จับ 2 เมียนมา เครือข่าย แก๊งปลอมวีซ่า – ตราประทับตม.

แก๊งปลอมวีซ่า / เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. แถลงการจับนายชาย หนุ่ม แปง อายุ 23 ปี ชาวเมียนมา แก๊งเครือข่ายปลอมวีซ่าและรอยตราประทับเข้าออกประเทศให้กับคนต่างด้าว

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานกรุงเทพ (ตม.ทอ.กรุงเทพ) ร่วมกันจับกุมนายชาย ในความผิดฐาน ใช้รอยตราประทับตรวจลงตราอันใช้ในการเดินทางระหว่างประเทศปลอม (รอยตราประทับตรวจลงตราวีซ่า) ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก ใช้ดวงตรา รอยตราปลอม รอยตราประทับขาออก ด่าน ตม.จว.ตาก ปลอม

พร้อมของกลางหนังสือเดินทางประเทศเมียนมา ซึ่งมีรอยตราประทับตรวจลงตราวีซ่า ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก ในหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าว ขณะกำลังจะโดยสารเครื่องบิน สายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD4238 เดินทางจากท่าอากาศยานกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) ไปยังเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และส่งสืบสวนขยายผลถึงเครือข่ายรับทำวีซ่าปลอมและรอยตราประทับเข้า-ออกประเทศให้แก่คนต่างด้าว เพื่อสืบหาแหล่งที่ทำและจับกุมผู้เกี่ยวข้อง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อนพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า จากการจากการสืบสวนทราบว่านายชายติดต่อทางโทรศัพท์กับน.ส.แนน อันนา ชาวเมียนมา อายุ 38 ปี ซึ่งรู้จักจากเพื่อนว่าสามารถดำเนินการทำวีซ่าประเภทที่อยู่ในประเทศไทยได้เป็นระยะเวลานาน โดยไม่ต้องเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร

จากนั้นได้พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์และตกลงราคาค่าทำวีซ่าประมาณ 18,000 บาท ซึ่งนายชายได้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารที่ น.ส.แนน ไว้จำนวน 10,000 บาท เพื่อเป็นค่ามัดจำเบื้องต้น และได้จัดส่งหนังสือเดินทางไปให้ตามที่อยู่ที่น.ส.แนน ให้ไว้เพื่อดำเนินการต่อวีซ่าให้

ต่อมาประมาณ 2 สัปดาห์ น.ส.แนน จึงส่งหนังสือเดินทางมาให้ทางไปรษณีย์ หลังจากนั้น จึงได้โอนเงินส่วนที่เหลืออีก 8,000 บาท ไปยังบัญชีเดิมที่เคยโอนค่ามัดจำไว้ และจากการตรวจสอบบัญชีธนาคารที่นายชาย โอนเงินเป็นค่าดำเนินการต่อวีซ่านั้น เป็นบัญชีธนาคารของ นายธนกฤต เทือกสุบรรณ อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นสามีของน.ส.แนน

โดยทั้งคู่เปิดบริษัทรับต่อวีซ่าให้แก่คนต่างด้าว ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ ซอยสุเหร่าคลอง 1 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ พิเคราะห์ตามหลักฐานและคำให้การต่างๆแล้วเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงน่าเชื่อว่าบุคคลทั้ง 2 ร่วมกันกระทำความผิดตามความผิดฐานร่วมกันปลอมขึ้น และใช้หรือได้มาและใช้ ซึ่งดวงตราหรือรอยตราของเจ้าพนักงาน ร่วมกันปลอมขึ้น และใช้ซึ่งดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราอันใช้ในการตรวจสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศจริง

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวต่ออีกว่า ต่อมาวันที่ 20 ก.พ. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา ก่อนจับกุมบุคคลทั้ง 2 ได้ที่บริเวณหน้าภูพระยาเพลส ซอยพระยาสุเรนทร์ 27 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ

พร้อมนำหมายค้นของศาลจังหวัดมีนบุรีเข้าตรวจค้นที่บริษัท พร้อมยึด หนังสือเดินทางจำนวน 82 เล่ม ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า มีรอยตราประทับปลอมจำนวน 2 เล่ม อยู่เกินระยะเวลาที่กำหนด (Overstay) จำนวน 16 เล่ม ไม่มีข้อมูลเดินทาง จำนวน 27 เล่ม หนังสือเดินทางหมดอายุ จำนวน 16 เล่ม ส่วนที่ถูกต้องจำนวน 21 เล่ม จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน