แม่ทรุด! ลูกสาววัย 17 ป่วย สมองอักเสบ จากภูมิคุ้มกัน จนเปลี่ยนเป็นคนละคน จากเด็กเรียบร้อย เรียนดี กลายเป็นก้าวร้าว เหม่อลอย รายได้ไม่พอค่ารักษา โชคยังดีได้เงินกองทุนสงเคราะห์คนยากจน ในสมเด็จพระเทพฯ ของ รพ.ร้อยเอ็ด หมอเผยทั่วโลกเป็นปีละ 100 คน ตอนนี้ป่วยแล้วกว่า 500 คน
สมองอักเสบ วันที่ 4 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลร้อยเอ็ดว่า มีคนไข้ชื่อ น.ส.ฐนิชา วารีญาติ อายุ 17 ปี เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนพระกุมารร้อยเอ็ด ป่วยหนักด้วยโรคสมองอักเสบจากภูมิคุ้มกัน ไร้เงินรักษา วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ จึงรุดไปที่ห้องไอซียูหอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจและหลอดเลือด หอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลร้อยเอ็ด
พบ นพ.ชลวิทย์ หลาวทอง ผอ.รพ.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วย พญ.ญาดา ศรีธำรงสวัสดิ์ แพทย์ด้านสมองและระบบประสาทของ รพ.ร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด โดยมี น.ส.ณัฐฐ์นิชา ศรลี อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 บ้านหนองคัน หมู่ 7 ต.โนนรัง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ผู้เป็นแม่ และนายพนม เวียงนนท์ พ่อเลี้ยง เฝ้าดูด้วยความเป็นห่วง
น.ส.ณัฐฐ์นิชา เปิดเผยว่า ผู้ป่วยเป็นลูกสาวที่ได้กับสามีคนแรกที่เลิกร้างกันไปตั้งแต่ลูกสาวยังเล็กอยู่ โดยพักอาศัยอยู่กับยาย ตนได้ส่งเสียลูกเรียนหนังสือถึงปัจจุบันอยู่ชั้น ม.6 เป็นนักเรียนเรียนดี เป็นนักดนตรีของโรงเรียนและเป็นนักเรียนกิจกรรมมีความประพฤติดี ได้รับการยกย่องจากครู และโรงเรียน
แต่เมื่อกลางเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ลูกสาวมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป พูดไม่เพราะ นอนมาก เหม่อลอย หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ พูดจาสับสน เหม่อลอย ตาแข็ง ดิ้น กรีดร้อง โวยวาย กัดปากตัวเอง จึงพาเข้ารักษาที่ รพ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นเวลา 1 คืน ได้รับการเอ็กซเรย์ไม่พบความผิดปกติ ตนพร้อมญาติจึงปฏิเสธการรักษา เพื่อขอนำไปปรึกษาทางไสยศาสตร์ วันแรกที่วัดบ้านเมืองน้อย ต.เมืองน้อย อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา
แต่อาการไม่ดีขึ้น มีแต่ทรุดลง จึงนำไปปรึกษาที่วัดบ้านโนนสั้น ต.โนนรัง อ.เมืองร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 19 พ.ย. แต่อาการกลับแย่ลง ดังนั้นเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา จึงนำเขารักษาใน รพ.เอกชนแห่งหนึ่งใน จ.ร้อยเอ็ด เป็นเวลา 3 วัน อาการไม่ดีขึ้น และค่ารักษาแพงมาก จึงทำให้ครอบครัวของตนเดือดร้อยเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่มีเงินรักษา จึงย้ายกลับเข้ารักษาที่ รพ.ร้อยเอ็ด ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยใช้สิทธิบัตรทองของตน แต่มีสิทธิใช้รักษาได้เพียง 8,000 บาท ตนจึงประกาศขอรับความเมตตาจากผู้ใจบุญทั่วไป เพื่อนำเงินไปรักษาลูกสาว
ด้าน พญ.ญาดา กล่าวว่า ทันทีที่ผู้ป่วยถึง รพ.ร้อยเอ็ด ได้ปรึกษาคณะแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาท มีการส่งตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง ส่งตรวจสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และให้การวินิจฉัยและรักษาเบื้องต้นแบบ โรคสมองอักเสบจากภูมิคุ้มกัน (NMDA encephalitis) ระหว่างรอผลเลือดยืนยัน ที่ส่งตรวจสถาบันประสาท ซึ่งรักษาโรคในกลุ่มนี้ ในขั้นตอนแรกจะเป็นการรักษาด้วยยา Methylprednisolone เป็นเวลา 7 วัน หลังจากนั้นอาการยังคงที่ ไม่วุ่นวาย แต่ยังไม่ได้สติ
ประกอบกับผลเลือดที่ส่งตรวจ NMDA antibody ให้ผลเป็นบวก จึงแนะนำการรักษาลำดับถัดมา ที่มีหลักฐานทางวิชาการรับรองในปัจจุบัน คือ การล้างเลือด (plasmapheresis) จำนวน 5 ครั้ง โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. จากการตรวจสอบทางวิชาการพบว่า โรคนี้มีผู้เป็นทั่วโลกปีละ 100 คน เป็นเวลา 5 ปีมาแล้ว พบผู้ป่วยโรคนี้ รวม 500 คน สำหรับ น.ส.ฐนิชา อาจต้องใช้เวลารักษาเป็นเวลากว่า 1 ปี จึงจะทราบผล
ขณะที่ นพ.ชลวิทย์ กล่าวว่า รพ.ร้อยเอ็ด ทราบว่าผู้ป่วยมีฐานะลำบาก แต่ รพ.ร้อยเอ็ด จะรักษาอย่างสุดความสามารถ เพื่อเป็นกรณีศึกษา ถึงแม้ค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่ รพ.ร้อยเอ็ด ขออนุญาตใช้เงินกองทุนสงเคราะห์คนยากจน ในสมเด็จพระเทพฯ ของ รพ.ร้อยเอ็ด ซึ่งมีผู้ใจบุญบริจาคให้ ตามบัญชีเลขที่ 411-1-60663-6 ธนาคารกรุงไทย ชื่อกองทุนสงเคราะห์คนยากจนในสมเด็จพระเทพฯ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ดังนั้นท่านใดต้องการจะให้ช่วยเหลือและร่วมทำบุญ ขอเชิญบริจาคได้ที่กองทุนดังกล่าว หรือ เลขบัญชี 728-1-03869-1 ธ.กรุงศรีอยุธยา สาขาโรบินสัน ร้อยเอ็ด ชื่อบัญชี พนม เวียงนนท์ จะขอบคุณยิ่ง
ด้าน น.ส.ณัฐฐ์นิชา และนายพนม กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ขอบคุณผู้บริจาคเงินช่วยเหลือเบื้องต้นที่ผ่านมา ขอบคุณสื่อมวลชน โดยเฉพาะโรงพยาบาลร้อยเอ็ดที่ให้การรักษาเป็นอย่างดี