เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีลุงวัย 65 ปีและครอบครัว นำไม้เก่าจากหัวไร่ปลายนาและเศษไม้เหลือใช้จากโรงงานเฟอร์นิเจอร์มาประดิษฐ์กระดิ่งคล้องคอวัว ควาย ขายเป็นของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวที่นิยมอนุรักษ์ของเก่าโบราณ โดยไม่ได้หวังผลกำไรอะไรมากมาย เพียงแต่ต้องการสืบสานภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไม่ให้เลือนหายไป
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านสนวนนอก หมู่ 2 ต.สนวน อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ พบคุณลุงพนม กล้าหาญ อายุ 65 ปีพร้อมครอบครัวกำลังนำเศษไม้มาประดิษฐ์เป็นกระดิ่งไม้ใช้คล้องคอวัว ควาย โดยอุปกรณ์ที่ใช้มีเพียงเศษไม้เก่าที่นำมาผ่าตกแต่งให้ได้รูปทรงและขนาดตามที่ต้องการ จากนั้นใช้เหล็กแหลมที่ผ่านการเผาไฟเจาะรูเพื่อใช้สำหรับร้อยเชือก ก่อนนำลูกกระพรวนร้อยไว้ด้านใน แล้วใช้กระดาษทรายขัดตกแต่งเก็บรายละเอียดให้เรียบเนียนสวยงาม ซึ่งทุกขั้นตอนตอนทำด้วยมือทั้งหมด
ลุงพนม เปิดเผยว่า หากพูดถึงกระดิ่งคล้องคอวัวควายในอดีตเกษตรกรไทยจะใช้สำหรับคล้องคอวัวหรือควายไว้ เพื่อให้ง่ายต่อการติดตามหาเวลานำไปปล่อยเลี้ยงไว้ตามทุ่งนาหรือป่า ซึ่งปัจจุบันจะไม่ค่อยมีปรากฏให้เห็นแล้ว ตนจึงนำเศษไม้เก่าจากหัวไร่ปลายนาและเศษไม้ที่เหลือทิ้งจากโรงงานเฟอร์นิเจอร์ใกล้บ้าน มาประดิษฐ์เป็นกระดิ่งคล้องคอวัว ควาย เพื่อต้องการอนุรักษ์และสืบสานอุปกรณ์ที่เคยใช้ในวิถีชีวิตพื้นบ้านดั้งเดิม มาประยุกต์ให้เป็นของฝาก ของที่ระลึกสามารถนำไปแขวนโชว์ตามบ้านได้แม้จะไม่ได้เลี้ยงวัว ควายก็ตาม เนื่องจากกระดิ่งไม้เมื่อมีลมพัดแกว่งไปมาจะมีเสียงไพเราะ แต่ละชิ้นก็จะเสียงดังแตกต่างกันไป
“การประดิษฐ์กระดิ่งไม้ให้เป็นของที่ระลึก ไม่ได้หวังว่าจะมีรายได้มากมายอะไร แค่ต้องการจะอนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไม่ให้สูญหาย ปัจจุบันจะไม่ค่อยมีใครทำแล้ว แต่หากมีนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ชื่นชอบนิยมอนุรักษ์ของเก่าโบราณจริงๆ มาขอซื้อตนก็ยินดีขายให้โดยกระดิ่งคู่เล็กจะขายในราคาคู่ละ 300 บาท คู่ใหญ่ 500 บาท ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติซึ่งเดินทางมาเที่ยวในหมู่บ้านขอซื้อไปเป็นของที่ระลึกแม้จะขายได้ไม่กี่คู่ แต่ก็ภูมิใจที่ได้อนุรักษ์ของเก่าโบราณ ผมยังมีกระดิ่งเก่าแก่อายุร่วม 100 ปีอยู่ 1 คู่ซึ่งเคยใช้คล้องคอวัวควายที่ครอบครัวเลี้ยงไว้ มีคนมาขอซื้อคู่ละ 5,000 บาท แต่ผมไม่ขายเพราะตั้งใจจะอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลาน ต่อไปในอนาคตอาจจะไม่มีให้เห็นอีกแล้ว” ลุงพนม เผย


