2พี่น้องหัวใส ลักตัดสายเคเบิ้ล บนเสาไฟฟ้า มาใช้รับจ้างเดินสายไฟ

ลักตัดสายเคเบิ้ล / เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. และ พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น.

พ.ต.อ.พรเทพ สูติปัญญา ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.นิเวชร์ งามลาภ รองผกก.สส.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.ทัศพล สุขไพบูลย์ สว.สส.สน.มีนบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี

แถลงจับกุมนายสมบูรณ์ จงเจริญ หรือแหน อายุ 36 ปี และนายอุเทน จงเจริญ หรือโคล่า อายุ 25 ปี สองพี่น้องพร้อมของกลางรถกระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีแดง ทะเบียน 2 ฒฆ 9916 กรุงเทพมหานคร ม้วนสายไฟที่ตัดจากเสาไฟฟ้า ยาว 32 เมตร บันได คีมตัดสายเคเบิ้ล มีดคัดเตอร์

โดยจับกุมได้บริเวณหน้า หน้าบริษัททิพากร ถ.สุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร วันที่ 17 ก.พ. เวลา 17.30 น. ที่ผ่านมา

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี ได้รับแจ้งจากบริษัททีโอที ว่ามีคนร้ายลกลอบตัดสายเคเบิ้ลของทางบริษัทในเขตพื้นที่ สน.มีนบุรี จำนวนหลายจุด และเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยแจ้งเบาะแสว่าคนร้ายที่ก่อเหตุจะแต่งกายคล้ายกับพนักงานของบริษัททีโอที หรือพนักงานของการไฟฟ้า และใช้รถยนต์กระบะในการก่อเหตุ

หลังรับแจ้งตร.จึงออกตรวจพื้นที่เพื่อเฝ้าระวัง ขณะออกตรวจพื้นที่มาถึงบริเวณหน้าบริษัททิพากร ถ.สุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสังเกตเห็นชายจำนวน 2 คน แต่งกายคล้ายพนักงานของการไฟฟ้า กำลังปีนบันไดและดึงลากสายเคเบิ้ล(ของกลาง) ลงจากเสาไฟฟ้าที่เกิดเหตุ

จึงเข้าทำการตรวจสอบพบ นายสมบูรณ์ จงเจริญ หรือแหน อายุ 36 ปี และ นายอุเทน จงเจริญ หรือโคล่า อายุ 25 ปี เป็นพี่น้องกันเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว

จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้ง 2 คน อ้างว่า ไม่มีผู้ใดในบริษัททีโอทีและการไฟฟ้าสั่งให้มาดำเนินการ ติดตั้งซ่อมแซมหรือตัดสายเคเบิ้ลบริเวณดังกล่าวแต่อย่างใด แต่มาตัดสายเคเบิ้ลไปใช้ โดยพวกตนรับจ้างเดินสายของทีโอที บริเวณพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จะรู้ระบบการทำงาน

โดยพอได้งานมา ก็จะไปตัดสายบริเวณเสาไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้มาใช้ทำงานเพื่อไม่ต้องลงทุนซื้อสายไฟใหม่ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อพ้นการจับกุม หรือรับของโจร ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน