‘โจ๊ก’ ลุย5จว.อีสาน ‘ขุดรากถอนโคน’ นายทุนเงินกู้ จับอดีตสว.-ลูก อายัดทรัพย์260ล้าน

จับนายทุนเงินกู้ / เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ ห้องประชุม กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะรอง ผอ.ศูนย์ปราบปรามเทคโนโลยีและสารสนเทศ

พล.ต.ท.สุรชัย ควรเตชะคุปต์ ผบช.ภ. 4 พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผอ.กองคดี 1 ป.ป.ง. พล.ต.ธนพล รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม

ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ ‘ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่ ครั้งที่ 26’ ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 และภาค 4 โดยเจ้าหน้าที่ได้ชุดสืบสวน บก.ภ.4 บก.ภ.3 สนธิกำลังร่วมกับชุดสืบสวน บก.ภ.จว. ระดมกำลังปิดล้อมตรวจค้นยึดอายัดทรัพย์สินของกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบ ในพื้นที่ จ.นครพนม จ.บึงกาฬ จ.ร้อยเอ็ด จ.นครราชสีมา และ จ.อุบลราชธานี รวม 13 ราย 18 จุด

โดยเป็นการระดมกำลังออกจู่โจมสายฟ้าแลบตั้งแต่ช่วง 07.00 น. วันเดียวกัน เป้าหมายเฉพาะพื้นที่ จ.นครพนม รวม 5 จุด ซึ่งบางแห่งอยู่ระหว่างการตรวจค้น โดยเจ้าหน้าที่นำหมายศาล ที่ จ. 6/2562 ลงวันที่ 22 ม.ค.2562 ศาลจังหวัดนครพนม จับกุมนายอิทธิพล เรืองวรบูรณ์ วัย 72 ปี หรือ กำนันโป้ย อดีต สว.นครพนม ที่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 4 ต.ศรีสงคราม จ.นครพนม

และยังจับกุม น.ส.กุหลาบ เรืองวรบูรณ์ อายุ 49 ปี บุตรสาวนายอิทธิพล เจ้าของห้างทองกุหลาบ ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ตามหมายจับ ที่ จ.5/2562 ลงวันที่ 22 ม.ค.2562 ได้ที่ท่าอากาศยานสกลนคร ขณะเดินทางกลับจากกรุงเทพฯ ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืนเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

โดยเจ้าหน้าที่ยึดและอายัดทรัพย์สินผู้ต้องหา เป็นอาคารพาณิชย์ 4 คูหา บ้านพร้อมที่ดิน 3 หลัง ทองรูปพรรณน้ำหนัก 130 บาท อาวุธปืน 5 กระบอก รถยนต์ 3 คัน พร้อมตรวจยึดโฉนดที่ดินจำนวน 111 ฉบับ มูลค่า 160.5 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งสิ้นรวม 260.5 ล้านบาท

ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย มีพฤติกรรมปล่อยเงินกู้เกินกฎหมายกำหนด ด้วยวิธีการจดจำนองขายฝาก โดยมีมูลหนี้สูงกว่าหนี้จริง อีกทั้งในระหว่างจำนองขายฝากเรียกเก็บดอกเบี้ยอีก โดยพบว่ามีผู้เสียหายในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน กว่า 10 ราย และในพื้นที่ อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร รอยต่อกับ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม อีกจำนวนหลายราย

พล.ต.ท.สุรชัย กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 4 เราดำเนินการกับนายทุนด้วยความเป็นธรรมตามกฎหมาย ส่วนลูกหนี้เมื่อเป็นหนี้เขาแล้วไม่ใช่ว่าไม่จ่าย แล้วมาแจ้งเพื่อไปบีบเขาเราไม่ทำ ตำรวจเป็นเหมือนกรรมการ ถ้านายทุนทำผิดเรียกดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด ขายฝากฉ้อฉลเราจะดำเนินการ โดยเฉพาะที่ จ.นครพนม เป็นเหมือนโมเดลต้นแบบทั้งประเทศ โดยนำเอากรณีเจ้สุ นายทุนเงินกู้รายใหญ่นอกระบบมาจัดการกับนายทุนนอกระบบทั้งประเทศ

นายพีระพัฒน์ กล่าวว่า ความผิดเงินกู้นอกระบบ ฐานฉ้อโกงประชาชน พฤติการณ์เหล่านี้ที่เกี่ยวข้องกับ ป.ป.ง. เราดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับนายทุน เพื่อคุ้มครองสิทธิ์ตามที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ซึ่งเป็นปัญหาเลื่อมล้ำของประชาชนในภาคอีสาน ระหว่างนายทุนกับชาวบ้านค่อนข้างมาก กฎหมายของ ป.ป.ง.ไม่ได้ตรวจเฉพาะผู้กระทำผิด เราตรวจเชื่อมโยมไปถึงพ่อแม่พี่น้องและญาติทุกคน ถ้าไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาของทรัพย์สินได้ จะตกเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินทั้งหมด และยังจะดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินอีกด้วย

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม มีความจริงใจแก้ไขปัญหาเดือดร้อนของประชาชน สร้างความเท่าเทียมกันในสังคม ลดความเลื่อมล้ำ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ฉ้อฉลกลโกง

ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีการดำเนินการปราบปรามจับกุมและคืนโฉนดที่ดินสู่มือประชาชนไปแล้ว 6 หมื่นกว่าไร่ เป็นเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท ยอมรับว่าประชาชนโดยเฉพาะในภาคอีสานเดือนร้อนจากปัญหาดังกล่าว เหตุที่ลูกหลานต้องไปทำงานในกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่มีที่ดินทำกินแล้ว

ผบช.สตม. กล่าวต่อว่า รัฐบาลต้องการเห็นภาพในอดีต ที่ลูกหลานกลับมานั่งกินข้าวกับพ่อแม่อย่างมีความสุข กลับมาเลี้ยงปลาปลูกผักทำการเกษตรร่วมกันในผืนดินที่กลับคืนมา ไม่ว่าเป็นใครก็ตามที่กระทำผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ เราจะเนินคดีทั้งหมด ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเมืองหรือเรื่องเลือกตั้ง

สิ่งสำคัญคือความเดือนร้อนและความสงบสุขของประชาชน ใน 3 ชั่วโมงแรกที่ระหว่างทำการตรวจยึดโฉนดที่ดินยังไม่หมด

“เรายึดไปแล้ว 111 ฉบับ มูลค่า 160 กว่าล้านบาท ที่จะนำมาเฉลี่ยคืนประชาชน และยึดทรัพย์เป็นเงินสด มีเป้าร้านทอง 4 แห่ง ยึดทองรูปพรรณ กว่า 200 ล้านบาท ใครเดือนร้อนขอให้นำเอาข้อมูลมาแจ้ง ตามความเสียหายที่เสียไป ในเร็วๆนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา เพื่อคืนมอบโฉนดคืนทั้งประเทศทั้งสิ้น 6 พันกว่าไร่ ด้วย” พล.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลัง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้ร่วมแถลงข่าวเสร็จ ได้มีชาวบ้านจำนวนกว่า 50 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เฒ่าผู้แก่และลูกหนี้นายทุนนอกระบบในพื้นที่ จ.นครพนม ได้นำดอกกุหลาบและช่อดอกไม้พร้อมกาละแมของฝากขึ้นชื่อ จ.นครพนม มามอบให้เพื่อเป็นกำลังใจอีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน