แจ้งข้อหา ตร.ยิงเก๋งแหกด่าน กระสุนทะลุปอด หนุ่มดับ 2 ศพ พ่อเผยยังไม่เคย มาขอขมาศพ
ตร.ยิงเก๋งแหกด่าน – จากกรณี 2 วัยรุ่นชาย ประสบอุบัติเหตุรถพุ่งชนต้นไม้เสียชีวิต ที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี หลังการชันสูตรศพพบหัวกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. ในร่างของคนขับ โดยทั้ง 2 ราย ขับรถหนีด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ และถูกเจ้าหน้าที่ไล่ติดตามมา จากนั้นคนขับได้ถอยรถชนเจ้าหน้าที่ จึงใช้ปืนยิงสกัดแล้วขับหนีจนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต โดยญาติของผู้ตายลั่นจะดำเนินคดีเจ้าหน้าที่คนยิงให้ถึงที่สุด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่ผ่านมา
คืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ร.ต.อ.ชัชวาล จิตจักร พนักงานสอบสวน สภ.วารินชำราบ เจ้าของคดีได้เรียกตัว ส.ต.ท.วัชรวิชญ์ บุญเดช ผบ.หมู่งานปราบปรามปฏิบัติหน้าที่งานจราจร สภ.วารินชำราบ เข้ามารับทราบข้อหากระทำโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามพยานหลักฐานในคืนวันเกิดเหตุ ส.ต.ท.วัชรวิชญ์ เป็นผู้ใช้อาวุธปืนพกประจำกายยิงเข้าใส่รถของผู้เสียชีวิต
สำหรับการสอบสวนดำเนินคดี ขณะนี้กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนลงไปร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวนของ สภ.วารินชำราบ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใสของรูปคดี พร้อมจะเชิญครอบครัวของผู้เสียชีวิตเข้าร่วมด้วย เพื่อความสบายใจของฝ่ายผู้เสียชีวิตในกรณีที่เกิดขึ้น
ด้าน พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ศิริพัฒน์ธนภาค ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ตนกำชับด่านตรวจทุกด่าน ให้ระมัดระวังการปฎิบัติหน้าที่ หากพบการกระทำความผิดในการหลบหนีด่าน ให้ใช้เทคโนโลยีในการติดตามจับกุม เช่นติดตั้งกล้อง CCTV ประจำด่าน เพื่อบันทึกภาพและติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีในภายหลัง ไม่ให้ไล่ติดตามแบบเอาเป็นเอาตาย
“เพราะจะมีผลเสียไม่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ก็มีผลเสียกับประชาชน ด้านคดีที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ให้ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการเข้ามาสอบสวนข้อเท็จจริงร่วมอีก 1 คณะ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายด้วย” พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ กล่าว
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
![]()
ด้าน นายธนูศิลป์ อาทิเวช อายุ 50 ปี พ่อของ นายธนากร หรือทีช อาทิเวช อายุ 20 ปี ที่พบหัวกระสุนทะลุมาโดนปอด กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุ ยังไม่เคยพบหน้า ส.ต.ท.วัชรวิชญ์ มีแต่คุณพ่อและคุณแม่ของ ส.ต.ท.วัชรวิชญ์ มาร่วมงานศพและแสดงความเสียความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายธนูศิลป์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตนเริ่มรู้สึกสบายใจขึ้น เมื่อทราบว่าพบตัวผู้ที่กระทำผิด และเข้ามารับทราบข้อหาตามที่ได้ทำไป ไม่คลุมเครือเหมือนช่วง 2-3 วันที่ผ่าน เพราะไม่ทราบว่า ลูกชายและเพื่อนของเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือจากอะไรกันแน่
” สำหรับการดำเนินคดีก็ต้องการให้มีคณะกรรมการฝ่ายอื่นเข้ามาร่วมสอบสวนด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งหลังเสร็จงานศพก็จะหารือกับครอบครัวของน้องเจมส์ นายพัทธดนย์ มหานิล อายุ 20 ปี เพื่อนของลูกชายที่เสียชีวิตด้วยกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อในช่วงหลังปีใหม่” นายธนูศิลป์ กล่าว
สามารถรับชมวิดีโอข่าวอื่นๆได้ที่ Khaosod TV / www.youtube.com/KhaosodTV