จากกรณีเกิดเหตุลักทรัพย์เครื่องเพชรกว่า 150 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ที่ร้านไดมอนด์ เลิฟเวอร์ ภายในสัมมากร เพลส เลขที่ 692/27 หมู่ 1 ต.อ้อมเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยนายไพรัช นาคสระเกษ เจ้าของร้าน ยืนยันว่าคนร้ายคือ น.ส.ชโนทัย หรือสา ลิกกะโห้ อายุ 44 ปี ลูกจ้างที่ร้าน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว พิรุธปิดร้านหลายวัน! เจ้าของมาดูถึงกับช็อก ลูกจ้างสาวสุดแสบ ฉกเพชรกว่า 10 ล้าน

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 1 ก.พ. ที่ สภ.ชัยพฤษก จ.นนทบรี พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุภธีรร์ บุญครอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ณัฐพล ศุกระศร รอง ผบก.นนทบุรี พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ โมรานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.ภานุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี ผกก.สส.1 ภ.1 พ.ต.อ.สถิตพร บุณยรัตพันธุ์ ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์ ร่วมกันแถลงจับกุม น.ส.ชโนทัย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 33/2562 ลงวันที่ 29 ม.ค.62 โดยกล่าวหาว่าลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม

พร้อมของกลางรถเก๋งนิสันซันนี สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน ษน-5644 นนทบุรี ที่ใช้ก่อเหตุ ตู้เซฟนิรภัย 1 หลัง หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ จับกุมตัวได้ที่วัดร่มโพธิ์ธรรม หมู่ 10 ต.หนองหิน อ.หนองหิน จ.เลย ขณะกำลังบวชเป็นชีอยู่

พล.ต.ท.อำพล กล่าวว่า จากการสอบสวน น.ส.ชโนทัย ให้การปฎิเสธว่าไม่ได้ลักทรัพย์ แต่ยอมรับว่าได้หยิบของในตู้เซฟไปจริง ก่อนจะนำไปจำนำตามโรงรับจำนำต่างๆ รวม 4 แห่ง ของกลางรวม 96 รายการ ทรัพย์สินทั้งหมด 237 ชิ้น มูลค่ากว่า 1,715200 บาท เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายภายในครอบครัว นอกจากนี้ยังให้การว่าไม่ได้คิดหลบหนี แต่มีความจำเป็นต้องไปบวชเป็นชีที่วัดดังกล่าว ส่วนโรงรับจำนำที่ผู้ต้องหานำเอาทรัพย์สินไปจำนำ เจ้าหน้าที่ได้สั่งอายัดไปแล้ว และจะตรวจสอบว่าโรงรับจำนำมีความบริสุทธิ์ในการรับจำนำหรือไม่ หากไม่บริสุทธิ์ใจ ก็จะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหารับของโจร

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

พล.ต.ท.อำพล กล่าวต่อว่า ถึงแม้ว่าผู้ต้องหาจะให้การปฎิเสธก็เป็นสิทธิที่จะทำได้ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มั่นใจในพยานหลักฐานทั้งในที่เกิดเหตุและภาพจากกล้องวงจรปิด จากแนวทางการสอบสวนพบว่าผู้ต้องหาได้ก่อเหตุมาแล้วนานกว่า 2 ปี โดยทยอยนำทรัพย์สิน ของมีค่าภายในร้านออกไปขายตามโรงรับจำนำต่างๆ โดยผู้เสียหายไม่ได้ตรวจสอบเพราะไว้เนื้อเชื่อใจ เนื่องจากทำงานด้วยกันมานานกว่า 10 ปี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมาผู้เสียหายได้รับแจ้งจากลูกค้าว่าจะมารับแหวนเพรชที่นำมาซ่อมที่ร้านเกิดเหตุแต่ไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้ ผู้เสียหายจึงเดินทางมาที่ร้านก่อนจะพบว่าทรัพย์สินภายในตู้เซฟได้หายไปหลายรายการรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท พนักงานสอบสวนจะได้แจ้งข้อหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้านนายไพรัช กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหามาได้อย่างรวดเร็ว เบื้องต้นที่ตนได้พูดคุยกับนางชโนทัย รับว่ามีปัญหาเรื่องเงิน จึงได้ลงมือก่อเหตุ ตนไว้ใจนางชโนทัย เพราะรู้จักกันมากว่า 10 ปี แต่ไม่คิดว่าจะกล้าทำ ซึ่งตนก็เคยได้ข่าวระแคะระคายมาบ้าง แต่ไม่ได้สนใจ เพราะความไว้ใจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน