ซับซ้อนกว่าที่คิด! แฟนสาว-พี่ เล่าปมแค้นค้อนทุบฆ่าเสี่ยโฮมสเตย์ ไม่ใช่ชิงทรัพย์

คุมตัวแฟนสาว-พี่ชาย ทำแผน ค้อนทุบหัว ฆ่าเจ้าของโฮมสเตย์ ครอบครัวผู้ตายฮือประชาทัณฑ์ เปิดปากสารภาพ แค้นผู้ตาย ทุบตี-ปืนจ่อหัวขู่น้องสาว หาว่าไปทำแท้งลูกที่เกิดขึ้นมากับผู้ตาย ปัดฆ่าชิงทรัพย์

จากกรณีคนร้ายบุกใช้ค้อนทุบหัว นายสิงห์เดช หรือ เปา โพธิโชติ อายุ 41 ปี เจ้าของโฮมสเตย์แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ม.2 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี โดยพบค้อนตอกตะปู ไม่มีด้าม วางอยู่ใต้หมอนบนที่นอนซึ่งมีคราบเลือดติดอยู่ กระทั่ง ตำรวจ สภ.เมืองจันทบุรี สามารถติดตามจับกุมตัว น.ส.โบว์ หรือ น.ส.จุฑามาศ ชุมอภัย อายุ 26 ปี แฟนสาวผู้ตาย เพิ่งคบหากันได้ 3-4 เดือน และ นายศราวุธ ชุ่มอภัย อายุ 35 ปี ผู้ลงมือฆ่า โดยสารภาพว่า เพื่อชิงเงินสดเกือบแสนบาท ตามที่เสนข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 ม.ค. ที่โฮมสเตย์ที่เกิดเหตุ ในต.หนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เสน่ห์ จรรยาสถิต รอง ผบก. ภ.จว.จันทบุรี และ พ.ต.อ.ธนเสฏฐ์ อาจวารินทร์ ผกก.สภ.เมืองจันทบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่กู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี กว่า 100 นาย คุมเข้มรักษาความปลอดภัยป้องกันเหตุการณ์รุนแรง

ขณะควบคุมตัว นายศราวุธ ชุ่มอภัย อายุ 35 ปี และ น.ส.จุฑามาศ ชุ่มอภัย อายุ 26 ปี สองพี่น้องผู้ต้องหาในคดี ร่วมกันฆ่า นายสิงห์เดช โพธิโชติ อายุ 41 ปี เจ้าของโฮมสเตย์ โดยการใช้ค้อนทุบศีรษะจนเสียชีวิตคาห้องพัก เพื่อชิงทรัพย์ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีบรรดาญาติพี่น้อง ตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่จำนวนหลายร้อยคน มาร่วมสังเกตการณ์

โดยขณะที่ตำรวจคุมตัวสองพี่น้องลงจากรถตู้ เดินเข้ามาภายในโฮมสเตย์ ได้มีญาติพี่น้องของนายสิงห์เดชที่อยู่ในอารมณ์โกรธแค้น ได้ฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่ ตรงเข้ามาทำร้าย นายศราวุธ และ น.ส.จุฑามาศ สองผู้ต้องหา ก่อนจะถูกกันตัวออกไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวสองพี่น้อง เข้ามาชี้จุดลงมือฆ่าเจ้าของโฮมสเตย์ ภายในห้องพักที่เกิดเหตุ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาทั้งสองคน ได้จุดธูปขอขมาอโหสิกรรมดวงวิญญาณผู้ตาย ภายในห้องที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งลำดับขั้นตอนการลงมือ ตั้งแต่การหยิบค้อนที่วางอยู่หน้าห้องน้ำ มากระหน่ำตีผู้ตายที่นอนหลับอยู่บนที่นอนจนเสียชีวิต ก่อนหยิบเอาเงินสดและสร้อยคอทองคำ 1 เส้น พระเลี่ยมทอง 3 องค์ และเงินสด 116,150 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินของผู้ตาย และพากันเดินออกมาจากห้องและขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปพร้อมกัน

จากนั้น ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา มาชี้จุดที่จอดรถจักรยานยนต์ไว้ที่หน้าโฮมสเตย์ พร้อมกับนำชี้ทิศทางที่ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ซึ่งตลอดเวลาลำดับการคุมตัวผู้ต้องหาทำแผน ยังคงมีญาติผู้เสียชีวิตคอยฝ่าวงล้อม หวังตรงเข้ามาประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา ตลอดเส้นทาง แต่ถูกกำลังเจ้าหน้าที่ กันตัวไว้ได้ก่อน หลังเสร็จสิ้นการทำแผนจึงรีบนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถตู้และนำตัวฝากขังศาลจังหวัดจันทบุรีทันที

ซึ่งก่อนที่จะนำตัว นายศราวุธ ขึ้นรถนั้น เปิดเผยถึงสาเหตุที่ลงมือฆ่า นายสิงห์เดช ว่าทั้งหมดมาจากความแค้น ที่รู้ว่า นายสิงห์เดช เคยลงมือทำร้ายทุบตี น.ส.จุฑามาศ ซึ่งเป็นน้องสาวตนเอง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แถมยังเอาปืนจ่อหัวขู่ซ้ำ กล่าวหาว่า น.ส.จุฑามาศ แอบไปทำแท้งลูกที่เกิดกับ นายสิงห์เดช โดยไม่ได้ประสงค์ต่อทรัพย์สิน ที่น.ส.จุฑามาศหยิบติดมือมาหลังก่อเหตุ โดยคิดว่าทรัพย์สินจำนวนดังกล่าวเป็นของน้องสาว

ด้าน พ.ต.ท.ธัญญพัทร บุญสุข รอง ผกก.สส.สภ.เมืองจันทบุรี เปิดเผยว่า จากพฤติการณ์ก่อเหตุและการจับกุมผู้ต้องหา สืบเนื่องจากหลังเกิดเหตุ ทีมสืบสวนได้สอบปากคำพยานแวดล้อม มาประกอบกับข้อมูลจากภาพวงจรปิด พบว่า น.ส.จุฑามาศ ซึ่งเป็นแฟนสาวผู้ตาย และพบเห็นอยู่ด้วยกับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงได้เชิญตัวมาสอบปากคำ จน น.ส.จุฑามาศ ยอมเปิดปากรับสารภาพว่า ร่วมกับ นายศราวุธ ลงมือฆ่า นายสิงห์เดช

ต่อมาทีมสืบสวนได้ติดตามแกะรอย จนทราบว่า นายศราวุธ เพิ่งจะมาสมัครทำงานที่บริษัทขนมปังแห่งหนึ่ง ในตลาดใหม่เขาไร่ยา ต.ท่าช้าง จึงได้นำกำลังไปซุ่มรอ จนสามารถจับกุมตัวได้สำเร็จ ก่อนนำตัวมาสอบสวนเบื้องต้น จากนั้น ได้คุมตัวไปเก็บวัตถุพยานทั้งเสื้อที่ใส่ในวันก่อเหตุ พร้อมติดตามทรัพย์สินที่หยิบมาจากห้องพักผู้ตาย

ซึ่งประกอบด้วย อาวุธปืนพกสั้น ซิกซาวเวอร์ รุ่น P938 จำนวน 1 กระบอก, เงินสด 116,150 บาท, พระเลี่ยมทอง 3 องค์, สร้อยโกเมน 1 เส้น, รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1กค9230 จันทบุรี, รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีดำ ทะเบียน 1กค8944 จันทบุรี และรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีบรอนซ์ ทะเบียน กง7552 จันทบุรี

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองคน รับสารภาพว่า ร่วมกันลงมือฆ่านายสิงห์เดช เจริง แต่ทำไปเพราะความแค้นส่วนตัว ไม่ได้เจตนาเพื่อชิงทรัพย์ แต่ด้วยจำนนต่อหลักฐาน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหานายศราวุธ และน.ส.จุฑามาศ ในข้อหา ร่วมกันชิงทรัพย์ ในเวลากลางคืน ในเคหะสถานเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

บทความก่อนหน้านี้วันเด็กแห่งชาติปีนี้ มีความสนุกและรอยยิ้ม …รออยู่ที่โรงพยาบาลธนบุรี
บทความถัดไปเปิดเบื้องหลัง ผ่าท้อง ผีใบข้าว ในไทบ้าน 2.2 ปูเรื่องทำหนังสัปเหร่อ (คลิป)