่า คดีดังกล่าว ได้ดำเนินคดีตามกฎหมายและให้ความยุติธรรมกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งผู้ก่อเหตุคือ นายถาวรในส่วนของเหตุการณ์ขับรถชนคนเสียชีวิตได้ดำเนินคดีอาญากับคนขับรถ และได้ส่งสำนวนคดีไปศาลแล้ว ส่วนการเยียวยาและการเรียกร้องจากทางญาติผู้เสียหายเป็นคดีแพ่ง ซึ่งพนักงานสอบสวนจะได้เตรียมรวบรวมข้อมูลที่จะส่งเป็นสำนวนให้ศาลพิจารณาต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ไม่จบ!! ไฮโซหนุ่มโต้กลับ มาเลือกแบรนด์เนมถึงคอนโด ไอซ์ โพสต์รัวๆ โชว์หลักฐาน!
บทความถัดไป‘ยุทธพงศ์’ แฉ อดีต รมต.เพื่อไทย ย้ายซบพลังประชารัฐ ‘ลืมคุณข้าวแดงแกงร้อน!’