เร่งพิสูจน์ดีเอ็นเอ-ตรวจปลอกกระสุน หาหลักฐานคนร้าย ยิงพระมรณภาพ

ยิงพระมรณภาพ

เจ้าหน้าที่เร่งตรวจดีเอ็นเอ ปลอกกระสุนจากปืนที่คนร้ายใช้ยิงพระสงฆ์ 2 รูป มรณภาพ ก่อนขอศาลอนุมัติหมายจับ คาดใช้เวลาไม่นานจะรู้ว่ายิงมาจากปืนกระบอกไหน คาดคนร้ายหลบซ่อนตัวแถวตะเข็บชายแดนฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

ยิงพระมรณภาพ / เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีคนร้ายแต่งกายชุดดำ บุกยิงป้อมชรบ. หน้าวัดโคกโก ม.2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส และเข้าไปบุกยิงกุฏิภายในวัด ส่งผลให้เจ้าอาวาสและพระลูกวัดมรณภาพ 2 รูป และบาดเจ็บ 2 รูป ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดทราบเบาะแสของกลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงรอผลยืนยันจากการตรวจปลอกกระสุนปืนที่ใช้ก่อเหตุว่า ตรงกับชนิดปืนกระบอกใดบ้าง รวมทั้งรอยืนยันผลตรวจดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุมาประกอบสำนวนส่งศาลขออนุญาตออกหมายจับผู้ก่อเหตุ ตามเจ้าหน้าที่มีหลักฐานพยานยืนยันตรงกันว่าเป็นผู้ร่วมในการก่อเหตุ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

ทั้งนี้ ในการออกติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุ โดยเฉพาะเหตุลอบทำร้ายพระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดีและเป็นเจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส มรณภาพพร้อมพระลูกวัดรวม 2 รูป และมีพระลูกวัดได้รับบาดเจ็บ 2 รูป เหตุเกิดเมื่อ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา พบการทำงานสืบสวนสอบสวนนำคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต้องเจออุปสรรค เรื่องไม่สามารถติดตามในส่วนของคนร้ายที่หลังก่อเหตุทราบว่า หลบหนีไปกบดานอีกฝั่งของประเทศ ขั้นต้นประสานการทำงานร่วมระหว่างประเทศ

ด้าน พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า ในส่วนของคดีคนร้ายฆ่าพระสงฆ์ ขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังความพยายามกันเต็มที่ การเร่งคลี่คลายสถานการณ์นั้น พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการเน้นย้ำส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน วิเคราะห์ด้านการข่าวในช่วงที่ผ่านมา

“ตอนนี้พิสูจน์หลักฐานก็ได้เก็บปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุและสารพันธุกรรม คิดว่าไม่นานก็ทราบว่ายิงมาจากปืนกระบอกไหนบ้าง ส่วนของการประมวลจากภาพข่าวความเคลื่อนไหวในกลุ่มที่ก่อเหตุในพื้นที่ ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตาม ซึ่งทราบแล้วว่ามีกลุ่มไหนบ้างที่เคลื่อนไหวอยู่ตรงนี้ รอเวลาพิสูจน์หลักฐานเพื่อให้ชัดเจนก่อนที่จะอนุมัติขอหมายจับต่อไป” พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวต่อว่า ลักษณะของการก่อเหตุของคนร้ายในพื้นที่ชายแดน พบว่าหลายครั้งเมื่อก่อเหตุแล้ว กลุ่มคนร้ายมักจะไปหลบซ่อนตัวแถวตะเข็บชายแดนของฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

ในเรื่องนี้ทางรัฐบาลก็ประสานขอความร่วมมือกันอยู่แล้ว ในเรื่องการสร้างความเข้าใจถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะยังมีสื่อบางคนโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่ ว่าไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้เลย ตรงนี้ต้องอย่าลืมว่าคนร้ายทำงานกันเป็นขบวนการเป็นเครือข่าย เพราะฉะนั้นในการที่จะสาวไปยังคนที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ ถึงแม้จะทราบตัว แต่ความยุ่งยากในการติดตามจับกุมก็มีมาก

บทความก่อนหน้านี้กระแต อาร์สยาม ลงรูปเซ็กซี่ พระเอก-ดารารุมจีบ ดราม่าจนได้โดนด่าสะดิ้งขี้อวด(คลิป)
บทความถัดไปปะทะเดือด หนุ่มบิ๊กไบก์-แก๊งช็อปเปอร์ ไฝว้กัน! กลางสี่แยก ท้าเช็กกล้องวงจรปิด-กราบตีน